1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ รีบาวด์นำโดยกลุ่มเทคฯ หลังข้อมูลเศรษฐกิจแข็งแกร่ง แม้ Fed ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น
2. Fed Minutes ชี้โทน Hawkish มากขึ้น ส่งสัญญาณห่างไกลจากการลดดอกเบี้ย มองความเสี่ยงตลาดแรงงานลดลง-เงินเฟ้อคงอยู่นานกว่าคาด
3. สหรัฐฯ เผยอิหร่านยังไม่ยอมรับข้อเสนอหลักสหรัฐฯ ปธน. ทรัมป์สงวนสิทธิ์ใช้กำลังทหาร - ขณะที่สันติภาพยูเครนยังไม่คืบหน้า
4. สื่อรายงาน Lagarde อาจลาออกจาก ECB ก่อนครบวาระปี 2027 ขณะที่รัฐบาลยุโรปยังไม่มีฉันทามติในการเร่งกระบวนการสรรหาคนใหม่
5. “Sanae” ได้รับรองตำแหน่งนายกฯ อย่างเป็นทางการ เดินหน้าเร่งผ่านงบปี 2026 หนุนมุมมองบวกต่อหุ้นญี่ปุ่นจากแรงกระตุ้นการคลัง
6. ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยืดเยื้อ มองเป็นบวกระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง PTTEP PTT TOP SPRC
7. ส.อ.ท. เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมใน ม.ค. 2569 ฟื้นตัวสู่ 88.7 สะท้อนสัญญาณบวกภาคการผลิตที่ฟื้นตัวหลังหยุดยาวปีใหม่
Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
19 February 2026
1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวนำโดยกลุ่มเทคโนโลยี หลังข้อมูลเศรษฐกิจออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ช่วยคลายความกังวลต่อประเด็น AI disruption โดย S&P 500 ปรับขึ้น 0.6% และ Nasdaq 100 เพิ่มขึ้น 0.8% ขณะที่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และซอฟต์แวร์ดีดตัวเด่น ด้านข้อมูลเศรษฐกิจสะท้อนภาพเศรษฐกิจยังขยายตัว ทั้งการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นมากสุดในรอบเกือบหนึ่งปี ยอดคำสั่งซื้อสินค้าทุนที่แข็งแกร่ง และการเริ่มสร้างบ้านที่ทำจุดสูงสุดในรอบห้าเดือน อย่างไรก็ตาม รายงานการประชุม Fed ส่งสัญญาณว่าหากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง อาจจำเป็นต้องคงดอกเบี้ยระดับสูงต่อไป ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ขยับขึ้นสู่ 4.08% และดอลลาร์แข็งค่า ขณะที่ราคาน้ำมันและทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์
2. รายงานการประชุมเดือน ม.ค. (27–28 ม.ค.) ของ Federal Reserve ระบุว่า เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่มีท่าทีระมัดระวังต่อการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม และบางรายเตือนว่า หากเงินเฟ้อยังสูง อาจจำเป็นต้องพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยด้วยซ้ำ สะท้อนโทน “hawkish” มากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า รายงานระบุว่า “เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่” มองความเสี่ยงด้านตลาดแรงงานลดลง ขณะที่ความเสี่ยงเงินเฟ้อ “คงอยู่นานกว่าคาด” และมีเจ้าหน้าที่บางส่วนกังวลว่า การผ่อนคลายนโยบายเร็วเกินไป อาจถูกตีความว่า Fed ลดความมุ่งมั่นต่อเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ท่าทีดังกล่าวอาจสร้างแรงตึงเครียดกับประธานาธิบดี Donald Trump ที่เรียกร้องให้ลดดอกเบี้ย และเพิ่มความซับซ้อนต่อบทบาทของ Kevin Warsh ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นประธาน Fed คนใหม่ ซึ่งมีจุดยืนสนับสนุนดอกเบี้ยต่ำ
3. รอง ปธน. JD Vance เผยว่าอิหร่านยังไม่ยอมรับข้อเสนอหลักของสหรัฐฯ เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ แม้วานนี้ รมว. ต่างประเทศอิหร่านได้ออกมาส่งสัญญาณเชิงบวก ด้าน ปธน. Trump จะสงวนสิทธิ์การใช้กำลังทหารต่ออิหร่าน หากการดำเนินการทางการทูตไม่เป็นผลและอิหร่านไม่ยอมยุติโครงการนิวเคลียร์ ขณะเดียวกัน การประชุมเจรจาสันติภาพไตรภาคีสหรัฐฯ-รัสเซีย-ยูเครน ในเจนีวาได้ยุติลงแล้ว โดยการเจรจายังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ประเด็นข้างต้นสะท้อนความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีอยู่ โดยเฉพาะความเสี่ยงบริเวณตะวันออกกลางซึ่งจะกระทบต่อตลาดน้ำมัน
4. Financial Times รายงานว่า Christine Lagarde อาจก้าวลงจากตำแหน่งประธาน ECB ก่อนครบวาระ 8 ปีในเดือนตุลาคม 2027 โดยต้องการออกก่อนการเลือกตั้งปธน.ฝรั่งเศสเดือนเมษายนปีหน้า แม้โฆษก ECB ระบุว่ายังไม่มีการตัดสินใจใด ๆ ตลาดตอบรับจำกัด โดยยูโรอ่อนเล็กน้อย ขณะที่นักวิเคราะห์ Nomura มองว่าผลกระทบต่อทิศทางนโยบายการเงินมีจำกัด เนื่องจากเงินเฟ้อคาดทรงตัวใกล้ 2% และเศรษฐกิจเติบโตสม่ำเสมอ ผู้ที่ถูกจับตาเป็นตัวเต็งสืบทอดตำแหน่ง ได้แก่ นาง Isabel Schnabel กรรมการบริหาร ECB และนาย Joachim Nagel ประธาน Bundesbank ขณะที่รัฐบาลยุโรปยังไม่มีฉันทามติเรื่องการเร่งกระบวนการสรรหาผู้นำคนใหม่
5. Sanae Takaichi ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการเป็นนายกฯ ญี่ปุ่น หลังพรรค LDP ครองเสียงสองในสามในสภาล่าง เตรียมเร่งพิจารณางบประมาณปีงบประมาณ 2026 ที่เริ่ม 1 เม.ย. งบวงเงินราว 122.3 ล้านล้านเยน ($799 พันล้าน) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้น 6.3% จากปีปัจจุบัน โดยรัฐบาลวางแผนออกพันธบัตรใหม่ 29.6 ล้านล้านเยน คิดเป็น 24.2% ของรายจ่ายทั้งหมด ลดลงจาก 24.9% โดย Sanae ระบุเป้าหมายของรัฐบาลคือการผ่านงบประมาณให้ทันภายในเดือนมีนาคม ภาพรวมเอื้อต่อมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นญี่ปุ่น จากแรงหนุนด้านการคลังและความชัดเจนเชิงนโยบายที่ช่วยหนุนเศรษฐกิจในประเทศ
6. ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นราว 4.5%DoD จากกังวลความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยืดเยื้อกระทบอุปทานน้ำมันชะงักงัน หลังไม่มีความคืบหน้าในข้อพิพาทระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน รวมทั้งการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครน มองเป็นบวกระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง PTTEP PTT TOP SPRC
7. ส.อ.ท. เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมใน ม.ค. 2569 ฟื้นตัวสู่ระดับ 88.7 สะท้อนสัญญาณบวกในภาคการผลิตที่ฟื้นตัวหลังหยุดยาวปีใหม่ การเร่งการผลิตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อในช่วงตรุษจีน และการบริโภคที่เพิ่มขึ้นตามจำนวน นทท. ต่างชาติที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการลงทุนใน Data Center
ประเด็นที่ต้องติดตาม: Initial Jobless Claims ของสหรัฐฯ คาดว่าจะออกมาที่ 229.0K จากก่อนหน้าที่ 227K