Café Invest
Markets

Bitcoin เริ่มมีแรงซื้อกลับ พร้อมเปิดมุมมอง JPMorgan ต่อ Bitcoin ในอีก 10 ปี

Bitcoin เริ่มมีแรงซื้อกลับ พร้อมเปิดมุมมอง JPMorgan ต่อ Bitcoin ในอีก 10 ปี
  • ตลาด Crypto ยังผันผวนจากปัจจัยมหภาค: ราคาน้ำมัน Brent ขึ้นเหนือ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังอิหร่านย้ำสิทธิควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ เพิ่มความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานและเงินเฟ้อ โดย Bitcoin เคลื่อนไหวในกรอบ 79,800–84,350 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum ลดลงราว 6% สู่ 2,320 ดอลลาร์
  • Spot Bitcoin ETF รับเงินไหลเข้าสุทธิ 663 ล้านดอลลาร์: ยอดไหลเข้ารายวันสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน ส่งสัญญาณว่าความต้องการลงทุนผ่านกองทุนเริ่มกลับมา หลังมีเงินไหลออกก่อนหน้านี้ ต้องติดตามความต่อเนื่องของกระแสเงินทุน เพื่อประเมินความแข็งแกร่งของแรงซื้อ
  • JPMorgan มองโอกาส Bitcoin ในอีก 10 ปี: รายงาน Long-Term Capital Market Assumptions ปี 2027 ประเมินว่า Bitcoin อาจให้ผลตอบแทนเหนือหุ้น พันธบัตร และทองคำ โดยเชื่อมโยงโอกาสกับการเติบโตของปริมาณเงินทั่วโลก พร้อมมองว่าความผันผวนที่ลดลง ความสัมพันธ์กับสินทรัพย์อื่นที่มีเสถียรภาพ และพัฒนาการด้านกฎเกณฑ์และระบบซื้อขาย อาจช่วยให้ Bitcoin มีบทบาทในพอร์ตมากขึ้น
  • Citi จับตา Aave กับโอกาสจากสินทรัพย์โทเคน: Aave Horizon เปิดให้ผู้ใช้งานตามเงื่อนไขนำสินทรัพย์โทเคนมาค้ำประกันเพื่อกู้ Stablecoin โดยไม่ต้องขายสินทรัพย์เดิม หากการกู้ยืมเพิ่มขึ้นก็มีโอกาสสร้างรายได้เพิ่ม แต่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องซื้อ AAVE จึงต้องติดตามทั้งการใช้งานจริงและกลไกนำรายได้กลับมาสนับสนุนเหรียญ
  • จับตาหุ้น Semiconductor และ PMI สหรัฐฯ วันที่ 23 ต.ค.: ความกังวลเรื่อง Circular Financing ในหุ้นกลุ่ม AI อาจกระทบความเชื่อมั่นและกระแสเงินทุนในสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่ตลาดคาด Services PMI เดือน ต.ค. ที่ 58 และ Manufacturing PMI ที่ 55.5 หากออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด อาจเพิ่มโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมและกดดันราคาสินทรัพย์ดิจิทัล แต่หากใกล้เคียงหรือต่ำกว่าคาด จะช่วยลดแรงกดดันด้านดอกเบี้ย ส่งผลดีต่อสภาพคล่องและหนุนราคาสินทรัพย์ดิจิทัล

สรุปสถานการณ์ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลสัปดาห์ที่ผ่านมา

ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลยังเคลื่อนไหวผันผวน ท่ามกลางความกังวลด้านเศรษฐกิจมหภาค หลังราคาน้ำมัน Brent ปรับขึ้นเหนือ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากการที่อิหร่านย้ำสิทธิควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ เพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงานและแรงกดดันเงินเฟ้อ ซึ่งอาจกระทบความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์เสี่ยง

Bitcoin เคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 79,800–84,350 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum ปรับตัวลดลงราว 6% สู่ระดับ 2,320 ดอลลาร์ สะท้อนบรรยากาศการลงทุนที่ยังระมัดระวัง

ปัจจัยมหภาคที่ต้องติดตามประจำสัปดาห์

สำหรับประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้ ประเด็นแรกคือความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นกลุ่ม Semiconductor ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความผันผวนต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัล ภายหลังจากที่ตลาดเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับประเด็น Circular Financing ของหุ้นในกลุ่ม AI ที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นและกระแสเงินทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม ซึ่งรวมไปถึงสินทรัพย์ดิจิทัล

ในส่วนของตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ มี 2 ตัวเลขสำคัญที่ต้องติดตามคือ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ (S&P Global Services PMI) และภาคการผลิต (S&P Global Manufacturing PMI) เดือน ต.ค. ที่จะมีการรายงานพร้อมกันในวันที่ 23 ต.ค. โดยตลาดคาดการณ์ภาคบริการไว้ที่ระดับ 58 และภาคการผลิตที่ 55.5 หากตัวเลขทั้งสองออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด จะสะท้อนถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังคงขยายตัวได้ดี ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed เพิ่มเติม และเป็นปัจจัยกดดันเชิงลบต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัล ในทางกลับกัน หากตัวเลขออกมาใกล้เคียงหรือต่ำกว่าคาด จะช่วยลดแรงกดดันด้านการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ส่งผลดีต่อสภาพคล่องและเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนทิศทางราคาสินทรัพย์ดิจิทัล

Big Cap Performance

Source : Tradingview as of 21 October 2026

Key Highlight 1: Spot Bitcoin ETF มีเงินไหลเข้าวันเดียวสูงถึง 663 ล้านดอลลาร์

Source : Glassnode as of 20 October 2026

กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิ 663 ล้านดอลลาร์สหรัฐในวันเดียว สูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน เป็นสัญญาณบวกว่าความต้องการลงทุนใน Bitcoin ผ่านกองทุนเริ่มกลับมา หลังจากก่อนหน้านี้มีเงินไหลออก

Spot Bitcoin ETF เปิดให้นักลงทุนลงทุนตามราคา Bitcoin ผ่านตลาดหลักทรัพย์ โดยไม่ต้องซื้อและเก็บเหรียญเอง เมื่อมีเงินลงทุนใหม่เข้ามาและเกิดการสร้างหน่วยลงทุนเพิ่ม กองทุนก็ต้องมี Bitcoin รองรับ เงินที่เข้าผ่านช่องทางนี้จึงเชื่อมโยงกับความต้องการถือ Bitcoin ด้วย

ทำไมเงินไหลเข้าสุทธิถึงสำคัญ?

ยอดไหลเข้าครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าจับตา โดยสิ่งสำคัญต่อจากนี้คือ เงินจะไหลเข้าต่อเนื่องหรือไม่ หากยังมีเงินเข้ามาเพิ่ม ก็จะช่วยให้ภาพการฟื้นตัวของแรงซื้อชัดขึ้น ขณะที่ทิศทางราคา Bitcoin ยังต้องดูแรงซื้อขายจากส่วนอื่นของตลาดประกอบด้วย

Key Highlight 2: JPMorgan มอง Bitcoin มีโอกาสให้ผลตอบแทนเหนือหุ้น พันธบัตร และทองคำใน 10 ปีข้างหน้า

นอกจากแรงซื้อผ่าน ETF ที่เริ่มกลับมา มุมมองระยะยาวต่อ Bitcoin ก็เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจ โดย JPMorgan ประเมินในรายงาน Long-Term Capital Market Assumptions ปี 2027 ว่า Bitcoin อาจให้ผลตอบแทนเหนือสินทรัพย์ส่วนใหญ่ในช่วง 10 ปีข้างหน้า โดยกรณีฐานในรายงานแสดงโอกาสสร้างผลตอบแทนเหนือทั้งหุ้น พันธบัตร และทองคำ

ความน่าสนใจคือ Bitcoin ถูกนำมาประเมินโอกาสระยะยาวร่วมกับสินทรัพย์หลักของโลก แสดงให้เห็นว่าธนาคารรายใหญ่เริ่มให้ความสำคัญกับโอกาสของ Bitcoin แม้ราคายังมีความผันผวนระหว่างทาง

สภาพคล่องโลกเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดนี้

JPMorgan เชื่อมโยงการเคลื่อนไหวของ Bitcoin กับการเติบโตของปริมาณเงินทั่วโลก โดยมองว่าปัจจุบัน Bitcoin ยังเคลื่อนไหวคล้ายสินทรัพย์เสี่ยงที่ตอบสนองแรงต่อภาวะตลาด เมื่อสภาพคล่องในระบบเพิ่มขึ้น Bitcoin ก็มีโอกาสได้รับแรงสนับสนุนตามไปด้วย

ธนาคารจึงมอง Bitcoin เป็นทั้งสินทรัพย์เก็งกำไรและสินทรัพย์ที่อาจช่วยรองรับความเสี่ยงจากการผ่อนคลายนโยบายการเงิน โอกาสระยะยาวในมุมนี้จึงเชื่อมโยงกับบทบาทของ Bitcoin ในภาวะที่เงินในระบบโลกเพิ่มขึ้น

ตลาดที่พัฒนาขึ้น อาจเปิดทางให้ Bitcoin มีบทบาทมากกว่าเดิม

JPMorgan ระบุว่า ความผันผวนของ Bitcoin เริ่มลดลงแล้ว และเปิดโอกาสให้บทบาทในพอร์ตพัฒนาต่อได้ หากตลาดมีความพร้อมมากขึ้นใน 3 ด้าน ได้แก่

  • ความผันผวนลดลงต่อเนื่อง ช่วยให้ประเมินความเสี่ยงในการถือครองได้ดีขึ้น
  • ความสัมพันธ์กับสินทรัพย์อื่นมีเสถียรภาพมากขึ้น ทำให้เห็นบทบาทของ Bitcoin ในพอร์ตได้ชัดเจนขึ้น
  • กฎเกณฑ์และระบบซื้อขายพัฒนาขึ้น ทั้งความชัดเจนในการกำกับดูแล สภาพคล่อง และการกำหนดราคาที่มีประสิทธิภาพ

Key Highlight 3: Citi จับตา Aave กับโอกาสเติบโตจากสินทรัพย์โทเคน

ความสนใจของสถาบันการเงินยังครอบคลุมถึงการนำสินทรัพย์มาใช้งานบนบล็อกเชน โดย Citi Research มองว่า Aave อาจมีบทบาทสำคัญในการกู้ยืมโดยใช้สินทรัพย์ที่แปลงเป็นโทเคนเป็นหลักประกัน เมื่อสินทรัพย์เหล่านี้เข้าสู่บล็อกเชนมากขึ้น

ตัวอย่างคือ Aave Horizon ที่เปิดให้ผู้ใช้งานตามเงื่อนไขนำสินทรัพย์โทเคน เช่น หน่วยลงทุนในกองทุน มาค้ำประกันเพื่อกู้ Stablecoin ช่วยให้ผู้ถือสินทรัพย์มีเงินไปใช้ต่อได้ โดยไม่จำเป็นต้องขายสินทรัพย์เดิม

จุดนี้ทำให้เห็นประโยชน์ของ Tokenization ชัดขึ้น เพราะเมื่อสินทรัพย์อยู่บนบล็อกเชนแล้ว ก็สามารถนำมาใช้ต่อในบริการทางการเงินได้ รวมถึงการใช้เป็นหลักประกันเพื่อเข้าถึงสภาพคล่อง

การใช้งานที่เพิ่มขึ้น สร้างโอกาสให้ Aave อย่างไร?

หากมีสินทรัพย์เข้ามาค้ำประกันและมีการกู้ยืมมากขึ้น Aave ก็มีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มจากการใช้งาน สิ่งที่ต้องจับตาจึงเป็นการเปลี่ยนจากความสนใจของสถาบัน ไปสู่การนำสินทรัพย์เข้ามาใช้จริง

ทั้งมูลค่าสินทรัพย์ที่นำมาค้ำประกัน ยอดกู้ยืม และรายได้ที่เกิดขึ้น จะช่วยให้เห็นว่า Aave สามารถเติบโตไปกับตลาดสินทรัพย์โทเคนได้มากเพียงใด

จากการเติบโตของแพลตฟอร์ม สู่ประโยชน์ของเหรียญ AAVE

สำหรับเหรียญ AAVE ต้องดูต่อว่าการเติบโตของแพลตฟอร์มจะส่งผลถึงตัวเหรียญอย่างไร เพราะ ผู้ใช้ Horizon ไม่จำเป็นต้องซื้อ AAVE เพื่อกู้ยืม จำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นจึงไม่ได้ทำให้ความต้องการซื้อเหรียญเพิ่มขึ้นโดยตรงเสมอไป

กลไกอย่างการนำรายได้ส่วนหนึ่งกลับมาซื้อ AAVE เป็นสิ่งที่ช่วยเชื่อมการเติบโตของแพลตฟอร์มกับความต้องการซื้อเหรียญ ดังนั้น หากการใช้งานจริงสร้างรายได้เพิ่มขึ้น พร้อมกับมีการนำรายได้นั้นกลับมาสนับสนุนเหรียญอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยให้โอกาสของ AAVE ชัดเจนขึ้นตามไปด้วย

มุมมองทางด้านเทคนิค

BTC

Source : InnovestX Research as of 21 October 2026

ภาพรายสัปดาห์ ราคาฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย โดยยังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 75 สัปดาห์ ขณะที่ RSI ยังเคลื่อนไหวในโซน Bullish ส่วน MACD ยังคงยืนเหนือแกน 0 และอยู่เหนือ Signal Line ประเมินว่าราคายังคงอยู่ในช่วงพักตัว โดยยังมองว่าเส้นค่าเฉลี่ย 75 สัปดาห์ที่เปลี่ยนจากแนวต้านมาเป็นแนวรับจะยังรองรับได้ และมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ต่อเพื่อทดสอบจุดสูงเดิม

แนวรับ: 80,000-77,000 ดอลลาร์

แนวต้าน: 90,000-93,000 ดอลลาร์

ETH

Source : InnovestX Research as of 21 October 2026

ภาพรายสัปดาห์ ราคาฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย โดยยังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 75 สัปดาห์ ขณะที่ RSI ยังเคลื่อนไหวในโซน Bullish ส่วน MACD ยังอยู่เหนือแกน 0 และอยู่เหนือ Signal Line ประเมินว่าราคายังคงอยู่ในช่วงพักตัว โดยยังมองว่าเส้นค่าเฉลี่ย 75 สัปดาห์ที่เปลี่ยนจากแนวต้านมาเป็นแนวรับจะยังรองรับได้ และมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ต่อเพื่อทดสอบจุดสูงเดิม

แนวรับ: 2,350-2,200 ดอลลาร์

แนวต้าน: 2,800-3,100 ดอลลาร์

คำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

Bitcoin เริ่มมีแรงซื้อกลับ พร้อมเปิดมุมมอง JPMorgan ต่อ Bitcoin ในอีก 10 ปี | Café Invest