Café Invest
Markets

5 Bites Dinner - 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดหุ้นสหรัฐคืนนี้ 9 เม.ย. 2568

5 Bites Dinner - 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดหุ้นสหรัฐคืนนี้ 9 เม.ย. 2568

1.ฟิวเจอร์หุ้นสหรัฐทรงตัว หลังผันผวนหนัก ตลาดหวังทรัมป์ผ่อนปรนภาษี
2.ตลาดเอเชียดิ่ง! Nikkei225 -3.9% KOSPI ใกล้เข้า Bear Market -20%
3.TSMC เสี่ยงถูกปรับจากละเมิดกฎควบคุมส่งออกชิปให้จีน
4.ตลาดลดความสำคัญรายงานประชุม Fed คืนนี้ หลังอีเว้นท์ภาษีทรัมป์รุนแรงกว่า
5.น้ำมันแตะต่ำสุดในกว่า 4 ปี หลังสงครามการค้าสหรัฐ-จีนทวีความรุนแรง

🌙 5 เรื่องต้องรู้ ก่อนเปิดตลาดสหรัฐ คืนนี้ 9 เมษายน 2568

1. ฟิวเจอร์หุ้นสหรัฐเคลื่อนไหวใกล้ระดับทรงตัวหลังจากตลาดมีความผันผวนอย่างมากในวันก่อนหน้า ความหวังที่ว่ารัฐบาลทรัมป์จะเปิดทางเจรจาลดภาษีนำเข้าเริ่มจางหายไป สัญญาฟิวเจอร์ดาวโจนส์ลดลง 74 จุด หรือ 0.2% ฟิวเจอร์ S&P 500 ลดลง 11 จุด หรือ 0.2% และฟิวเจอร์ Nasdaq 100 ลดลง 18 จุด หรือ 0.1% ดัชนีหลักในวอลล์สตรีทพุ่งขึ้นเมื่อเปิดตลาดวันอังคาร ส่วนหนึ่งมาจากความคาดหวังว่าทรัมป์จะเปิดรับการเจรจาเรื่องภาษีกับประเทศคู่ค้าหลายประเทศ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นเหล่านั้นถูกลบล้างไปหลังจากเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวประกาศว่าพวกเขาจะดำเนินการเพิ่มภาษีนำเข้าจากจีนอีก 50% เพื่อตอบโต้มาตรการตอบโต้จากปักกิ่ง ทำให้ภาษีสหรัฐฯ ที่เรียกเก็บจากประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลกเพิ่มขึ้นเป็น 104% ส่วนจีนได้สัญญาว่าจะต่อสู้กับสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเป็นการแบล็กเมล์

2. ตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกส่วนใหญ่ปิดลบในวันพุธ หลังภาษีนำเข้าตามรายประเทศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีผลบังคับใช้ ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียปรับตัวลดลง 1.8% ปิดที่ 7,375 จุด ดัชนีนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่นลดลง 3.93% ปิดการซื้อขายที่ 31,714.03 จุด ขณะที่ดัชนี Topix ซื้อขายต่ำลง 3.4% ปิดที่ 2,349.33 จุด ส่วนดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ลดลง 1.74% มาอยู่ที่ 2,293.7 จุด โดยดัชนีอ้างอิงนี้สูญเสียมูลค่าไปกว่า 20% จากจุดสูงสุดในเดือนกรกฎาคม ยืนยันการเข้าสู่ตลาดหมี (bear market) ดัชนี Kosdaq ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นขนาดเล็กปิดลดลง 2.29% ในทางตรงกันข้าม ดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.68% ปิดที่ 20,264.49 จุด ขณะที่ดัชนี Hang Seng Tech เพิ่มขึ้น 2.64% ส่วนดัชนี CSI 300 ของจีนเพิ่มขึ้น 0.99% ปิดที่ 3,686.79 จุด

3. TSMC อาจเผชิญค่าปรับมหาศาลกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการสอบสวนของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เกี่ยวกับการละเมิดกฎควบคุมการส่งออก ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับชิปที่ TSMC ผลิตเกือบ 3 ล้านชิ้นให้บริษัท Sophgo ในจีน ซึ่งชิปดังกล่าวมีความคล้ายคลึงกับชิปที่พบใน Huawei Ascend 910B ซึ่งเป็น AI processor ระดับสูง Huawei ถูกบรรจุอยู่ในรายชื่อบริษัทที่ถูกสหรัฐฯ จำกัดการทำธุรกรรม ซึ่งห้ามรับสินค้าที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีอเมริกัน ทาง TSMC ได้ระบุว่าบริษัทได้หยุดส่งสินค้าให้ Huawei ตั้งแต่กลางเดือนกันยายน 2020 และกำลังให้ความร่วมมือกับการสอบสวนอย่างเต็มที่ จากการประเมิน แม้ค่าปรับดังกล่าวจะดูสูง แต่คิดเป็นเพียงประมาณ 2% ของกำไรขั้นต้นของ TSMC ในปี 2024 และ 1.5% ของปี 2025 เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีของ Seagate Technology ที่เคยถูกปรับ 300 ล้านดอลลาร์ในปี 2023 ซึ่งคิดเป็น 9% ของกำไรขั้นต้นในปีก่อนหน้า

ความเห็น InnovestX Research: ค่าปรับนี้อาจไม่ได้มีขนาดใหญ่พอที่จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อ TSMC แต่ในระยะสั้นอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน (Sentiment) อย่างไรก็ดี ในระยะยาว 1) การลงทุน 100 พันล้านดอลลาร์ของ TSMC อาจช่วยลดความเสี่ยงทางการเมืองและการค้า 2) TSMC ยังคงมีความแข็งแกร่งทางการเงินและเป็นผู้ผลิตชิพรายใหญ่ที่สุดของโลกที่มีความสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก ทำให้เราแนะนำให้ติดตามทิศทางนโยบายการค้าและภาษีของทรัมป์ หากเริ่มเห็นสัญญาณที่ผ่อนคลายมากขึ้น อาจเป็นจังหวะในการเข้าซื้อสะสมสำหรับหุ้น TSMC

4. รายงานการประชุมนโยบายล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ มีกำหนดจะเผยแพร่ในวันพุธ แม้ว่านักวิเคราะห์ได้ชี้ให้เห็นว่าผลกระทบของเอกสารอาจลดลงเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างรวดเร็วจากทำเนียบขาวนับตั้งแต่การประชุมของธนาคารกลางในเดือนมีนาคม อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจะมองหาความเห็นเกี่ยวกับการที่ Fed บ่งชี้ว่าจะชะลอการลดงบดุลที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งเป็นกระบวนการที่รู้จักกันในชื่อ quantitative tightening คณะกรรมการกำหนดนโยบายอัตราดอกเบี้ย (Federal Open Market Committee) เลือกที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ผู้กำหนดนโยบายได้บ่งชี้ว่าพวกเขายังคงคาดว่าจะลดต้นทุนการกู้ยืมลงครึ่งเปอร์เซ็นต์ภายในสิ้นปี 2568 แม้จะเพิ่มการคาดการณ์เงินเฟ้อในปีนี้ก็ตาม ภาษีนำเข้าของทรัมป์ได้ทำให้การคาดการณ์เหล่านี้เป็นไปอย่างไม่ชัดเจน ยังไม่เป็นที่ทราบว่าการกระทำเหล่านี้จะผลักดันแรงกดดันเงินเฟ้อและส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจหรือไม่

5. ราคาน้ำมันลดลงเมื่อวันพุธ ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่าสี่ปี เนื่องจากสงครามภาษีที่ทวีความรุนแรงระหว่างสหรัฐฯ และจีน หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่มภาษีสินค้าจีนเป็น 104% อย่างมหาศาล มูลค่าตลาดของน้ำมันหายไปราว 1 ใน 5 นับตั้งแต่ทรัมป์ประกาศเพิ่มภาษีนำเข้ากับประเทศคู่ค้าเมื่อวันที่ 2 เมษายน ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดในช่วงห้าวันนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565

ที่มา: Investing.com และ InnvestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX

📊 ติดตามข้อมูลการลงทุนและบทวิเคราะห์เชิงลึกจากทีม Research InnovestX ทั้งการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด กลยุทธ์การลงทุน และโอกาสทำกำไรรายตัว เพื่อการตัดสินใจลงทุนที่แม่นยำยิ่งขึ้น
🔍 ติดตามได้ที่: https://www.innovestx.co.th/cafeinvest

5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดหุ้นสหรัฐคืนนี้ 9 เม.ย. 68 | Café Invest