Café Invest
Markets

Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 22 ม.ค. 2569

Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 22 ม.ค. 2569

1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกแรงหลังสถานการณ์กรีนแลนด์ผ่อนคลายลง Bond Yield ลดลง น้ำมันปรับตัวขึ้นต่อ
2. ทรัมป์ถอนการขึ้นภาษีนำเข้าของยุโรป และแสดงจุดยืนไม่ใช้กำลังทหาร ในประเด็นกรีนแลนด์ ช่วยหนุนสินทรัพย์เสี่ยงต่อ
3. IEA ปรับคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกปี 2026 เพิ่มขึ้น แต่ยังมีแรงกดดันด้านอุปทาน เรายังคงแนะนำกองทุน TUSENGY
4. J&J รายงานกำไรใน 4Q25 แข็งแกร่ง พร้อมคาดการณ์ปี 2026 สดใส เราชอบ J&J จากแนวโน้มการเติบโต
5. ซีอีโอ Nvidia เตรียมเยือนจีนเพื่อฟื้นฟูตลาดชิป H200 เรายังคงชื่นชอบ NVDA และ TSMC ในการผลิตชิป AI ขั้นสูง
6. Burberry รายงานยอดขายไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 3% ซึ่งดีกว่าคาดการณ์ ทั้งนี้เราชื่นชอบ LVMH, RMS มากกว่า
7. Google Cloud เปิดตัว “Cloud Region” แห่งใหม่ใน กทม. เราประเมินเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มสื่อสารและโรงไฟฟ้า

Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
22 January 2026

1. ดัชนีหุ้นสหรัฐปิดพุ่งแรง S&P 500 +1.16%, Nasdaq +1.18% หลังทรัมป์ได้จัดทำกรอบข้อตกลงในประเด็นกรีนแลนด์และประกาศยกเลิกภาษีกับยุโรปที่จะมีผลในวันที่ 1 ก.พ. ช่วยคลายความกังวลของตลาด ด้านพันธบัตร Bond Yield ของ US 10-year Treasury เริ่มปรับตัวลดลงมาอยู่ระดับ 4.25% ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 0.25% ขณะที่ราคาน้ำมันเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว หลัง EIA ประกาศปรับเพิ่มความต้องการใช้น้ำมันในปี 2026 มากขึ้น


2. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ใช้เวที World Economic Forum ที่ดาวอสประกาศว่าสหรัฐ “ต้องการเปิดการเจรจาทันที” โดยย้ำประเด็นความมั่นคงโดยให้เหตุผลว่ามิติความมั่นคงในอาร์กติก และมีรายงานต่อมาว่าทรัมป์ได้จัดทำกรอบข้อตกลงในประเด็นกรีนแลนด์และประกาศยกเลิกการเก็บภาษีจากยุโรปที่จะมีผลวันที่ 1 ก.พ. ช่วยให้ตลาดคลายความกังวลมากขึ้น มีแนวโน้มหนุนสินทรัพย์เสี่ยงต่อ


3. IEA ปรับประมาณการการเติบโตของอุปสงค์น้ำมันโลกปี 2026 เพิ่มขึ้นเป็น 930,000 bpd จาก 860,000 bpd ที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า ส่งผลให้อุปทานส่วนเกินในตลาดน้ำมันลดลงเหลือ 3.69 ล้าน bpd จาก 3.84 ล้าน bpd ในรายงานเดือนธันวาคม IEA ระบุว่าสมดุลตลาดที่มีอุปทานส่วนเกินสูงช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้เข้าร่วมตลาดและช่วยควบคุมราคาน้ำมันไว้ได้ เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน เรายังคงแนะนำลงทุน TUSENGY ที่ลงทุนในหุ้นพลังงานสหรัฐฯ


4. J&J รายงานกำไรใน 4Q25 แข็งแกร่ง มีการเติบโตทั้งรายได้และกำไร โดย Adj EPS อยู่ที่ 2.46 ดอลลาร์ เติบโตราว 20.6% YoY พร้อมคาดการณ์ปี 2026 สดใสด้วยยอดขายแตะ 1 แสนล้านดอลลาร์จากกลุ่มยามะเร็งและ MedTech แต่ได้รับแรงกดดันจากความกังวลคดีแป้งฝุ่น หลังศาลให้ผู้เชี่ยวชาญขึ้นให้การเรื่องความเสี่ยงมะเร็ง ซึ่งบดบังผลประกอบการที่ดี เราชอบ J&J จากแนวโน้มการเติบโตแต่ราคาจะปรับขึ้นหลังคดีความคลี่คลาย


5. ซีอีโอ Nvidia เตรียมเยือนจีนเพื่อฟื้นฟูตลาดชิป H200 หลังสหรัฐฯ ผ่อนปรนกฎ ให้สามารถขายชิปชุดนี้ให้ลูกค้าจีนภายใต้เงื่อนไขด้านความมั่นคงและโควตาปริมาณ แต่ต้องเผชิญแรงต้านจากสภาฯ สหรัฐฯ ที่ดันกฎหมายตรวจสอบและระงับการส่งออกด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง นอกจากนี้ เขายังระบุว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI จะสร้างความต้องการแรงงานช่างฝีมือมหาศาล เราชอบ NVDA และ TSMC ในการผลิตชิป AI ขั้นสูง


6. Burberry รายงานยอดขายไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 3% ซึ่งดีกว่าคาดการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากตลาดจีนที่เติบโต 6% จากความนิยมในกลุ่ม Gen Z สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์ที่กลับมาเน้นสินค้าหลักอย่างเสื้อโค้ทและผ้าพันคอ และบริษัทคงเป้าหมายกำไรปีนี้ตามเดิม แนวโน้ม Turnaround ชัดขึ้นแต่ยังมีความไม่แน่นอนสูง สำหรับการลงทุนบริษัทที่เกี่ยวกับสินค้าแบรนด์เนม เราชอบ LVMH, RMS มากกว่า


7. Google Cloud ประกาศเปิด “Bangkok cloud region” อย่างเป็นทางการในเดือนม.ค. 2026 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในไทยมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท) ครอบคลุมทั้งดาต้าเซ็นเตอร์ที่ชลบุรีและโครงสร้างคลาวด์ในกรุงเทพ คาดว่าจะเปิดให้บริการภายใน 5 ปี และประเมินว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ได้สูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท และการจ้างงานเฉลี่ย 1.3 แสนตำแหน่ง เราประเมินเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มสื่อสารและโรงไฟฟ้า


ประเด็นที่ต้องติดตาม: Core PCE YoY ของสหรัฐฯ เดือน พ.ย. คาดการณ์ที่ 2.7% ก่อนหน้าที่ 2.8%

Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 22 ม.ค. 2569 | Café Invest