1. หุ้นโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อ โดยดัชนี S&P 500 ทำจุดสูงสุดใหม่ ขณะที่ดอลลาร์ร่วงต่ำสุดรอบ 4 ปี ด้านทองคำขึ้นต่อ
2. น้ำมันพุ่ง 3% หลังพายุหนาวสหรัฐฯ ทำกำลังการผลิตน้ำมันสะดุด ยังคงหนุนการลงทุนในกองทุน TUSENGY
3. อินเดีย-ยุโรป บรรลุข้อตกลงการค้าลดภาษีสินค้าเกือบทั้งหมด หนุนการค้า 2 ภูมิภาค เป็นประโยชน์ต่อกองทุน K-INDX
4. รัฐบาลเกาหลีเร่งผ่าน “กฎหมายพิเศษการลงทุนในสหรัฐฯ” หลังทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีเกาหลีจากเดิม 15% เป็น 25%
5. LVMH ยอดขายลดลง 5% ในปี 2025 แต่จะฟื้นตัวช้าๆในปีนี้ โดยอัตรากำไรที่สูงขึ้นจะหนุนการเติบโต เราชอบ LVMH, RMS
6. HCA เผยกำไรต่อหุ้น 4Q25 สูงกว่าคาด ลดความกังวลเรื่องเงินอุดหนุนของรัฐ เรามอง HCA ได้รับผลกระทบต่อนโยบายจำกัด
7. Texas Instruments คาดการณ์รายได้ 1Q2026 สูงกว่าคาด จากความต้องการชิปฟื้นตัว เราชอบ NVDA, AVGO และ ASML
8. สศค. ปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยปี 68 เหลือ 2.2% ขณะที่ปี 69 คาดชะลอลงเหลือ 2.0% จากส่งออกอ่อนแรง
Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 28 ม.ค. 2569

Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
28 January 2026
1. ตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นต่อ โดย S&P 500 ปิด +0.41% ทำจุดสูงสุดใหม่ ด้าน Nasdaq ปิดบวก 0.91% นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่ดอลลาร์ร่วงต่ำสุดรอบ 4 ปี ด้านราคาทองคำพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ที่ $5,186 ต่อออนซ์ ได้รับแรงหนุนจากความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า ขณะที่ราคาเงินปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อ 7.93% โดยตลาดจับตาการประกาศผลการดำเนินงานของ Magnificent Seven และการประชุมเฟดในสัปดาห์นี้
2. ราคาน้ำมัน Brent ปิดที่ $67.57/บาร์เรล และ WTI ที่ $62.39/บาร์เรล เพิ่มขึ้นราว 3% หลังพายุหนาวสหรัฐทำให้การผลิตน้ำมันลดลง 2 ล้านบาร์เรล/วัน ขณะที่ Tengiz oilfield ของคาซัคสถานฟื้นตัวช้ากว่าคาด ความตึงเครียดตะวันออกกลางยังคงหนุนราคา หลังสหรัฐส่งกองเรือรบเข้าประจำการ ปัจจัยเหล่านี้มีแนวโน้มหนุนหุ้นพลังงานของสหรัฐฯ ต่อ โดยยังคงแนะนำลงทุนในกองทุน TUSENGY
3. อินเดียและยุโรป บรรลุข้อตกลงการค้าหลังเจรจายาวนานสองทศวรรษ โดยยุโรปจะลดภาษีสินค้าจากอินเดีย 99.5% ภายใน 7 ปี ขณะที่อินเดียลดภาษีสินค้ายุโรป 96.6% ช่วยบริษัทยุโรปประหยัดค่าภาษี 4 พันล้านยูโร สินค้าที่ได้ประโยชน์รวมถึงรถยนต์ , เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องจักร และสิ่งทอ ข้อตกลงคาดจะเพิ่มการส่งออกของยุโรป ไปอินเดียเป็นสองเท่าภายในปี 2032 เราประเมินการบรรลุข้อตกลงมีแนวโน้มหนุนการค้าทั้ง 2 ภูมิภาค ยังคงแนะนำสะสมกองทุนหุ้นอินเดียผ่าน K-INDX
4. รัฐบาลเกาหลีใต้และพรรครัฐบาลเร่งเดินหน้าผ่าน “กฎหมายพิเศษการลงทุนในสหรัฐฯ” ภายในสิ้นเดือน ก.พ. นี้ หลังทรัมป์ ประกาศจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้จาก 15% เป็น 25% อ้างเหตุเพราะสภาเกาหลีใต้ยังไม่ออกกฎหมายรองรับข้อตกลงการค้าและคำมั่นลงทุนในสหรัฐมูลค่า 3.5 แสนล้านดอลลาร์ที่ตกลงกันเมื่อปีก่อน ทั้งนี้ฝ่ายนโยบายของโซลประกาศจะส่งรัฐมนตรีอุตสาหกรรมเดินทางไปวอชิงตันเจรจา ตลาดประเมินเกาหลีใต้จะสามารถประนีประนอมกับสหรัฐฯ ได้
5. LVMH มียอดขายปี 2025 ลดลง 5% โดยหน่วยแฟชั่นและเครื่องหนังลดลง 3% ในไตรมาส 4 ขณะที่กลุ่มอัญมณีและ Sephora ยังเติบโต ทั้งนี้กำไรสุทธิลดลง 13% จากปัจจัยด้านภาษีและค่าเงิน ด้าน CEO เตือนว่าปี 2026 จะยังคงท้าทายและต้องควบคุมค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง โดยมองว่ายอดขายจะฟื้นตัวอย่างช้าๆ แต่การขยายตัวของอัตราการทำกำไรจะสนับสนุนการเติบโต เรายังชอบ LVMH และ RMS
6. HCA Healthcare รายงานกำไรต่อหุ้นใน 4Q25 สูงกว่าคาด พร้อมประกาศซื้อหุ้นคืนเพิ่ม 1 หมื่นล้านดอลลาร์ แม้รายได้จะพลาดเป้าเล็กน้อยแต่แนวโน้มกำไรปี 2026 ที่คาดไว้ 1.55-1.64 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วยคลายความกังวลของตลาดได้เรื่องการสิ้นสุดเงินอุดหนุน ACA โดยบริษัทมั่นใจว่าแผนประหยัดต้นทุนจะช่วยชดเชยปัจจัยลบดังกล่าวได้ เรามองว่า HCA จะได้รับผลกระทบจำกัดจากนโยบายสาธารณสุขของสหรัฐและมองว่าปลอดภัยสุดในกลุ่ม Healthcare
7. Texas Instruments ผลประกอบการไตรมาส 4/2025 ออกมาต่ำกว่าคาดเล็กน้อยแต่คาดการณ์รายได้ใน 1Q26 ไว้ที่ 4.32-4.68 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ สะท้อนถึงการฟื้นตัวของความต้องการชิปในกลุ่มอุตสาหกรรมและยานยนต์หลังจากลูกค้าจัดการสินค้าคงคลังสำเร็จ เรามองเป็นภาพการฟื้นตัวของกลุ่ม Semiconductor นอกกลุ่ม AI อย่างต่อเนื่อง แต่เราชอบกลุ่มชิปที่ทำ AI อย่าง NVDA, AVGO และกลุ่มผู้ผลิตเครื่องผลิตชิปอย่าง ASML มากกว่า
8. สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยปี 2568 เหลือโต 2.2% จากเดิม 2.4% หลังตัวเลขจริงไตรมาส 3/68 โตเพียง 1.2% ต่ำกว่าที่คาด และภาคการผลิตอ่อนแรงจากปัจจัยปิดซ่อมโรงกลั่นและภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ กดดันภาคส่งออกและการผลิตโดยรวม โดย สศค.คาดการณ์ปี 2569 โตชะลอลงเหลือ 2.0% จากการส่งออกที่อ่อนแรง พร้อมจับตาความเสี่ยงงบปี 70 ล่าช้าและสงครามการค้า ซึ่งประมาณของ สศค. ปี 69 ที่ 2.0% สูงกว่าสภาพัฒน์ฯและธปท.ที่ 1.7% และ 1.5% ตามลำดับ
ประเด็นที่ต้องติดตาม: การประชุม FOMC
