ผลประกอบการช่วง 1H26 ของ Carrefour, Nestlé และ Moncler สะท้อนว่าเงินเฟ้อเริ่มกระทบปริมาณขายและจำกัดการขยายตัวของอัตรากำไร แม้สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นจะยังมีความยืดหยุ่นสูง แต่ผู้บริโภคมีความอ่อนไหวต่อราคามากขึ้น ขณะที่สินค้าฟุ่มเฟือยอย่าง Moncler เริ่มชะลอตัวใน 2Q26 จากนักท่องเที่ยวในยุโรปที่ลดลงและพฤติกรรมผู้บริโภคที่ชะลอการตัดสินใจซื้อ ภาพรวมจึงสะท้อนคุณภาพการเติบโตที่ต่ำลง โดยบริษัทต่าง ๆ ต้องเลือกระหว่างการยอมเสียปริมาณขาย การปรับลดราคา หรือการยอมรับมาร์จิ้นที่ฟื้นตัวช้าลง
Carrefour–Nestlé–Moncler: เงินเฟ้อเริ่มกระทบปริมาณขายและจำกัดการขยายมาร์จิ้น

1) สรุปภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการ 1H26 ของ Carrefour, Nestlé และ Moncler ออกมาแบบผสม โดย Carrefour ต่ำกว่าคาดในระดับกำไรจากการดำเนินงาน แม้ยอดขายสาขาเดิม 2Q26 ดีกว่าคาด สะท้อนว่าการลดราคาช่วยหนุนปริมาณขาย แต่กดดันคุณภาพกำไร ขณะที่ Nestlé ทำกำไรจากการดำเนินงานและอัตรากำไรดีกว่าคาดเล็กน้อยจากการลดต้นทุน แม้ปริมาณขายในสหรัฐฯ และยุโรปยังอ่อนแอ ส่วน Moncler รายได้และกำไร 1H26 ดีกว่าคาดเล็กน้อย แต่การเติบโตของแบรนด์หลักใน 2Q26 ชะลอลงมากกว่าที่ตลาดคาดจากนักท่องเที่ยวในยุโรปลดลง
ในภาพรวม การบริโภคสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นยังมีความยืดหยุ่น โดยเฉพาะอาหารและสินค้าในตลาดเกิดใหม่ แต่ผู้บริโภคมีความอ่อนไหวต่อราคามากขึ้น ขณะที่สินค้าฟุ่มเฟือยได้รับผลกระทบจากการชะลอการซื้อและการท่องเที่ยวมากกว่า เงินเฟ้อด้านวัตถุดิบ พลังงาน ขนส่ง และภาษีนำเข้าไม่ได้ทำให้รายได้ลดลงอย่างรุนแรง แต่ทำให้บริษัทต้องเลือกระหว่างขึ้นราคา ลงทุนด้านราคา หรือยอมรับมาร์จิ้นที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด
2) ตารางผลประกอบการแยกรายบริษัท
2.1) Carrefour
ผลประกอบการ 1H26
รายการ | 1H26 | เปลี่ยนแปลง YoY | ตลาดคาด | เทียบคาด |
|---|---|---|---|---|
ยอดขายสุทธิ | €39.43 พันล้าน | -5.6% | €39.88 พันล้าน | ต่ำกว่าคาด 1.1% |
กำไรจากการดำเนินงานปกติ | €757 ล้าน | +11.0% | €779–802 ล้าน | ต่ำกว่าคาด 3–6% |
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน | 1.9% | เพิ่มจาก 1.6% | 1.88% | ใกล้เคียงคาด |
กำไรสุทธิปรับปรุง | €345 ล้าน | +26.8% | €352 ล้าน | ต่ำกว่าคาด 2% |
EPS ปรับปรุง | €0.49 | +18.3% | €0.45 | ดีกว่าคาด 9% |
รายละเอียดกำไรตามภูมิภาค 1H26
ภูมิภาค | กำไรดำเนินงาน | เปลี่ยนแปลง YoY | มาร์จิ้น | เทียบคาด |
|---|---|---|---|---|
ฝรั่งเศส | €300 ล้าน | +13.8% | 1.5% | ต่ำกว่าคาด €312 ล้าน |
สเปน | €177 ล้าน | +7.3% | 3.3% | ดีกว่าคาด €171 ล้าน |
บราซิล | €359 ล้าน | +5.8% | 4.0% | ดีกว่าคาด €346 ล้าน |
ประเทศอื่น | -€34 ล้าน | ขาดทุนเพิ่ม | -0.8% | ต่ำกว่าคาด -€18 ล้าน |
ยอดขาย 2Q26
รายการ | 2Q26 | ตลาดคาด | เทียบคาด |
|---|---|---|---|
ยอดขายรวมภาษี | €22.71 พันล้าน | €23.01 พันล้าน | ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย |
ยอดขายสาขาเดิมไม่รวมเชื้อเพลิง | +1.9% | +1.6% | ดีกว่าคาด |
ฝรั่งเศส | +1.0% | +0.8% | ดีกว่าคาด |
ไฮเปอร์มาร์เก็ตฝรั่งเศส | +0.8% | +0.1% | ดีกว่าคาดชัดเจน |
ซูเปอร์มาร์เก็ตฝรั่งเศส | +1.0% | +1.0% | ตามคาด |
ร้านสะดวกซื้อและรูปแบบอื่น | +1.1% | +2.6% | ต่ำกว่าคาด |
สเปน | +2.2% | +1.9% | ดีกว่าคาด |
บราซิล | +0.4% | +0.1% | ดีกว่าคาด |
เบลเยียม | +1.3% | +0.5% | ดีกว่าคาด |
โปแลนด์ | -5.8% | -3.0% | ต่ำกว่าคาด |
2.2) Nestlé
ผลประกอบการ 1H26
รายการ | 1H26 | เปลี่ยนแปลง YoY | ตลาดคาด | เทียบคาด |
|---|---|---|---|---|
ยอดขาย | CHF43.11 พันล้าน | -2.5% | CHF43.02 พันล้าน | ดีกว่าคาดเล็กน้อย |
Organic Growth | +3.6% | เพิ่มจาก +2.9% | +3.5% | ดีกว่าคาดเล็กน้อย |
ปริมาณขาย | +1.5% | เพิ่มจาก +0.2% | +1.4% | ดีกว่าคาดเล็กน้อย |
การขึ้นราคา | +2.1% | ลดจาก +2.7% | +2.0% | ใกล้เคียงคาด |
กำไรจากการดำเนินงานปกติ | CHF7.08 พันล้าน | -2.8% | CHF6.95–6.98 พันล้าน | ดีกว่าคาด 1.5–1.9% |
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน | 16.4% | ลดลง 10 bps | 16.1–16.2% | ดีกว่าคาด |
อัตรากำไรขั้นต้น | 46.4% | ลดลง 20 bps | 46.2% | ดีกว่าคาดเล็กน้อย |
EPS ปรับปรุง | CHF2.22 | -2.4% | CHF2.16 | ดีกว่าคาด 3% |
รายละเอียดตามภูมิภาค 1H26
ภูมิภาค | Organic Growth | ปริมาณขาย | มาร์จิ้นดำเนินงาน | เปลี่ยนแปลงมาร์จิ้น |
|---|---|---|---|---|
อเมริกา | +3.3% | +1.0% | 19.3% | -30 bps |
เอเชีย โอเชียเนีย และแอฟริกา | +4.3% | +2.8% | 21.4% | ทรงตัว |
ยุโรป | +2.7% | +0.5% | 16.4% | -120 bps |
Nespresso | +4.3% | +1.7% | 20.7% | -120 bps |
น้ำดื่มและเครื่องดื่มพรีเมียม | +5.1% | +1.6% | 9.5% | +20 bps |
ยอดขาย 2Q26
รายการ | 2Q26 | 1Q26 | ตลาดคาด | เทียบคาด |
|---|---|---|---|---|
Organic Growth | +3.7% | +3.5% | +3.6% | ดีกว่าคาดเล็กน้อย |
ปริมาณขาย | +1.8% | +1.2% | +1.8% | ตามคาด |
การขึ้นราคา | +1.9% | +2.3% | +1.8% | ดีกว่าคาดเล็กน้อย |
Nespresso | +3.4% | +5.1% | +4.0% | ต่ำกว่าคาด |
2.3) Moncler
ผลประกอบการ 1H26
รายการ | 1H26 | เปลี่ยนแปลง YoY | ตลาดคาด | เทียบคาด |
|---|---|---|---|---|
รายได้รวม | €1.29 พันล้าน | +5.2% ตามรายงาน; +9% ที่ค่าเงินคงที่ | €1.29 พันล้าน | ตามคาด |
รายได้แบรนด์ Moncler | €1.09 พันล้าน | +9% ที่ค่าเงินคงที่ | €1.09 พันล้าน | ตามคาด |
รายได้ Stone Island | €200.3 ล้าน | +11% ที่ค่าเงินคงที่ | €198.9 ล้าน | ดีกว่าคาดเล็กน้อย |
EBIT | €245.4 ล้าน | +9.2% | €240.5 ล้าน | ดีกว่าคาด 2% |
กำไรสุทธิ | €164.7 ล้าน | +7.3% | €158.4 ล้าน | ดีกว่าคาด 4% |
รายละเอียดรายได้แบรนด์ Moncler 1H26
ภูมิภาค | รายได้ | เปลี่ยนแปลง YoY |
|---|---|---|
เอเชีย | €592.9 ล้าน | +13% |
ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา | €349.7 ล้าน | -4.3% |
อเมริกา | €147.0 ล้าน | -0.6% |
ยอดขาย 2Q26
รายการ | 2Q26 | 1Q26 | ตลาดคาด | เทียบคาด |
|---|---|---|---|---|
รายได้รวม | €409.3 ล้าน | — | €406–407 ล้าน | ดีกว่าคาดเล็กน้อย |
การเติบโตรายได้ ที่ค่าเงินคงที่ | +5% | +12% | +5.6% | ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย |
3.) รายละเอียดผลประกอบการรายตัว
3.1) Carrefour: ยอดขายดีกว่าคาด แต่กำไรยังถูกฉุดจากฝรั่งเศสและธุรกิจที่ซื้อมา
Carrefour รายงานยอดขายสาขาเดิม 2Q26 ไม่รวมเชื้อเพลิงและผลปฏิทินเพิ่มขึ้น 1.9% ดีกว่าคาดที่ประมาณ 1.6% โดยฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น 1.0% สเปนเพิ่มขึ้น 2.2% และบราซิลกลับมาเพิ่มขึ้น 0.4% ยอดขายที่ดีขึ้นมาจากการลงทุนลดราคา การฟื้นตัวของ Cora และ Match และอุปสงค์อาหารที่ยังมีความยืดหยุ่น
อย่างไรก็ดี กำไรจากการดำเนินงานปกติ 1H26 อยู่ที่ €757 ล้าน ต่ำกว่าคาด เนื่องจากผลขาดทุนของ Cora และ Match ราว €75 ล้าน ผลประกอบการในอาร์เจนตินาอ่อนแอ และค่าใช้จ่ายส่วนกลางสูงกว่าที่ตลาดประเมิน แม้มาร์จิ้นเพิ่มขึ้นเป็น 1.9% จากการลดค่าใช้จ่ายและการประหยัดต้นทุน €490 ล้านในช่วงครึ่งปีแรก
ปัจจัยหนุน
• ยอดขายสาขาเดิมในฝรั่งเศส สเปน และบราซิลดีกว่าคาด
• กำไรในฝรั่งเศส สเปน และบราซิลรวมกันเพิ่มขึ้นราว 9%
• ต้นทุนดอกเบี้ยลดลงจากการปรับโครงสร้างหนี้ในบราซิล
• การเปลี่ยนร้านไปสู่ระบบเช่าให้บริหารและแฟรนไชส์ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย
ปัจจัยฉุด
• Cora และ Match ยังขาดทุนและยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน
• ส่วนแบ่งตลาดในฝรั่งเศสยังทรงตัว แม้มีการลดราคาอย่างต่อเนื่อง
• ต้นทุนพลังงานและขนส่งเพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
• ตลาดโปแลนด์และอาร์เจนตินายังอ่อนแอ
3.2) Nestlé: กำไรดีกว่าคาดจากการลดต้นทุน แต่ปริมาณขายในตลาดพัฒนาแล้วยังอ่อนแอ
Nestlé รายงานยอดขาย Organic 1H26 เพิ่มขึ้น 3.6% จากปริมาณขายเพิ่มขึ้น 1.5% และการขึ้นราคา 2.1% ขณะที่ 2Q26 ปริมาณขายเร่งขึ้นเป็น 1.8% เทียบกับ 1.2% ใน 1Q26 อย่างไรก็ดี รายได้ตามรายงานลดลง 2.5% YoY จากผลกระทบค่าเงิน 6.2%
กำไรจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ CHF7.08 พันล้าน สูงกว่าคาดราว 1.5% และมาร์จิ้น 16.4% ดีกว่าคาด แม้ลดลง 10 bps YoY โดยได้แรงหนุนจากการประหยัดต้นทุน CHF600 ล้านใน 1H26 และผลประโยชน์จากการปรับโครงการบำนาญ แต่ถูกหักล้างด้วยต้นทุนกาแฟ โกโก้ ภาษีนำเข้า ค่าใช้จ่ายการตลาด และผลกระทบจากการเรียกคืนผลิตภัณฑ์นมผงเด็ก
ปัจจัยหนุน
• ตลาดเกิดใหม่เติบโตแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกา และละตินอเมริกา
• จีนเริ่มทรงตัวหลังการลดสินค้าคงคลังของช่องทางจำหน่ายสิ้นสุดลง
• ธุรกิจกาแฟ อาหารสัตว์เลี้ยง และอาหารและขนมยังเติบโต
• การประหยัดต้นทุนเร็วกว่ากำหนด ช่วยชดเชยต้นทุนวัตถุดิบ
ปัจจัยฉุด
• ปริมาณขายในอเมริกาเหนือลดลง 0.6% ใน 2Q26
• ยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ถูกกระทบจากการลดสินค้าคงคลังของร้านค้าปลีก
• ยุโรปมีปริมาณขายทรงตัว และมีการถอดสินค้าชั่วคราวจากร้านค้าบางราย
• ต้นทุนกาแฟ โกโก้ ภาษีนำเข้า และการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ยังกดดันมาร์จิ้น
3.3) Moncler: กำไรดีกว่าคาด แต่ยอดขายแบรนด์หลักชะลอจากนักท่องเที่ยวและฤดูกาล
Moncler รายงานรายได้ 1H26 ที่ €1.29 พันล้าน เพิ่มขึ้น 9% เมื่อไม่รวมค่าเงิน ขณะที่ EBIT เพิ่มขึ้น 9.2% YoY สู่ €245 ล้าน และมาร์จิ้นเพิ่มขึ้นเป็น 19.0% จาก 18.3% ปีก่อน หากไม่รวมค่าใช้จ่ายครั้งเดียวจากโครงสร้างบริหารใหม่ มาร์จิ้นจะอยู่ที่ประมาณ 19.6%
อย่างไรก็ดี ยอดขาย 2Q26 เพิ่มขึ้นเพียง 5% ชะลอลงจาก 12% ใน 1Q26 โดยแบรนด์ Moncler เติบโตเพียง 3% ขณะที่ Stone Island เพิ่มขึ้น 11% ปัจจัยกดดันมาจากยอดขายยุโรปลดลง 8% จากนักท่องเที่ยวเอเชียและสหรัฐฯ ลดลง ยอดขายออนไลน์ในยุโรปอ่อนแอ และผู้บริโภคเลื่อนการซื้อสินค้าฤดูหนาวจนใกล้ช่วงใช้งานจริง
ปัจจัยหนุน
• เอเชียเติบโต 12% โดยจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นยังแข็งแกร่ง
• Stone Island เติบโตสองหลักต่อเนื่อง โดยยอดขายผ่านร้านของบริษัทเพิ่มขึ้น 15%
• สัดส่วนยอดขายผ่านร้านของบริษัทสูงขึ้น ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้น
• สินค้าฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนได้รับการตอบรับดี
ปัจจัยฉุด
• นักท่องเที่ยวในยุโรปลดลง โดยเฉพาะจากเอเชียและสหรัฐฯ
• ปริมาณขายของ Moncler ใน 2Q26 ทรงตัวถึงลดลงเล็กน้อย
• ยอดขายออนไลน์ยุโรปอ่อนแอ
• การเติบโตยังพึ่งพาสินค้าฤดูหนาวและยอดขาย 4Q ในระดับสูง
4) แนวโน้มและ Guidance
ตารางสรุปแนวโน้ม
บริษัท | Guidance | การเปลี่ยนแปลง | สมมติฐานสำคัญ |
|---|---|---|---|
Carrefour | มาร์จิ้นเพิ่มขึ้นมากกว่า 25 bps, EPS เพิ่มระดับสูงหลักเดียว, กระแสเงินสดเพิ่มขึ้น, ประหยัดต้นทุน €1 พันล้าน | คงเดิม | Cora และ Match ฟื้นตัว, กำไรฝรั่งเศสเร่งขึ้น, บราซิลทรงตัวดีขึ้น, อาร์เจนตินาฟื้น |
Nestlé | ยอดขาย Organic เพิ่มขึ้น 3–4%, มาร์จิ้นดีขึ้นจากปี 2025, กระแสเงินสดมากกว่า CHF9 พันล้าน | คงเป้าทั้งปี แต่ลดมุมมองมาร์จิ้น 2H | ต้นทุนกาแฟและโกโก้ลดลง แต่ถูกชดเชยด้วยพลังงาน ขนส่ง และการลงทุนการตลาด |
Moncler | ไม่มีเป้าตัวเลขรายได้หรือกำไรอย่างเป็นทางการ แต่ยังมุ่งรักษามาร์จิ้นใกล้ระดับ 29% ทั้งปี | ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการ | ยอดขายฤดูหนาว 4Q, การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว, ร้านเรือธงนิวยอร์ก และ Stone Island |
4.1) Carrefour
Carrefour คงเป้าหมายปี 2026 แม้กำไร 1H26 ต่ำกว่าคาด โดยฝ่ายบริหารคาดว่ากำไร 2H26 จะเร่งขึ้นจากฐานเปรียบเทียบที่ง่ายขึ้นของ Cora และ Match การไม่มีค่าใช้จ่ายรวมกิจการเพิ่มเติม การประหยัดต้นทุน และการฟื้นตัวของอาร์เจนตินา อย่างไรก็ดี บริษัทต้องทำให้อัตราการเติบโตของกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลังเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
4.2) Nestlé
Nestlé คงเป้ายอดขาย Organic เพิ่มขึ้น 3–4% และกระแสเงินสดมากกว่า CHF9 พันล้าน แต่ปรับมุมมองอัตรากำไร 2H26 จากเดิมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากครึ่งปีแรก เป็นใกล้เคียงกับ 1H26 สะท้อนว่าประโยชน์จากราคากาแฟและโกโก้ที่ลดลง รวมถึงการประหยัดต้นทุน จะถูกชดเชยด้วยค่าขนส่ง พลังงาน และค่าใช้จ่ายการตลาด
4.3) Moncler
Moncler ยังไม่ให้ Guidance เชิงตัวเลข แต่ฝ่ายบริหารยังมีเป้าหมายรักษาอัตรากำไรทั้งปีใกล้ระดับเดิม บริษัทคาดหวังว่าธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังจะได้แรงหนุนจากฤดูหนาว การเปิดร้านเรือธงในนิวยอร์ก และการเติบโตของ Stone Island อย่างไรก็ดี แนวโน้มยังมีความไม่แน่นอนสูงจากนักท่องเที่ยวและพฤติกรรมซื้อสินค้าใกล้ช่วงใช้งาน
5) มุมมองของผู้บริหารและประเด็นจาก Earnings Call
5.1) Carrefour: ผู้บริโภคยังซื้ออาหาร แต่ต้องเสนอราคาที่แข่งขันได้
ผู้บริหารมองว่าการบริโภคอาหารในฝรั่งเศสยังมีความยืดหยุ่น ปริมาณขายยังเป็นบวก และยังไม่เห็นผลกระทบชัดเจนจากความไม่แน่นอนทางการเมืองหรือภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ดี Carrefour ยอมรับว่าการสร้างส่วนแบ่งตลาดต้องอาศัยการลงทุนด้านราคาอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทลดราคาสินค้าหลายรอบ ครอบคลุมสินค้ารอบละมากกว่า 500 รายการ และลดราคาเฉลี่ยราว 8–10%
บริษัทเชื่อว่าสามารถชดเชยการลดราคาด้วยการประหยัดต้นทุน การเปลี่ยนร้านเป็นแฟรนไชส์ และเทคโนโลยี เช่น ระบบตรวจจับสินค้าขาดชั้นวาง อย่างไรก็ดี จุดที่ตลาดยังตั้งคำถามคือส่วนแบ่งตลาดฝรั่งเศสยังไม่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และ Cora กับ Match ยังมีผลขาดทุนสูง
5.2) Nestlé: ตลาดเกิดใหม่ดี แต่ผู้บริโภคสหรัฐฯ อ่อนไหวต่อราคา
ผู้บริหารระบุว่าการเติบโตเริ่มพึ่งพาปริมาณขายมากขึ้น และตั้งเป้าให้ปริมาณขายเติบโตอย่างน้อย 2% ในระยะกลาง ตลาดเกิดใหม่ยังเป็นแหล่งเติบโตหลัก ขณะที่จีนเริ่มมีเสถียรภาพ แต่หมวดสินค้าหลายประเภทในจีนยังหดตัว
ในสหรัฐฯ การขึ้นราคากาแฟทำให้ปริมาณขายอ่อนตัวชั่วคราว ขณะที่ยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงถูกกระทบจากการลดสินค้าคงคลังของร้านค้าปลีก แม้ยอดขายถึงผู้บริโภคปลายทางยังดี ฝ่ายบริหารจึงมองว่าปัญหาบางส่วนเป็นเพียงชั่วคราว แต่ยอมรับว่าการขึ้นราคาต้องทำอย่างระมัดระวังมากขึ้น
5.3) Moncler: ผู้บริโภคยังซื้อ แต่เลื่อนเวลาและเลือกสถานที่ซื้อ
ผู้บริหารระบุว่ายอดขายเดือน เม.ย. และ พ.ค. แข็งแกร่ง แต่ชะลอลงชัดเจนในเดือน มิ.ย. จากจำนวนผู้เข้าร้านลดลงและนักท่องเที่ยวในยุโรปลดลง พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากการซื้อสินค้าฤดูหนาวล่วงหน้า เป็นการซื้อเมื่อใกล้ถึงช่วงใช้งานจริงมากขึ้น
อย่างไรก็ดี บริษัทไม่ได้มองว่าอุปสงค์สินค้าหรูหายไปทั้งหมด เนื่องจากยอดขายในจีน เกาหลีใต้ และสหรัฐฯ ยังเติบโต และผู้บริโภคบางส่วนที่ไม่ได้ซื้อในยุโรปหันกลับไปซื้อในประเทศของตนเอง ปัญหาจึงเป็นทั้งเรื่องเวลาในการซื้อและการย้ายสถานที่ซื้อ มากกว่าการหยุดใช้จ่ายโดยสิ้นเชิง
มุมมองของ INVX
ผลประกอบการของทั้งสามบริษัทสะท้อนว่าเงินเฟ้อยังไม่ทำให้การบริโภคลดลงทั่วทั้งระบบ แต่เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างชัดเจน โดยผู้บริโภคให้ความสำคัญกับราคา ลดการซื้อสินค้าล่วงหน้า เลือกซื้อเฉพาะสินค้าจำเป็น หรือเปลี่ยนสถานที่และช่องทางซื้อสินค้า
ในกลุ่มอาหาร ผู้บริโภคยังคงซื้อ แต่เลือกสินค้าที่คุ้มค่ามากขึ้น และตอบสนองเชิงลบต่อการขึ้นราคา โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และยุโรป ส่วนสินค้าฟุ่มเฟือย ผู้บริโภคไม่ได้หยุดซื้อทั้งหมด แต่ชะลอการซื้อ เลือกซื้อใกล้ช่วงใช้งาน และลดการซื้อระหว่างเดินทาง
ดังนั้น ในภาพรวมมองเป็นกลางถึงระมัดระวังต่อกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคยุโรป เนื่องจากยอดขายยังมีความยืดหยุ่น แต่คุณภาพการเติบโตต่ำลง บริษัทที่ต้องลงทุนด้านราคาอาจรักษายอดขายได้ แต่ต้องแลกกับมาร์จิ้น ขณะที่บริษัทที่พึ่งการขึ้นราคาอาจเผชิญแรงต้านจากปริมาณขาย
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

