Café Invest
Markets

Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 16 ธ.ค. 2568

Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 16 ธ.ค. 2568

1. ตลาดปรับตัวลงเล็กน้อย ตลาดรอข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการประชุมธนาคารกลาง
2. Nasdaq เตรียมขยายเวลาซื้อขายหุ้นเป็น 23 ชั่วโมงต่อวัน รับเทรนด์ 24/7 Trading
3. รัฐบาลทรัมป์เดินหน้าเข้าลงทุนเหมืองสหรัฐฯ เพื่อเร่งผลิตแร่ยุทธศาสตร์
4. จีนออกนโยบายกระตุ้นการบริโภคเพิ่มเติม 11 ข้อ หนุนการใช้จ่ายภาคครัวเรือน
5. หุ้น Tesla พุ่งแรงหลัง Musk ยืนยันทดสอบ Robotaxi แบบไร้ Safety Monitor
6. รมว.คลังไทย ย้ำว่าการยุบสภาเร็วขึ้นไม่ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2568–2569 สะดุด โดยยังประเมิน GDP ปี 2568 โตไม่ต่ำกว่า 2%

Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
16 December 2025


1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง S&P 500 -0.16% และ Nasdaq -0.59% นักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ข้อมูลตลาดแรงงาน, ยอดค้าปลีก นอกจากนี้ ตลาดจับตาการประชุมของธนาคารกลางหลัก เช่น ECB, BOJ และ BOE โดย BOJ คาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 25 bps ส่วน BOE อาจลดดอกเบี้ย 25 bps ในขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้นโดย STOXX 600 +0.74% ด้าน Bitcoin ร่วง 2.78% และราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลง 1.08% นักลงทุนปรับพอร์ตรับความผันผวนปลายปี


2. Nasdaq เตรียมยื่นเอกสารต่อ SEC เพื่อขยายเวลาซื้อขายหุ้นและ Exchange-Traded Products (ETP) เป็น 23 ชั่วโมงต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ ตอบรับความต้องการซื้อขาย 24/7 ที่เพิ่มขึ้นจากนักลงทุนทั่วโลก โดยจะมีสอง session คือ day session (4 a.m.-8 p.m.) และ night session (9 p.m.-4 a.m.) พร้อมพัก 1 ชั่วโมงเพื่อ maintenance และ clearing การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้นักลงทุนต่างประเทศสามารถเข้าถึงตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ตาม time zone ของตนเอง ขณะที่ Wall Street ยังแสดงความกังวลเรื่องสภาพคล่องที่ต่ำและความผันผวนสูงในช่วงนอกเวลาปกติ ทั้งนี้ Nasdaq คาดว่าจะเปิดใช้งานระบบใหม่ในครึ่งหลังปี 2026


3. เจ้าหน้าที่อาวุโสทำเนียบขาวเปิดเผยว่ารัฐบาลทรัมป์เตรียมทำ “ดีลประวัติศาสตร์” เพิ่มกับภาคเหมืองสหรัฐ เพื่อดันการผลิตแร่สำคัญ เช่น lithium, rare earths และโลหะยุทธศาสตร์อื่น ๆ ที่ใช้ในอาวุธ, ชิป, รถ EV และอุตสาหกรรมไฮเทค เพื่อลดการพึ่งพาจีนซึ่งใช้ความได้เปรียบด้านแร่เป็นข้อต่อรองในสงครามการค้า ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้เข้าถือหุ้นใน MP Materials, Lithium Americas และ Trilogy Metals แล้ว สะท้อนรูปแบบใหม่คือรัฐอเมริกันเข้าไปถือหุ้นโดยตรงในห่วงโซ่แร่ยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงโครงสร้างว่าการสนับสนุนภาครัฐต่อธีมแร่สำคัญ (critical minerals) จะเป็น “มาตรฐานปกติ” มากกว่านโยบายชั่วคราว


4. จีนประกาศแพ็กเกจนโยบาย 11 ข้อเพื่อหนุนการใช้จ่ายของครัวเรือน หลังตัวเลขยอดค้าปลีกจีนในเดือน พ.ย.อ่อนแอ โดยเป็นประกาศร่วมของกระทรวงพาณิชย์ ธนาคารประชาชนจีน (PBOC) และหน่วยงานกำกับการเงิน (NFRA) เน้น “ประสานงาน” ใกล้ชิดระหว่างฝ่ายพาณิชย์กับสถาบันการเงิน ขยายการเข้าถึงสินเชื่อผู้บริโภค และผลักดันการบริโภครูปแบบใหม่ นโยบายออกมาหลังยอดค้าปลีกเดือนพฤศจิกายนโตเพียง 1.3% YoY ต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงโควิด และการผลิตกับการลงทุนชะลอตัว ซึ่งสะท้อนแรงกดดันต่อเศรษฐกิจฝั่งอุปสงค์ ทำให้การขยาย “อุปสงค์ภายในประเทศ” ถูกย้ำเป็นวาระหลักสองปีติดต่อกันในที่ประชุมเศรษฐกิจงานใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์ ชุดมาตรการประกอบด้วยการเพิ่มสินเชื่อผู้บริโภค การชี้นำให้ธนาคารและสถาบันการเงินปล่อยกู้ไปยังภาคบริการที่มีศักยภาพสูง (กีฬา ท่องเที่ยว สุขภาพ ดิจิทัล) และการสนับสนุนท้องถิ่นให้ออกคูปอง/ “ซองแดงดิจิทัล” ผ่าน e-CNY เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายอย่างแม่นยำมากขึ้น


5. หุ้น Tesla ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบหนึ่งปี หลังจาก Elon Musk ประกาศว่าบริษัทได้เริ่มทดสอบรถยนต์ Robotaxi ที่ไม่ต้องมีผู้ดูแลความปลอดภัยนั่งที่เบาะหน้า นักลงทุนมองว่านี่เป็นก้าวสำคัญของเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Self-Driving) และเป็นสัญญาณที่ดีต่อแผนเปิดตัวบริการ “Cybercab” ในปีหน้า แม้ปัจจุบันรายได้หลักของ Tesla ยังมาจากการขายรถยนต์ไฟฟ้า แต่มูลค่าบริษัทที่สูงถึง 1.53 ล้านล้านดอลลาร์นั้น ส่วนใหญ่สะท้อนความคาดหวังเกี่ยวกับธุรกิจ Robotaxi และหุ่นยนต์ Humanoid ในอนาคต ด้าน Morningstar ระบุว่าข่าวนี้สอดคล้องกับทิศทางที่ผู้บริหารเคยประกาศไว้ ขณะเดียวกัน Waymo ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Alphabet ยังคงครองความเป็นผู้นำตลาด ด้วยจำนวน Robotaxi กว่า 2,500 คันที่ให้บริการในสหรัฐฯ


6. ดร.เอกนิติในฐานะ รมว.คลังและรองนายกฯ ระบุว่า การเตรียม “รากฐานนโยบาย” ทำล่วงหน้าไว้แล้ว ทั้งแพ็กเกจ Quick Big Win 5 เสาหลักที่เดินหน้าสำเร็จไปกว่า 99% ภายในสองเดือน และชุดมาตรการขับเคลื่อนการบริโภคและการลงทุน ทำให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจปี 2568 ยังโตได้ไม่น้อยกว่า 2% และไตรมาส 4/2568 โตมากกว่า 1% แม้จะยุบสภาเร็วกว่าที่คาด อย่างไรก็ดี รัฐบาลรักษาการจะ “ชะลอการออกนโยบายใหม่” ที่อาจเข้าข่ายสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ ม.169 และต้องให้ กกต. พิจารณาเป็นรายมาตรการ โครงการ “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” วงเงินรวมราว 20,000 ล้านบาท ที่เดิมเตรียมเสนอ ครม. วันที่ 16 ธ.ค. 2568 เพื่อเริ่มใช้ต้นปี 2569 ต้องหยุดชั่วคราว รอ กกต. ชี้ขาดว่าจะดำเนินการได้หรือไม่ ขณะเดียวกัน โปรเจ็กต์โครงสร้างพื้นฐานใหญ่เช่น รถไฟทางคู่เฟส 2 รวม 6 เส้นทาง มูลค่าเกือบ 3 แสนล้านบาท แม้ รฟท. เตรียมข้อมูลพร้อมแล้ว แต่จังหวะอนุมัติจริงจะต้องรอรัฐบาลใหม่ตัดสินใจ


ประเด็นที่ต้องติดตาม: Retail Sales (MoM) ของสหรัฐฯ เดือน พ.ย. คาดการณ์ที่ 0.2% เท่ากับก่อนหน้า การจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ เดือน พ.ย. ก่อนหน้าที่ 1.19 แสนตำแหน่ง

Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 16 ธ.ค. 2568 | Café Invest