Café Invest
Markets

Airbus นำ Boeing ในยอดส่งมอบและคำสั่งซื้อเดือน ส.ค. แต่ทั้งคู่ยังติดคอขวดการผลิต

BANYSEAIRDCHIX
Airbus นำ Boeing ในยอดส่งมอบและคำสั่งซื้อเดือน ส.ค. แต่ทั้งคู่ยังติดคอขวดการผลิต

ในเดือน ส.ค. Airbus ยังนำ Boeing ทั้งด้านยอดส่งมอบและคำสั่งซื้อ โดย Aibus ส่งมอบ 57 ลำเทียบกับ Boeing 51 ลำ ขณะที่คำสั่งซื้อใหม่อยู่ที่ 67 ลำเทียบกับ 15 ลำ อย่างไรก็ดี Airbus ยังเผชิญความเสี่ยงจากการเร่งส่งมอบ A320 และข้อจำกัดห่วงโซ่อุปทาน ส่วน Boeing เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวของ 737 MAX แม้ 787 ยังอ่อนแอ ทั้งนี้ INVX มอง Boeing มีโอกาสเด่นกว่าในเชิงฟื้นตัว หากสามารถเพิ่มกำลังผลิต 737 MAX และ 787 ได้ตามแผน ขณะที่ Airbus มีพื้นฐานและความชัดเจนของคำสั่งซื้อระยะยาวแข็งแกร่งกว่า

1) ภาพรวม: Airbus ยังนำเชิงปริมาณ ขณะที่ Boeing ฟื้นตัวด้านการผลิตได้ชัดขึ้น

เดือน ส.ค. 2026 Airbus ส่งมอบเครื่องบิน 57 ลำ สูงกว่า Boeing ที่ 51 ลำ ขณะที่ยอดสะสม 8 เดือน Airbus อยู่ที่ 475 ลำ เทียบกับ Boeing 418 ลำ ทำให้ Airbus ยังคงเป็นผู้นำด้านปริมาณส่งมอบ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองบริษัทชะลอลงจากเดือน ก.ค. จากปัจจัยฤดูกาลและข้อจำกัดห่วงโซ่อุปทาน โดยปัญหาของ Airbus กระจุกตัวที่ A320/A330 ขณะที่ Boeing ยังมีข้อจำกัดในการเพิ่มการผลิต 737 MAX และการส่งมอบ 787

ในด้านความต้องการ Airbus เด่นกว่าอย่างชัดเจน โดยรับคำสั่งซื้อใหม่ 67 ลำในเดือน ส.ค. เทียบกับ Boeing เพียง 15 ลำ ขณะที่ยอดคำสั่งซื้อขั้นต้นสะสมปี 2026 ของ Airbus อยู่ที่ 1,157 ลำ เทียบกับ Boeing ราว 498 ลำ สะท้อนว่า Airbus ได้เปรียบด้านคำสั่งซื้อและฐานงานระยะยาว ขณะที่จุดแข็งของ Boeing ในระยะสั้นคือการฟื้นตัวของสายการผลิต โดยเฉพาะ 737 MAX

ตารางเปรียบเทียบภาพรวมเดือน ส.ค. 2026

รายการ

Airbus

Boeing

ส่งมอบ ส.ค.

57 ลำ

51 ลำ

เทียบ ก.ค.

-14.9% MoM

-3.8% MoM

เทียบ ส.ค. 2025

-6.6% YoY

-10.5% YoY

ส่งมอบสะสม ม.ค.-ส.ค.

475 ลำ

418 ลำ

คำสั่งซื้อขั้นต้น ส.ค.

67 ลำ

15 ลำ

ยกเลิกคำสั่งซื้อ ส.ค.

0

0

คำสั่งซื้อขั้นต้นสะสมปี 2026

1,157 ลำ

498 ลำ

2) ยอดส่งมอบ: Airbus ชนะจำนวนรวม แต่ Boeing เหนือกว่าในเครื่องบินลำตัวกว้าง

ยอดส่งมอบแยกตามรุ่นเดือน ส.ค.

ประเภท

Airbus

ส่งมอบ

Boeing

ส่งมอบ

ลำตัวแคบขนาดเล็ก

A220-300

10

ลำตัวแคบ

A319neo

1

737 MAX

41

A320neo

16

737 อื่นๆ

1

A321neo

26

รวมตระกูลหลักลำตัวแคบ

A320 Family

43

737 Family

42

ลำตัวกว้าง

A330neo

1

767

3

A350-1000

3

777F

2

787

4

รวมลำตัวกว้าง

4

9

รวมทั้งหมด

57

51

Airbus ส่งมอบ A320 Family 43 ลำ ลดลงจาก 55 ลำในเดือน ก.ค. ประกอบด้วย A319neo 1 ลำ A320neo 16 ลำ และ A321neo 26 ลำ รวมถึง A220 จำนวน 10 ลำ ขณะที่ A330neo กลับมาส่งมอบได้ 1 ลำ หลังหยุดส่งมอบในเดือน มิ.ย.-ก.ค. และ A350 จำนวน 3 ลำ

ฝั่ง Boeing ส่งมอบ 737 MAX จำนวน 41 ลำ เพิ่มจาก 39 ลำในเดือน ก.ค. แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายอัตราการผลิตประมาณ 47 ลำต่อเดือน ขณะที่ 787 ส่งมอบเพียง 4 ลำ ลดลงจาก 10 ลำในเดือน ก.ค. และต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 8 ลำต่อเดือน

จุดที่ Boeing ทำได้ดีกว่า: เครื่องบินลำตัวกว้าง

Boeing ส่งมอบเครื่องบินลำตัวกว้าง 9 ลำในเดือน ส.ค. มากกว่า Airbus กว่า 2 เท่า ประกอบด้วย 787 จำนวน 4 ลำ 777F จำนวน 2 ลำ และ 767 จำนวน 3 ลำ ขณะที่ Airbus มีเพียง A350 จำนวน 3 ลำและ A330 จำนวน 1 ลำ

3) คำสั่งซื้อ: Airbus ชนะขาดจากจีนและเครื่องบินลำตัวกว้าง

คำสั่งซื้อเดือน ส.ค. แยกตามรุ่น

บริษัท

รุ่น

คำสั่งซื้อใหม่

Airbus

A220

4

A321neo

40

A350

15

A350F

8

Airbus รวม

67

Boeing

737 MAX

2

787 Dreamliner

13

Boeing รวม

15

คำสั่งซื้อของ Airbus มีคุณภาพค่อนข้างดี โดย Shenzhen Airlines สั่ง A321neo จำนวน 40 ลำ ขณะที่ Air China สั่ง A350 จำนวน 15 ลำ นอกจากนี้ยังมี A350F 8 ลำ และ A220 จำนวน 4 ลำจากลูกค้าที่ไม่เปิดเผยชื่อ จึงเห็นความต้องการจากเอเชียและจีนเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ

Boeing รับคำสั่งซื้อเพียง 15 ลำ แต่ส่วนประกอบของคำสั่งซื้อค่อนข้างน่าสนใจ เพราะเป็น 787 ถึง 13 ลำ เทียบกับ 737 MAX เพียง 2 ลำ และไม่มีการยกเลิกคำสั่งซื้อในเดือนดังกล่าว

ดังนั้น Airbus ชนะในเชิงปริมาณอย่างชัดเจน ส่วน Boeing แม้ปริมาณน้อยกว่า แต่คำสั่งซื้อส่วนใหญ่เป็น 787 ซึ่งมีมูลค่าต่อเครื่องสูงกว่า

4) Airbus: คำสั่งซื้อแข็งแกร่ง แต่โจทย์ใหญ่คือผลิตให้ทัน

Airbus มีข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างจาก Backlog 9,368 ลำ ประกอบด้วย A220 จำนวน 568 ลำ A320 Family 7,577 ลำ A330 จำนวน 333 ลำ และ A350 จำนวน 890 ลำ ทำให้ A320 Family มีงานในมือรองรับการผลิตราว 11.7 ปี ขณะที่ A350 อยู่ราว 12.8 ปี

แต่ปัญหาหลักไม่ใช่ความต้องการสินค้า แต่เป็น ความสามารถในการผลิตและส่งมอบ โดย Airbus ตั้งเป้าส่งมอบปี 2026 จำนวน 870 ลำ หลัง 8 เดือนทำได้ 475 ลำ หรือยังเหลือ 395 ลำในช่วง 4 เดือนสุดท้าย ขณะเดียวกัน A320 Family ซึ่งเป็นแหล่งกำไรหลักต้องเร่งส่งมอบอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปลายปี

อีกปัจจัยคือเครื่องยนต์ GTF ของ Pratt & Whitney โดยมี A320 Family ราว 530 ลำอยู่ในสถานะจอดเก็บ และ Pratt ยังไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการส่งเครื่องยนต์ใหม่ให้ผู้ผลิต เนื่องจากต้องจัดสรรกำลังเพื่อซ่อมเครื่องยนต์ที่อยู่ในฝูงบินเดิม ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อแผนเพิ่มกำลังผลิต Airbus ยังไม่หมดไป

จุดบวก คือ A330neo กลับมาส่งมอบได้แล้ว หลังปัญหาคุณภาพเฉพาะจุดได้รับการแก้ไข

5) Boeing: ปริมาณยังตาม Airbus แต่ภาพการฟื้นตัวเริ่มน่าสนใจ

จุดที่น่าจับตาของ Boeing คือ 737 MAX ส่งมอบ 41 ลำในเดือน ส.ค. เพิ่มจาก 39 ลำในเดือน ก.ค. และข้อมูล Cirium บ่งชี้ว่าเครื่องทั้ง 41 ลำน่าจะเป็นเครื่องที่ผลิตใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่การระบายเครื่องบินเก่าที่จอดค้างอยู่ จึงเป็นสัญญาณที่ดีกว่าการดูตัวเลขส่งมอบเพียงอย่างเดียว เพราะสะท้อนว่าสายการผลิตใหม่เริ่มสร้างเครื่องได้ต่อเนื่องมากขึ้น

อย่างไรก็ดี Boeing ยังต้องยกระดับอัตราการผลิตต่อไป บริษัทตั้งเป้า 737 MAX ราว 47 ลำต่อเดือน ขณะที่เพื่อให้ถึงสมมติฐานส่งมอบ 522 MAX ในปีนี้ ต้องเฉลี่ยประมาณ 51 ลำต่อเดือนในช่วง ก.ย.-ธ.ค. เทียบกับค่าเฉลี่ยประมาณ 40 ลำต่อเดือนในช่วง 8 เดือนแรก

787 เป็นความเสี่ยงมากกว่า โดยส่งมอบเพียง 4 ลำในเดือน ส.ค. เทียบกับเป้าประมาณ 8 ลำต่อเดือน และต้องเฉลี่ยเกือบ 11 ลำต่อเดือนในช่วงที่เหลือหากต้องการถึงประมาณการ 96 ลำทั้งปี ดังนั้น Boeing จำเป็นต้องฟื้น 787 ควบคู่กับ 737 MAX จึงจะเห็นการปรับดีขึ้นของกระแสเงินสดอย่างเต็มที่

6) ใครมีโอกาสทำได้ดีกว่าเป้าหมายระยะสั้น?

หากพิจารณาไตรมาส 3 Airbus ส่งมอบแล้ว 124 ลำในเดือน ก.ค.-ส.ค. เทียบกับตลาดคาด 219 ลำ จึงต้องส่งมอบอีก 95 ลำในเดือน ก.ย. ขณะที่ Boeing ส่งมอบแล้ว 104 ลำ เทียบกับตลาดคาด 169 ลำ ต้องส่งอีก 65 ลำ ทำให้ Boeing อยู่ในสถานะที่ท้าทายน้อยกว่า Airbus สำหรับการทำตามประมาณการไตรมาส 3

3Q26

Airbus

Boeing

ส่งมอบ ก.ค.-ส.ค.

124

104

ตลาดคาดทั้ง 3Q

219

169

ต้องส่งมอบใน ก.ย.

95

65

ความเสี่ยงต่ำกว่าคาด

สูงกว่า

ต่ำกว่า

ดังนั้นภาพในช่วงสั้นอาจต่างจากยอดสะสมทั้งปี คือ Airbus นำด้านปริมาณและคำสั่งซื้อ แต่ Boeing มีโอกาสทำตามประมาณการไตรมาส 3 ได้ง่ายกว่า หาก 737 MAX สามารถรักษาอัตราการผลิตปัจจุบันและเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

7) มุมมองของ INVX

Airbus — มุมมองเชิงพื้นฐานแข็งแกร่งกว่า แต่ระยะสั้นมีความเสี่ยงต่อเป้าส่งมอบ

Airbus มีข้อได้เปรียบจากยอดส่งมอบและคำสั่งซื้อที่สูงกว่า Boeing อย่างชัดเจน โดยเฉพาะ A320neo/A321neo รวมถึง Backlog ที่ยาวกว่า อีกทั้งการกลับมาของ A330neo ลดความเสี่ยงบางส่วน อย่างไรก็ตาม ตลาดรับรู้ความแข็งแกร่งของคำสั่งซื้อค่อนข้างมากแล้ว สิ่งที่ต้องพิสูจน์คือการเพิ่มกำลังผลิตใน 4 เดือนสุดท้ายของปี โดยเฉพาะ A320 Family จึงมองว่า แนวโน้มระยะกลางยังเป็นบวก แต่ตัวเร่งราคาหุ้นระยะสั้นขึ้นอยู่กับการเร่งส่งมอบมากกว่าการได้คำสั่งซื้อใหม่

Boeing — น่าสนใจกว่าในเชิงฟื้นตัว หากการเพิ่มกำลังผลิตทำได้ตามแผน

แม้ Boeing ยังตาม Airbus ทั้งยอดส่งมอบและคำสั่งซื้อ แต่จุดสำคัญคือ 737 MAX ที่ส่งมอบในเดือน ส.ค. ส่วนใหญ่เป็นเครื่องผลิตใหม่ สะท้อนการฟื้นตัวของระบบการผลิต หากสามารถขยับจาก 41 ลำไปสู่ 47-51 ลำต่อเดือนได้ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้ มาร์จิ้น และกระแสเงินสด อย่างไรก็ตาม 787 ยังเป็นจุดอ่อน จึงมองว่า Boeing มีโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการฟื้นตัวสูงกว่า แต่มีความเสี่ยงในการดำเนินงานสูงกว่า Airbus

สรุปมุมมองเปรียบเทียบ

ประเด็น

Airbus

Boeing

ปริมาณส่งมอบ

ดีกว่า

รองลงมา

คำสั่งซื้อใหม่

ดีกว่าชัดเจน

อ่อนกว่า

Backlog

แข็งแกร่งกว่า

แข็งแกร่ง

ตลาดเครื่องลำตัวแคบ

A320/A321 เด่น

737 MAX กำลังฟื้น

เครื่องลำตัวกว้าง ส.ค.

อ่อน

ดีกว่า

ความเสี่ยง Supply Chain

สูง

สูง

ความเสี่ยงต่อ 3Q Consensus

สูงกว่า

ต่ำกว่า

คุณภาพพื้นฐาน

แข็งแกร่งกว่า

อยู่ในช่วงฟื้นตัว

โอกาสจากการฟื้นตัว

ปานกลาง

สูงกว่า

ความเสี่ยงในการดำเนินงาน

ต่ำกว่า

สูงกว่า

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Airbus นำ Boeing ในยอดส่งมอบและคำสั่งซื้อเดือน ส.ค. แต่ทั้งคู่ยังติดคอขวดการผลิต | Café Invest