CATL จับมือ Alfen ผู้ให้บริการพลังงานของเนเธอร์แลนด์ เพื่อนำระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่โซเดียมขนาดรวม 5 กิกะวัตต์ชั่วโมงไปติดตั้งในยุโรปตั้งแต่ปี 2027 นับเป็นการใช้งานเชิงพาณิชย์ครั้งแรกของเทคโนโลยีดังกล่าวในภูมิภาคนี้ ความร่วมมือช่วยให้ CATL ลดการพึ่งพาแบตเตอรี่ลิเทียม ขยายตลาดต่างประเทศ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการเชื่อมต่อระบบเข้ากับโครงข่ายไฟฟ้ายุโรป ขณะที่ธุรกิจกักเก็บพลังงานมีแนวโน้มกลายเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้และกำไรสำคัญของบริษัทในระยะถัดไป
CATL เปิดตลาดแบตเตอรี่โซเดียมในยุโรป ปูทางธุรกิจกักเก็บพลังงาน

1) CATL นำแบตเตอรี่โซเดียมเข้าสู่ยุโรปเป็นครั้งแรก
- CATL ลงนามบันทึกความเข้าใจกับ Alfen เพื่อจัดหาระบบกักเก็บพลังงาน TENER Sodium ขนาดรวม 5 กิกะวัตต์ชั่วโมงให้แก่โครงการในยุโรปตะวันตก รวมถึงเนเธอร์แลนด์ โดยคาดว่าจะเริ่มส่งมอบตั้งแต่ปี 2027
- ข้อตกลงนี้ถือเป็นการนำระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่โซเดียมไปใช้งานเชิงพาณิชย์ครั้งแรกในยุโรป และเป็นก้าวสำคัญในการขยายเทคโนโลยีจากตลาดจีนไปสู่ตลาดต่างประเทศ
2) แบตเตอรี่โซเดียมช่วยลดการพึ่งพาลิเทียม
- ระบบดังกล่าวใช้โซเดียมเป็นวัตถุดิบหลักแทนลิเทียม ซึ่งมีปริมาณมากกว่าและมีแหล่งจัดหาที่กระจายตัวมากกว่า จึงช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาลิเทียมและข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทาน
- เทคโนโลยีนี้เหมาะกับระบบกักเก็บพลังงานประจำที่ ซึ่งไม่ได้ให้ความสำคัญกับน้ำหนักเท่ากับรถยนต์ไฟฟ้า โดย CATL ระบุว่าระบบมีอายุการใช้งานออกแบบ 25 ปี และมีประสิทธิภาพการเก็บและจ่ายพลังงานดีขึ้นเกือบ 2% ช่วยลดต้นทุนรวมตลอดอายุโครงการ
3) ต่อยอดความร่วมมือระยะยาวกับ Alfen
- CATL และ Alfen เริ่มร่วมมือกันด้านแบตเตอรี่ลิเทียมสำหรับระบบกักเก็บพลังงานตั้งแต่ปี 2023 และขยายความร่วมมือในปี 2024 ตามการเติบโตของโครงการพลังงานในยุโรป
- ข้อตกลงล่าสุดจึงไม่ใช่เพียงการขายแบตเตอรี่ แต่เป็นการยกระดับความร่วมมือไปสู่เทคโนโลยีรุ่นใหม่ โดย Alfen จะช่วย CATL ปรับระบบให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของโครงข่ายไฟฟ้าในแต่ละประเทศ และเพิ่มโอกาสเข้าร่วมประมูลโครงการขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ในยุโรป
4) CATL เดินหน้าทั้งตลาดจีนและต่างประเทศ
- CATL เปิดตัวระบบ TENER Sodium อย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน และตั้งเป้าส่งมอบสะสม 1 กิกะวัตต์ชั่วโมงภายในสิ้นปี 2026 โดยจะเริ่มส่งมอบในจีนตั้งแต่เดือนกันยายน และเริ่มส่งออกไปยังตลาดโลกประมาณหนึ่งปีถัดมา
- นอกจากข้อตกลงในยุโรป บริษัทมีสัญญาระยะเวลา 3 ปีเพื่อจัดหาระบบแบตเตอรี่โซเดียมรวม 60 กิกะวัตต์ชั่วโมงให้กับ Beijing HyperStrong Technology ผู้ผลิตอุปกรณ์พลังงานรายใหญ่ของจีน สะท้อนว่าบริษัทเริ่มมีคำสั่งซื้อรองรับก่อนการผลิตเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ
5) ธุรกิจกักเก็บพลังงานกำลังเป็นแหล่งเติบโตใหม่
- CATL ครองส่วนแบ่งตลาดแบตเตอรี่สำหรับระบบกักเก็บพลังงานทั่วโลกราว 30% ในปีที่ผ่านมา ขณะที่ Goldman Sachs มองว่าธุรกิจนี้จะเป็นแหล่งสร้างมูลค่ารอบใหม่ของบริษัท เนื่องจากมีโอกาสสร้างอัตรากำไรและคุณภาพรายได้ที่ดีกว่าการจำหน่ายเซลล์แบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว
- คลาดคาดว่าส่วนแบ่งตลาดของ CATL ในธุรกิจกักเก็บพลังงานของจีนอาจเพิ่มจากมากกว่า 20% ในปี 2025 เป็นประมาณ 40% ภายในปี 2030 จากการรวมตัวของอุตสาหกรรมและการที่ผู้ผลิตขนาดเล็กแข่งขันด้านต้นทุนและประสิทธิภาพได้ยากขึ้น
ตารางสรุปรายละเอียดสำคัญ
รายการ | รายละเอียด | ความสำคัญ |
|---|---|---|
พันธมิตร | CATL และ Alfen | ใช้เครือข่ายและความเชี่ยวชาญของ Alfen ขยายตลาดยุโรป |
ขนาดโครงการยุโรป | 5 กิกะวัตต์ชั่วโมง | เป็นการใช้งานแบตเตอรี่โซเดียมเชิงพาณิชย์ครั้งแรกของ CATL ในยุโรป |
เริ่มส่งมอบ | ตั้งแต่ปี 2027 | สอดคล้องกับแผนเริ่มส่งออกระบบไปตลาดโลก |
อายุการใช้งาน | 25 ปี | เพิ่มความคุ้มค่าสำหรับโครงการกักเก็บพลังงานระยะยาว |
ประสิทธิภาพ | เพิ่มขึ้นเกือบ 2% | ช่วยลดต้นทุนรวมตลอดอายุโครงการ |
สัญญาในจีน | 60 กิกะวัตต์ชั่วโมงในระยะ 3 ปี | สะท้อนว่ามีคำสั่งซื้อรองรับก่อนขยายตลาดโลก |
เป้าหมายปี 2026 | ส่งมอบสะสม 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง | เป็นช่วงเริ่มต้นของการผลิตเชิงพาณิชย์ |
ส่วนแบ่งตลาดโลก | ราว 30% ในปีที่ผ่านมา | สะท้อนฐานธุรกิจกักเก็บพลังงานที่แข็งแกร่ง |
ส่วนแบ่งตลาดจีน | มากกว่า 20% ปี 2025 และอาจแตะ 40% ปี 2030 | มีโอกาสได้ประโยชน์จากการรวมตัวของอุตสาหกรรม |
มุมมองของ InnovestX
- ข้อตกลงกับ Alfen ยืนยันว่าแบตเตอรี่โซเดียมเริ่มเปลี่ยนจากเทคโนโลยีทดลองไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์จริง โดย CATL มีความได้เปรียบจากขนาดการผลิต ต้นทุน เทคโนโลยี และเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลก การขยายจากการขายแบตเตอรี่ไปสู่การให้บริการระบบกักเก็บพลังงานแบบครบวงจร
- รวมถึงสัญญาบริการระยะยาว มีโอกาสช่วยเพิ่มอัตรากำไรและทำให้รายได้มีความสม่ำเสมอมากขึ้น จึงมองเป็นปัจจัยบวกต่อ CATL ในระยะกลางถึงยาว และสะท้อนว่าโซเดียมมีแนวโน้มเข้ามาเสริมลิเทียมในตลาดกักเก็บพลังงาน มากกว่าจะทดแทนทั้งหมดในระยะสั้น
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

