1.จับตางบ NVDA คืนนี้! คาดสร้างแรงสะเทือนมากกว่าประชุมเฟดเสียอีก
2.TSLA ประธานบอร์ดขายหุ้นได้กำไร $35 ล้าน จังหวะเป๊ะหลังเลือกตั้งสหรัฐ
3.QCOM ตั้งเป้ารายได้พุ่ง และเริ่มขยายธุรกิจบุกตลาดชิปยานยนต์
4.WMT โกยยอดขายพุ่ง 5% Vs LOW ยังซบเซาจากดอกเบี้ยสูง - INVX ชอบ WMT ชี้ลงทุนได้
5.Trump เล็ง Kevin Warsh หรือ Marc Rowan นั่งรมว.คลัง พร้อมดึง Howard Lutnick นำกระทรวงพาณิชย์
5 Bites Dinner - 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดหุ้นสหรัฐคืนนี้ 20 พ.ย. 2567

🌙 เรื่องต้องรู้ก่อนเปิดตลาดสหรัฐคืนนี้ 20 พ.ย. 2567
1. ทั่วโลกจับตางบการเงิน NVIDIA คืนนี้! ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังรอลุ้นผลประกอบการของยักษ์ใหญ่ด้าน AI ที่จะประกาศหลังตลาดปิด ข้อมูลจาก Bloomberg ชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนักกับงบครั้งนี้มากกว่าการประชุม Fed สะท้อนผ่านตลาด Options ที่มีการซื้อขายคึกคักผิดปกติ โดยนักวิเคราะห์มองว่าหากงบออกมาดี จะเป็นตัวกระตุ้นการเติบโตของหุ้นกลุ่มเทคฯ ทั้งระบบ แต่หากพลาดเป้าอาจกดดันตลาดในวงกว้าง เพราะ NVIDIA ถือเป็นหัวหอกสำคัญของกระแส AI ที่ขับเคลื่อนตลาดมาตลอดปี ทั้งนี้ ตลาดคาดการณ์ว่ารายได้จะเติบโตแข็งแกร่งจากความต้องการชิป AI ที่พุ่งสูงต่อเนื่อง
2. Robyn Denholm ประธานบอร์ดบริษัท Tesla สามารถทำกำไรได้อย่างน่าประทับใจจากการขายหุ้น กวาดรายได้กว่า 35 ล้านดอลลาร์ โดยใช้สิทธิ Stock Options จำนวน 112,390 หุ้นที่จะหมดอายุในปีหน้า การขายนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นหลังการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่สำคัญคือธุรกรรมนี้ถูกวางแผนไว้ล่วงหน้าตั้งแต่เดือนกรกฎาคมผ่านระบบ Trading Plan ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยให้ผู้บริหารสามารถซื้อขายหุ้นได้อย่างโปร่งใส ไร้ข้อครหาเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด Denholm มีกำไรสุทธิราว 32.5 ล้านดอลลาร์ สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริหารต่อมูลค่าหุ้นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
3. Qualcomm ประกาศแผนการณ์ใหญ่ที่จะปฏิวัติการเติบโตของบริษัท ด้วยเป้าหมายเพิ่มรายได้อีก 22 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2029 จุดเด่นของแผนนี้คือการกระจายความเสี่ยงออกจากตลาดสมาร์ทโฟนที่พึ่งพามากเกินไป โดยรุกเข้าสู่ 5 ตลาดใหม่: ตลาดชิปยานยนต์ที่ร่วมมือกับ GM คาดสร้างรายได้ 8 พันล้านดอลลาร์, ตลาดคอมพิวเตอร์ที่จะท้าชน Intel และ AMD ด้วยเป้า 4 พันล้านดอลลาร์, ตลาด AR/VR ที่กำลังเติบโตอีก 2 พันล้านดอลลาร์, ชิปอุตสาหกรรม 4 พันล้านดอลลาร์ และ IoT ที่คาดว่าจะเป็นดาวเด่นด้วยรายได้ 14 พันล้านดอลลาร์ต่อปี การปรับตัวครั้งนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะบริษัทกำลังเผชิญความท้าทายจากการที่ Apple เริ่มพัฒนาชิปเอง และความเสี่ยงจากตลาดจีนที่สร้างรายได้เกือบครึ่งหนึ่ง InnovestX Research มองว่าแม้ระยะสั้นจะมีความท้าทาย แต่กลยุทธ์นี้จะช่วยสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว
4. Walmart และ Lowe's เปิดเผยผลประกอบการที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน Walmart สร้างความประทับใจด้วยยอดขายสาขาเดิมในสหรัฐฯ ที่เติบโต 5% และกำไรต่อหุ้นที่แข็งแกร่งที่ 58 เซนต์ ความสำเร็จนี้มาจากการที่บริษัทมีสินค้าหลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มอุปโภคบริโภคและธุรกิจออนไลน์ที่เติบโตดี และที่สำคัญคือ 75% ของการเติบโตมาจากลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง (รายได้มากกว่า 100,000 ดอลลาร์ต่อปี) ทำให้ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวน้อยกว่า ในทางกลับกัน Lowe's ยังคงซบเซาจากดอกเบี้ยสูงที่กระทบตลาดบ้าน ทำให้รายได้หดตัว 1.5% และกำไรต่อหุ้นลดลงเหลือ 2.9 ดอลลาร์ อย่างไรก็ดี ทั้งสองบริษัทส่งสัญญาณบวก โดย Lowe's คาดว่ายอดขายจะฟื้นตัวดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่วน Walmart ก็ปรับเพิ่มเป้าการเติบโตเป็น 4.8-5.1% สะท้อนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของกำลังซื้อ
5. Donald Trump เริ่มเผยโฉมทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ โดยตำแหน่งสำคัญอย่างรัฐมนตรีคลังมีผู้ท้าชิงสองราย ได้แก่ Kevin Warsh อดีตผู้ว่า Fed ผู้มีประสบการณ์ด้านนโยบายการเงิน และ Marc Rowan จาก Apollo Global Management ที่เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ขณะที่ตำแหน่งรัฐมนตรีพาณิชย์ Trump เลือก Howard Lutnick CEO ของ Cantor Fitzgerald ที่จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายการค้าและภาษี Subitha Subramaniam จาก Sarasin & Partners วิเคราะห์ว่าโดยเฉพาะรัฐมนตรีคลังคนใหม่จะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านการผลักดันนโยบายการคลังและภาษีของ Trump ให้เป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดการเงินอย่างมีนัยสำคัญ
📱 อย่าพลาดโอกาสลงทุนในหุ้นระดับโลก! เปิดบัญชีกับ InnovestX วันนี้ แพลตฟอร์มการลงทุนที่ได้รับรางวัลและความไว้วางใจจากนักลงทุนทั่วประเทศ ดาวน์โหลดแอพและเปิดบัญชีได้ที่: https://innovestx.onelink.me/23if/u2qmpt6r
