Café Invest
Markets

5 Bites Breakfast - 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้ 24 ก.ย. 2567

5 Bites Breakfast - 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้ 24 ก.ย. 2567

1.หุ้นสหรัฐ เดินหน้าบวกต่อทดสอบจุดสูงสุดใหม่
2.ทรัมป์ขู่! ใครย้ายฐานการผลิตเตรียมเจอภาษี 200%
3.หุ้นสินค้าหรูดิ่งช่วงเปิดตลาด หลังกำลังซื้อจีนหด
4.GM ยิ้มหลังยอดขาย EV พุ่ง
5.เอกชนเสนอสหรัฐ ควรเลียนแบบจีนแก้ไขปัญหาไฟฟ้า

5 ประเด็นสำคัญที่คุณต้องรู้ สำหรับวันนี้ (24 กันยายน 2567)

1.ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เดินหน้าบวกต่อทดสอบจุดสูงสุดใหม่ ด้านดัชนี S&P 500 สามารถปิด ณ ระดับ 5718.58 จุดสูงสุดใหม่ตลอดกาลได้ในคืนที่ผ่านมา หรือปรับตัวขึ้นได้ราว +0.28% ด้านดัชนี NASDAQ 100 ปิด ณ ระดับ 19852.20 หรือบวกได้ราว +0.31% หลังนักลงทุนในตลาดประเมินว่า FED อาจจะมีการปรับลดดอกเบี้ยอีก 50 BPS เพิ่มเติมและภาพการเกิด Soft-landing นั้นจะเป็นไปตามที่เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ เคยกล่าวไว้ จึงทำให้ตลาดนั้นมีโอกาสฟื้นตัวต่อไปจนกว่าจะถึงช่วงการให้สัมภาษณ์ของพาวเวลล์ในช่วงกลางสัปดาห์

2.ทรัมป์ขู่! ใครย้ายฐานการผลิตเตรียมเจอภาษี 200% ด้านอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขู่จะขึ้นภาษีนำเข้า 200% หากบริษัทผู้ผลิตสินค้าเกษตรแห่งนี้ย้ายการผลิตบางส่วนไปยังโรงงานในเม็กซิโก บริษัทจอห์น ดีร์ หรือ DE มีแผนที่จะย้ายการผลิตรุ่นบางรุ่นไปยังเม็กซิโก ซึ่งส่งผลให้โรงงานบางแห่งในไอโอวาต้องเลิกจ้างพนักงาน โดย DE เป็นบริษัทผู้ผลิตรถแทรกเตอร์ และเครื่องจักรทางการเกษตรหลายรายการ ทำให้ปัญหาเรื่องต้นทุนเป็นประเด็นหลัก จากข่าวดังกล่าวราคาหุ้น DE ร่วงลงราว -1.6% ในการซื้อขายหลังปิดตลาด

3.หุ้นสินค้าหรูดิ่งช่วงเปิดตลาด หลังกำลังซื้อจีนหด หุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยในยุโรปช่วงเปิดตลาดวันแรกของสัปดาห์กอดคอกันร่วงลง หลังจากนักวิเคราะห์เตือนว่าอุปสงค์มีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีนที่มีกำลังซื้อสูง ด้านดัชนี Stoxx Europe Luxury 10 นับจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน ยังติดลดราว 3.82% YTD ร่วงลง 1% ด้าน Jon Cox จาก Kepler Cheuvreux กล่าวกับ CNBC เมื่อวันจันทร์ว่า “ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่หวังว่าสิ่งต่างๆ จะดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งไม่มีสัญญาณใดๆ ว่าจะเกิดขึ้นในขณะนี้” อย่างไรก็ดี หุ้นในกลุ่มสินค้าหรูค่อยๆ ฟื้นตัวในช่วงท้ายตลาดหลังการให้สัมภาษณ์ผ่าน CNBC จบลง

4.GM ยิ้มหลังยอดขาย EV พุ่ง แม้ว่า TSLA ผู้นำตลาด EV นั้นจะประสบปัญหาด้านผู้แข่งขันรายใหม่ๆ จะทยอยเข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาด แต่สถานการณ์ดังกล่าวกลับดูจะไม่แย่นักสำหรับ GM หลังเปิดเผยข้อมูลยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ผู้ผลิตรถยนต์จากดีทรอยต์ส่งให้กับ CNBC ซึ่งเป็นการรายงานยอดขายรายไตรมาส แสดงให้เห็นว่า GM มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนถึงเดือนสิงหาคม โดยสามารถขายรถยนต์ไฟฟ้าได้เกือบ 21,000 คันในสหรัฐอเมริกาในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ซึ่งเกือบจะเท่ากับยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในไตรมาสที่สองทั้งหมด นับเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันที่ GM ทำสถิติยอดขาย EV สูงสุดทำให้รถไฟฟ้าของ GM ไล่ตาม Ford ทันในที่สุด

5.เอกชนเสนอสหรัฐฯ ควรเลียนแบบจีนแก้ไขปัญหาไฟฟ้า การเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าอันเนื่องมาจากการมาของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ นั้นอาจสามารถแก้ไขปัญหาได้หากสหรัฐฯ ดำเนินรอยตามทางจีน ด้านรายงานของ CEG บริษัทพลังงานที่เพิ่งลงนามข้อตกลงกับ MSFT เพื่อเปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Three Mile Island อีกครั้ง ได้เสนอให้สร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่สามารถทำงานได้ก็ต่อเมื่อสร้างควบคู่ไปกับโรงไฟฟ้าเท่านั้น โดย Joe Dominguez ซีอีโอของบริษัทกล่าว เสริมว่าจีนกำลังดำเนินการรูปแบบดังกล่าวอยู่แล้ว ซึ่งจะทำให้อุปสงค์และอุปทานของไฟฟ้านั้นไม่เกิดการขาดช่วง

ประเด็นที่ต้องติดตาม: ติดตามการรายงานผลการประชุมธนาคารกลางออสเตรเลีย โดยคาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ ณ ระดับ 4.35% , การรายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจจากเยอรมัน (Ifo Business Climate) โดยคาดว่าจะรายงานออกมา ณ ระดับ 86.1 ชะลอตัวจากช่วงก่อนหน้าที่ 86.5

มุมมองการลงทุน INVX – ผลการประชุมนโยบายการเงินสหรัฐฯ หนุนการฟื้นตัวตลาดสินทรัพย์เสี่ยงต่อเนื่อง โดยเราคาดว่าตัวเลขเงินเฟ้อในสัปดาห์นี้จะมีผลกับการลงทุนน้อยกว่าถ้อยแถลงของพาวเวลล์ในช่วงกลางสัปดาห์ สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว (6 - 12 เดือนขึ้นไป) ทาง INVX แนะนำทยอยสะสมการลงทุนตลาดหุ้นเวียดนามและทองคำตลอดจนหุ้นขนาดเล็กสหรัฐฯ ระหว่างการปรับฐาน เพื่อปรับพอร์ตเข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่จะได้รับประโยชน์ในช่วงหลังการเลือกตั้งของสหรัฐฯ

ด้านการลงทุนระยะสั้น (1-3 เดือน) INVX แนะนำลงทุนในตลาดหุ้นไทยผ่านกองทุน KT-HiDiv-A จากแรงหนุนของการจัดตั้งกองทุนวายุภักษ์ที่จะสร้างสภาพคล่องให้กับตลาดหุ้นไทย ตลอดจนลงทุนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ผ่านกองทุน SCBKEQTG หลังมีการปรับตัวลงสวนทางกับกำไรที่ยังเติบโต และการลงทุนในหุ้นเหมืองทองระยะสั้นเนื่องจากราคาหุ้นในกลุ่มยังไม่ได้สะท้อนการปรับขึ้นของราคาทองคำผ่านกองทุน KT-PRECIOUS

สำหรับคำแนะนำการลงทุนระยะกลางยาว (6 – 12 เดือน) หลังทิศทางดอกเบี้ยมีความชัดเจนมากขึ้นประกอบกับเศรษฐกิจโดยรวมยังคงเติบโตได้ โดยเราแนะนำเข้าลงทุนในทองคำผ่านกองทุน BGOLD และแนะนำกระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนในหุ้นขนาดเล็กของสหรัฐฯ เชิงคุณภาพอย่าง ASP-USSMALL ตลอดจนการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม จากการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่งและมีมูลค่าที่น่าสนใจผ่านกองทุน PRINCIPAL VNEQ-A