BDMS: การประชุมนักวิเคราะห์เรื่องโครงการ WellEra เรามีมุมมองเป็นกลาง โครงการนี้จะเป็นพัฒนาการที่ดีของ BDMS ในระยะยาว เพราะจะทำให้บริษัทเติบโตได้ตามเทรนด์โลกที่ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อส่งเสริมให้มีสุขภาพที่ดี (Wellness) แต่ยังมีหลายปัจจัยที่ต้องติดตาม เช่น ความล่าช้าในการก่อสร้าง เศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ ยอดจองและการโอนส่วนที่พักอาศัย เรายังไม่ได้รวมโครงการนี้ในประมาณการ คงคำแนะนำ OUTPERFORM ราคาเป้าหมาย 24 บาท
BDMS: ประชุมนักวิเคราะห์โครงการ WellEra เรามีมุมมองเป็นกลาง

รายละเอียดโครงการและแผนการดำเนินงาน
- โครงการนี้เป็น Wellness-Integrated Ecosystem ตั้งอยู่บนถนนหลังสวน (ตรงข้ามสวนลุมพินี) สัญญาเช่าที่ดินระยะเวลา 30 ปี และต่อสัญญาเช่าอีก 30 ปี พื้นที่กว่า 200,000 ตร.ม. ประกอบด้วย 4 ส่วนคือ:
1. Wellness Clinic: ให้บริการโดย BDMS Wellness Clinic
2. Wellness Branded Residence: ที่อยู่อาศัยระดับ Ultra-private ขนาด 46 ชั้น 262 ยูนิต บริหารโดยแบรนด์ระดับโลกอย่าง Capella มูลค่าโครงการ 22,000-23,000 ล้านบาท ราคาขายเริ่มต้นประมาณ 400,000 บาทต่อตารางเมตร ความแตกต่างเมื่อเทียบกับโครงการอื่น คือ ลูกบ้านจะได้รับสิทธิพิเศษในบริการด้าน Wellness และบริการทางการแพทย์ ซึ่งยังไม่เปิดเผยรายละเอียดชัดเจน
3. Urban Wellness Retreat: โรงแรม/สถานที่พักผ่อนเพื่อสุขภาพ จำนวน 168 ห้อง ยังไม่เปิดเผยชื่อ partner ที่จะมาบริหาร
4. Wellness Lifestyle Retail: พื้นที่ค้าปลีก 16,000 ตร.ม. ยังไม่เปิดเผยชื่อ partner ที่จะมาบริหาร
- กลุ่มเป้าหมาย: ครอบคลุมทุกช่วงวัย ทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มที่รักสุขภาพและต้องการการดูแลแบบเชิงรุก (Preventive care) คาดโครงการนี้จะมีลูกค้าชาวไทย 50% และต่างชาติ 50%
- Timeline การเปิดแต่ละส่วน:
2026: เริ่มก่อสร้าง (ม.ค.) และ Soft Launch ส่วน Wellness Branded Residence ใน 4Q26
2027: เปิด Sales Gallery และห้องตัวอย่างช่วงกลางปี
2029: เปิด Pavilion ทางเชื่อมสวนลุมพินี, Wellness Clinic, Urban Wellness Retreat และ Retail ช่วงปลายปี
2030: เปิดตัวโครงการ WellEra อย่างเป็นทางการ และเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ Wellness Branded Residence
ที่มา: BDMS
ตัวเลขทางการเงินที่สำคัญ
- BDMS แจ้งปรับเพิ่มงบประมาณลงทุนในโครงการอีก 5,455 ล้านบาท จาก 23,545 ล้านบาท เป็น 29,000 ล้านบาท เนื่องจาก 1) การปรับเพิ่มพื้นที่อาคารจากประมาณ 170,000 ตารางเมตร เป็นประมาณ 207,202 ตารางเมตร และ 2) ต้นทุนค่าก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสภาวะตลาด
- งบลงทุนจะแตะระดับสูงสุดในปี 2029 เนื่องจากมีการจ่ายค่าเช่าที่ดินงวดที่สอง (~6,600 ล้านบาท) และค่าก่อสร้างส่วนที่เหลือ (~9,000 ล้านบาท)
- แม้จะมีการลงทุนสูง แต่ BDMS คาดว่า Net Debt/Equity จะอยู่ที่ 0.1-0.3 เท่า ในช่วงปี 2029 ซึ่งยังต่ำกว่าข้อกำหนด (Debt covenant) ที่ 1.75 เท่า
- BDMS คาด IRR ของโครงการอยู่ที่ระดับ High Single Digit ซึ่งสูงกว่าต้นทุนเงินทุนเฉลี่ย (WACC) ของบริษัท
- รายได้รวมในปี 2030-34 ยอดขาย Residence (ซึ่งเป็นการรับรู้ one-time เมื่อโอนคาดเกิดในปี 2030-31) จะคิดเป็น 55% และรายได้โรงแรม คลินิก และพื้นที่เช่า (รายได้ต่อเนื่อง) จะคิดเป็น 45%
- สำหรับส่วนที่มีรายได้ต่อเนื่อง เช่น โรงแรม คลินิก และพื้นที่เช่า BDMS คาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนในระดับ EBITDA ภายใน 2-3 ปีหลังเปิดดำเนินงาน
- โครงการ WellEra ช่วยทำให้สัดส่วนรายได้จากบริการ Wellness ต่อรายได้ของ BDMS เพิ่มจาก 12% ในปี 2025 เป็น 20% ในอีก 10 ปีข้างหน้า (ปี 2035)
ที่มา: BDMS
Wellness trend และโอกาสของประเทศไทย
- การเติบโตของอุตสาหกรรม: มีการคาดการณ์ว่า ตลาด Wellness ทั่วโลกจะเติบโตเฉลี่ย 7.6% ต่อปี (ปี 2024-29) ในขณะที่ Wellness Real Estate จะโตสูงกว่าที่ 15.2% ต่อปี ซึ่งประเทศไทยมีขนาดธุรกิจ Wellness อยู่ในอันดับที่ 24 ของโลก
- BDMS เผยว่าจากสถานการณ์สงครามที่เกิดขึ้น กลุ่มตะวันออกกลางซึ่งเป็นลูกค้าหลักของ BDMS Wellness Clinic (ตรงถนนวิทยุ) มีความต้องการมองหาบ้านหลังที่สองในประเทศที่เป็นกลางและมีความปลอดภัย เช่นประเทศไทย เพื่อการพำนักระยะยาวและดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
มุมมองของเราต่อโครงการนี้
- โครงการนี้ตอบโจทย์ Demand: โครงการนี้ต่างจาก BDMS Wellness Clinic (ตรงถนนวิทยุ) เพราะมีการผสมผสานบริการสุขภาพเข้ากับไลฟ์สไตล์ผู้คนในรูปแบบที่พักอาศัย โรงแรม คลินิก และพื้นที่เช่า ทำให้ Wellness เป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ในทุกวัน การปรับแบรนด์เป็น WellEra จากชื่อเดิมคือ BDMS Silver Wellness & Residence ที่เน้นกลุ่ม Silver age (อายุ 55 ปีขึ้นไป) เพื่อสื่อว่าโครงการนี้เป็น Wellness Ecosystem สำหรับคนทุกวัย
- ความพร้อมของ Supply: BDMS มีประสบการณ์ด้านการแพทย์และเป็นผู้นำด้าน Wellness โดยธุรกิจอื่นที่ BDMS ไม่ถนัด เช่น ที่พักอาศัย โรงแรม และพื้นที่เช่า จะมีพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญระดับโลก มาบริหาร เช่น Capella ในส่วนของที่พักอาศัย
- เมื่อโครงการนี้เปิดในปี 2030 เรามองว่าการดำเนินงานของ BDMS จะมีผลกระทบในช่วงแรกจากต้นทุนช่วงเริ่มต้นของธุรกิจโรงแรม คลินิก และพื้นที่เช่า ตลอดจนค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะสามารถบรรเทาได้ด้วยการรับรู้การโอนส่วนที่พักอาศัย
- เรามองโครงการนี้จะเป็นพัฒนาการที่ดีของ BDMS ในระยะยาว เป็น Growh engine ตัวใหม่ เพราะจะทำให้บริษัทเติบโตได้ตามเทรนด์โลกที่ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อส่งเสริมให้มีสุขภาพที่ดี
- เรายังไม่ได้รวมโครงการนี้ในประมาณการ คงคำแนะนำ OUTPERFORM ราคาเป้าหมาย 24 บาท
ความท้าทายของโครงการนี้ที่ต้องติดตาม
- ความล่าช้าในการก่อสร้าง ปัจจุบันความคืบหน้าการก่อสร้างคิดเป็น 3% ของทั้งหมด
- การควบคุมงบประมาณค่าก่อสร้างที่อาจผันผวนในอนาคต
- สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ
- ยอดจองและการโอนส่วนที่พักอาศัย
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf

