5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้
1. หุ้นสหรัฐพลิกกลับมาลบ หลัง NVDA ฟื้นตัวไม่ไหว
2. GDP สหรัฐ 2Q24 +3% ไร้วี่แววถดถอย
3. หรือญี่ปุ่นกำลังจะมีนายกอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์?
4. เปิดฉากเจรจาจีน-สหรัฐ หวังฟื้นความสัมพันธ์
5. .NVDA เตรียมเข้าร่วมลงทุนกับ OpenAI
5 Bites Breakfast - 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้ 30 ส.ค. 2567

5 ประเด็นสำคัญที่คุณต้องรู้ สำหรับวันนี้ (30 สิงหาคม 2567)
1.ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับมาลบ หลัง NVDA ฟื้นตัวไม่ไหว โดยในช่วงต้นของการซื้อขายตลาดหุ้นสหรัฐฯ นำโดย NASDAQ 100เปิดบวกได้ราว 70 จุด ก่อนที่จะพลิกกลับมาปิดในแดนลบ ณ ระดับ 19328.38 หรือ -0.12% ในด้าน S&P 500 จึงถูกกดดันจากแรงขายดังกล่าวบางส่วน โดยปิด ณ ระดับ 5591.96 หรือแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า ด้านแรงขายมาจากประเด็นความกังวลในทิศทางผลประกอบการของ NVDA ต่อจากนี้ ในขณะที่แรงหนุนจะมาจากประเด็นด้านเศรษฐกิจมหภาคที่ GDP 2Q24 ของสหรัฐฯ นั้นยังไม่ได้สะท้อนภาพที่อ่อนแออย่างที่ตลาดกังวลในช่วงก่อนหน้านี้
2.ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ไร้วี่แววถดถอย ด้านกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ รายงานการประมาณการครั้งที่ 2 ของ GDP 2Q24 ออกมาที่ 3% QoQ ดีกว่าคาดและช่วงก่อนหน้า จากการบริโภคภาคเอกชนที่ยังขยายตัวต่อเนื่องที่ 2.9% QoQ ดีกว่าช่วงก่อนหน้าที่ 2.3% QoQ สอดคล้องไปกับการรายงานตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานใหม่ที่ออกมาต่ำคาดเช่นกันที่ 2.31 แสนราย ในขณะที่ตลาดคาดว่าจะออกมาที่ 2.32 แสนราย จากตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวยืนยันว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจของสหรัฐฯ นั้นเกิดขื้นในบางส่วนตามที่เฟดเคยกล่าวไว้ในช่วงก่อนหน้านี้
3.หรือญี่ปุ่นกำลังจะมีนายกฯ น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์? หลังจากนายฟูมิโอะ คิชิดะกำลังจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วงเดือนกันยายน ทำให้ตำแหน่งนายกฯ ว่างลงและเริ่มมีผู้สมัครลงเป็นนายกฯ คนต่อไปของญี่ปุ่น หนึ่งในนั้นเป็นบุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรีจุนอิจิโร โคอิซูมิ วัย 43 ปี นายชินจิโร โคอิซูมิ ซึ่งถือเป็นผู้สมัครที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองญี่ปุ่นและของพรรค LDP โดยเขาเคยดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมและทำการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนหลังมีการปล่อยน้ำที่ถูกบำบัดในบริเวณฟูกิชิมะด้วยการเล่นเซิร์ฟ จึงทำให้ฝ่ายการเมืองมองว่าโคอิซูมินั้นยังขาดประสบการณ์และอายุน้อยเกินไป สวนทางกับทางแบบสำรวจของประชาชนที่มีกระแสความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
4.เปิดฉากการเจรจาจีน-สหรัฐฯ หวังฟื้นความสัมพันธ์ นักลงทุนกำลังจับตามองการเจรจาแบบตัวต่อตัวระหว่างประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนและเจค ซัลลิแวน เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเพื่อหาสัญญาณของการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการค้า การประชุมดังกล่าวมีซัลลิแวนเป็นแกนนำในการพูดคุยกับจีนถึงแนวทางการค้าและปัญหากีดกันการเข้าถึงเทคโนโลยีของจีน ด้านปักกิ่งกล่าวหาว่าอเมริกาพยายามจำกัดการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยภาษีศุลกากรและการคว่ำบาตร ด้านไบเดนกล่าวว่านโยบายการขึ้นภาษีและกีดกันการเข้าถึงชิปของจีนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรับประกันความมั่นคงของชาติ
5.NVDA เตรียมเข้าร่วมลงทุนกับ OpenAI แม้ว่าราคาหุ้นจะมีการปรับตัวลดลงราว 6% ในคืนที่ผ่านมา จากความไม่สมหวังด้านทิศทางผลการดำเนินงานต่อจากนี้ของ NVDA แต่ธุรกิจยังต้องดำเนินต่อไป ล่าสุดสำนักข่าวบลูมเบิร์กได้มีการรายงานว่า NVDA ได้มีการเข้าหารือว่าจะเข้าร่วมการระดมทุนสำหรับ OpenAI พร้อมกับคู่ค้าชื่อดังอย่าง AAPL และ MSFT ซึ่งเม็ดเงินในการระดมทุนครั้งนี้คิดเป็นมูลค่าราว 1 พันล้านเหรียญ โดยมีผู้นำในการระดมทุนอย่าง Thrive Capital และการระดมทุนในครั้งนี้จะทำให้ OpenAI มีมูลค่ามากกว่า 1 แสนล้านเหรียญทันที
ประเด็นที่ต้องติดตาม: ติดตามการรายงานยอดค้าปลีกจากเยอรมัน (MoM) โดยคาดว่าจะรายงานออกมาที่ 0.1% ฟื้นตัวจากช่วงก่อนหน้าที่ -1.2% , เงินเฟ้อทั่วไปล่วงหน้าจากยุโรป (YoY) โดยคาดว่าจะรายงานออกมาชะลอลงที่ 2.2% จากช่วงก่อนหน้าที่ 2.6% และเงินเฟ้อจากสหรัฐฯ (Core PCE YoY) โดยคาดว่าจะรายงานออกมาที่ 2.7% เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้าเล็กน้อยที่ 2.6%
มุมมองการลงทุน INVX – ตลาดหุ้นโลกเริ่มพักตัว เพื่อรอดูการรายงานเงินเฟ้อในสัปดาห์นี้ประกอบกับในสัปดาห์หน้าจะเริ่มเข้าสู่การรายงานตัวเลขตลาดแรงงานทำให้ตลาดมีโอกาสฟื้นตัวได้ยากขึ้น สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว (3-6 เดือนและ 12 เดือนขึ้นไป) นั้นทาง INVX แนะนำทยอยสะสมการลงทุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ระหว่างการปรับฐาน และปรับพอร์ตเข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่จะได้รับประโยชน์ในช่วงหลังการเลือกตั้งของสหรัฐฯ อย่างตลาดหุ้นเวียดนามและทองคำ
สำหรับคำแนะนำการลงทุนระยะสั้น (<1 – 3 เดือน) ด้านราคาทองคำมีการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งขึ้น หลังทิศทางดอกเบี้ยมีความชัดเจนมากขึ้นประกอบกับเศรษฐกิจโดยรวมยังคงเติบโตได้ โดยเราแนะนำเข้าลงทุนผ่านกองทุน BGOLD และชะลอการเข้าลงทุนกองทุน KKP NDQ100-UH โดยมีดัชนีอ้างอิงอย่างดัชนี Nasdaq 100 และกำหนดจุดตัดขาดทุนเมื่อราคาต่ำกว่า 16,500 จุด
