1. จีนเตรียมออกพันธบัตรพิเศษมูลค่า 3 ล้านล้านหยวนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
2. ครม.ไทยยืนยันกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2025 ที่ระดับ 1-3%
3. ฝ่ายค้านเกาหลีใต้เดินหน้าถอดถอนประธานาธิบดีรักษาการ ฮัน ด็อกซู
4. ซีอีโอ Mizuho คาดดีล M&A ทั่วโลกพุ่งหลังทรัมป์รับตำแหน่ง
5. กลุ่มธนาคารฟ้องเฟดเรียกร้องความโปร่งใสในการทดสอบ Stress Tests
5 ประเด็นสำคัญที่คุณต้องรู้ สำหรับวันนี้ (25 ธันวาคม 2567)
1. จีนเตรียมออกพันธบัตรพิเศษมูลค่า 3 ล้านล้านหยวนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ รัฐบาลจีนวางแผนออกพันธบัตรพิเศษมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 3 ล้านล้านหยวน (4.11 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในปี 2025 ซึ่งเป็นวงเงินที่เพิ่มขึ้นจาก 1 ล้านล้านหยวนในปีนี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัวอยู่ รายได้จากพันธบัตรจะถูกใช้สนับสนุนเงินอุดหนุนการบริโภค การการปรับปรุงอุปกรณ์ภาคธุรกิจ และลงทุนในเทคโนโลยีสำคัญ รวมถึงการผลิตขั้นสูง นอกจากนี้ยังจะถูกนำไปเพิ่มทุนให้แก่ธนาคารรัฐขนาดใหญ่ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้เศรษฐกิจจีนเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบจากนโยบายของทรัมป์ที่เตรียมเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีนในอัตราสูง ทางการจีนยังตั้งเป้าขยายการขาดดุลรวมถึงออกพันธบัตรเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีหน้า โดยเน้นการกระตุ้นการบริโภคเป็นหลัก
2. ครม.ไทยยืนยันกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2025 ที่ระดับ 1-3% คณะรัฐมนตรีไทย (ครม.) มีมติเห็นชอบกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ ปี 2025 ที่ระดับ 1-3% ซึ่งเป็นระดับเดิมต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่าข้อตกลงนี้เป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง โดยเป้าหมายดังกล่าวยังคงได้รับการสนับสนุน แม้เงินเฟ้อจริงจะต่ำกว่าเป้าหมายอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากหนี้ครัวเรือนสูงกดดันต่อการบริโภค นอกจากนี้ ได้มีการเพิ่มรายละเอียดในการดำเนินงานระหว่างกระทรวงการคลังและธปท. โดยทั้ง 2 หน่วยงานจะต้องร่วมมือประคับประคองเศรษฐกิจ เพื่อให้อัตราเงินเฟ้อมุ่งสู่ค่ากลางที่ระดับ 2% ข้อตกลงนี้ถือเป็นการสะท้อนความพยายามลดความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลและธนาคารกลางในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย
3. ฝ่ายค้านเกาหลีใต้เดินหน้าถอดถอนประธานาธิบดีรักษาการ ฮัน ด็อกซู พรรคประชาธิปไตยของเกาหลีใต้เตรียมเสนอญัตติถอดถอนประธานาธิบดีรักษาการ ฮัน ด็อกซู ในวันพฤหัสบดีนี้ หลังเลื่อนจากแผนเดิมที่จะยื่นในวันอังคาร ท่ามกลางความไม่พอใจที่ฮันปฏิเสธสนับสนุนร่างกฎหมายสอบสวนพิเศษที่ผ่านการอนุมัติจากสภาแล้ว ร่างกฎหมายดังกล่าวมุ่งเป้าสอบสวนข้อกล่าวหาก่อกบฏต่ออดีตประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล และข้อกล่าวหาหลายประการต่อคิม กอนฮี สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ฝ่ายค้านใช้การถอดถอนครั้งนี้เพื่อเพิ่มแรงกดดันสูงสุดต่อพรรครัฐบาลในการจัดการวิกฤตการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
4. ซีอีโอ Mizuho คาดดีล M&A ทั่วโลกพุ่งหลังทรัมป์รับตำแหน่ง มาซาฮิโระ คิฮาระ ซีอีโอของ Mizuho Financial Group คาดว่าการกลับมาของโดนัลด์ ทรัมป์ จะช่วยกระตุ้นตลาดควบรวมกิจการ (M&A) ทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ผ่านนโยบายที่สนับสนุนภาคธุรกิจ หลังจาก Mizuho เพิ่งเข้าซื้อกิจการ Greenhill & Co. ธนาคารเพื่อการลงทุนในสหรัฐฯ มูลค่า 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิฮาระชี้ว่าตลาด M&A มีแนวโน้มสดใสจากการสนับสนุนของรัฐบาลใหม่ แต่ยังมีความกังวลว่าแนวคิด "Make America Great Again" อาจส่งผลต่อมุมมองการซื้อกิจการของบริษัทญี่ปุ่นในสหรัฐฯ
5. กลุ่มธนาคารฟ้องเฟดเรียกร้องความโปร่งใสในการทดสอบ Stress Tests กลุ่มธนาคารและธุรกิจในสหรัฐฯ รวมถึง Bank Policy Institute และ American Bankers Association ยื่นฟ้องธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยอ้างว่ากฎเกณฑ์สำหรับการทดสอบ Stress Tests ประจำปีถูกออกแบบอย่างลับ ๆ และสร้างข้อกำหนดที่ไม่ชัดเจน ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในบริการทางการเงิน พร้อมเรียกร้องให้เฟดเปิดรับความคิดเห็นสาธารณะก่อนดำเนินการใช้โมเดล โดยกลุ่มธนาคารระบุว่าความขาดแคลนความโปร่งใสของเฟดส่งผลให้เกิดความผันผวนในเงินทุนของธนาคาร และลดความสามารถในการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะต่อธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเติบโตและการจ้างงานในเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งนี้ โฆษกเฟดปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว
ประเด็นที่ต้องติดตาม: การรายงานดัชนีราคาผู้ผลิตภาคบริการ (PPI Services YoY) ของญี่ปุ่น เดือน พ.ย. คาดว่าจะรายงานออกมาที่ 3.0% จากช่วงก่อนหน้าที่ 2.9% และ การประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลาง (MLF) ระยะ 1 ปี ของธนาคารกลางจีน (PBOC) คาดคงดอกเบี้ยที่ 2%
มุมมองการลงทุน INVX – คาดตลาดสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่ภาวะพักตัวหลังจากผลการประชุม FOMC นั้นส่งสัญญาณการลดดอกเบี้ยปี 2025 เหลือเพียง 2 ครั้ง ทำให้ UST 10Y ปรับตัวขึ้นกดดันการลงทุนในตลาดหุ้นที่มี Valuation อยู่ในระดับสูง โดยเราคาดว่าในสัปดาห์นี้ด้วย Volume ตลาดที่เบาบางลงจะทำให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงมีความผันผวนมากยิ่งขึ้น สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว (6 - 12 เดือนขึ้นไป) ทาง INVX ยังคงแนะนำทยอยสะสมการลงทุนตลาดหุ้นเวียดนามและทองคำตลอดจนหุ้นขนาดเล็กสหรัฐฯ หลังผลการเลือกตั้งได้ข้อสรุป โดย INVX มองในระยะอีก 1 ปี ต่อจากนี้นโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์จะเน้นประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก จึงทำให้หุ้นสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะเติบโตได้เยอะกว่าประเทศอื่นๆ
📌 [Event Play] (ระยะสั้น 1-3 เดือน) INVX แนะนำลงทุนใน
กองทุน KT-PRECIOUS หุ้นเหมืองทอง เนื่องจากราคาหุ้นเหมืองทองยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นตามราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมา
กองทุน AFMOAT-HA หุ้นสหรัฐฯคุณภาพดี กระจายการลงทุนในธุรกิจที่มีปราการแข็งแกร่งและไม่กระจุกตัวในหุ้นใหญ่
กองทุน K-CHINA-A(A) หุ้นจีนเน้นการบริโภคที่จะได้รับประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจีนในช่วงต่อจากนี้
📌 [Theme play] (ระยะยาว 6-12 เดือน) INVX แนะนำลงทุนใน
กองทุน BGOLD ทองคำได้แรงหนุนจากอุปสงค์จากธนาคารกลางทั่วโลก และวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง
กองทุน ASP-USSMALL-A หุ้นสหรัฐฯ ขนาดเล็กคุณภาพดี จากแนวโน้มการฟื้นตัวกำไรและมีแนวโน้มฟื้นตัวโดดเด่นในระยะข้างหน้า รวมถึงได้ประโยชน์จากวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง
กองทุน PRINCIPAL VNEQ-A จากการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง และกำไรเติบโตดี รวมถึงมีมูลค่าที่น่าสนใจ
กองทุน UGIS-N การลงทุนตราสารหนี้โลก เพื่อกระจายความเสี่ยงและรับผลตอบแทนช่วงดอกเบี้ยขาลง