Café Invest
Markets

จีนตอบโต้สหรัฐฯ รอบใหม่ เล็งกลาโหม–โดรน–แร่หายาก

จีนตอบโต้สหรัฐฯ รอบใหม่ เล็งกลาโหม–โดรน–แร่หายาก

จีนยกระดับมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ โดยห้ามหน่วยงานรัฐจัดซื้อสินค้าจากบริษัทสหรัฐฯ 46 แห่ง และเพิ่มบริษัทสหรัฐฯ อีก 10 แห่งเข้าสู่บัญชีควบคุมการส่งออก โดยเฉพาะ MP Materials และ USA Rare Earth ซึ่งเป็นผู้เล่นสำคัญในห่วงโซ่แร่หายากของสหรัฐฯ มาตรการนี้สะท้อนว่าความขัดแย้งจีน–สหรัฐฯ กำลังขยายจากเทคโนโลยีและกลาโหม ไปสู่ วัตถุดิบยุทธศาสตร์ ที่จำเป็นต่อชิป รถยนต์ไฟฟ้า โดรน และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

1) จีนห้ามจัดซื้อสินค้าจากบริษัทสหรัฐฯ 46 แห่ง

  • กระทรวงการคลังจีนประกาศห้ามหน่วยงานรัฐซื้อสินค้าที่ผลิตโดยบริษัทสหรัฐฯ 46 แห่ง โดยไม่รวมบริษัททุนสหรัฐฯ ที่ดำเนินธุรกิจในจีน รายชื่อที่ได้รับผลกระทบรวมถึงบริษัทกลาโหมรายใหญ่ เช่น Lockheed Martin, Boeing Defense, Space & Security และ Raytheon Missiles & Defense สะท้อนว่ามาตรการนี้พุ่งเป้าไปที่กลุ่มกลาโหมและความมั่นคงของสหรัฐฯ โดยตรง

2) เพิ่ม 10 บริษัทสหรัฐฯ เข้าบัญชีควบคุมการส่งออก

  • กระทรวงพาณิชย์จีนเพิ่มบริษัทสหรัฐฯ 10 แห่งเข้าสู่บัญชีควบคุมการส่งออก โดยห้ามผู้ส่งออกจีนขายสินค้าที่ใช้ได้ทั้งเชิงพาณิชย์และการทหารให้บริษัทเหล่านี้ รวมถึงห้ามองค์กรหรือบุคคลจากประเทศอื่นส่งต่อสินค้าที่มีต้นกำเนิดจากจีนให้บริษัทในรายชื่อ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ

3) เป้าหมายสำคัญคือแร่หายากและห่วงโซ่อุปทานกลาโหม

  • รายชื่อที่น่าจับตาคือ MP Materials และ USA Rare Earth ซึ่งเป็นผู้ผลิตแร่หายากสำคัญของสหรัฐฯ และมีบทบาทในความพยายามของวอชิงตันในการลดการพึ่งพาจีน นอกจากนี้ยังมีบริษัทในกลุ่มโดรน หุ่นยนต์ อากาศยาน และยุทโธปกรณ์ เช่น Red Cat, Teal Drones, Jaia Robotics, Ball Aerospace, Oshkosh Defense และ L3Harris Maritime Services

4) จีนใช้แร่หายากเป็นเครื่องมือตอบโต้เชิงยุทธศาสตร์

  • มาตรการนี้เกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ เพิ่มบริษัทจีนบางแห่งเข้าสู่บัญชีที่เกี่ยวข้องกับกองทัพจีน และเกิดขึ้นหลังกลุ่ม G7 เห็นพ้องลดการพึ่งพาแร่หายากจากประเทศใดประเทศหนึ่งให้น้อยกว่า 60% ภายในปี 2030 จึงสะท้อนว่าจีนกำลังส่งสัญญาณว่า แม้ชาติตะวันตกต้องการสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ แต่จีนยังมีอำนาจต่อรองสูงในวัตถุดิบสำคัญ

5) ผลกระทบอาจไม่ใช่แค่บริษัทที่ถูกแบนโดยตรง

  • บริษัทในรายชื่ออาจเผชิญความเสี่ยงด้านการจัดหาวัตถุดิบ ชิ้นส่วน หรืออุปกรณ์ที่มีต้นกำเนิดจากจีน โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับแร่หายาก แม่เหล็กถาวร ระบบโดรน ระบบสื่อสาร และยุทโธปกรณ์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมขั้นสูง หากห่วงโซ่อุปทานตึงตัวขึ้น อาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและระยะเวลาการผลิตยาวขึ้น

6) สหรัฐฯ ยังพึ่งพาจีนสูงแค่ไหน

  • ข้อมูลล่าสุดจาก USGS 2026 ระบุว่า สหรัฐฯ มีอัตราพึ่งพาการนำเข้าสุทธิของ rare-earth compounds & metals อยู่ที่ 67% ในปี 2025 เพิ่มจาก 53% ในปี 2024 ขณะที่แหล่งนำเข้าหลักช่วง 2021–2024 ยังเป็นจีนที่ 71% อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่ใหญ่กว่าคือขั้นกลาง–ปลายน้ำ เพราะ IEA ระบุว่าจีนครอง 91% ของกำลังแปรรูป magnet rare earths และ 94% ของการผลิตแม่เหล็กถาวรแร่หายากในปี 2024

ตารางประเมินรายบริษัท

บริษัท / กลุ่ม

ยังพึ่งจีนหรือไม่

สัดส่วนที่ประเมินได้

มุมมองผลกระทบ

MP Materials

ลดการพึ่งจีนลงมากในด้านยอดขาย แต่ยังเสี่ยงในแร่หายากหนักบางชนิด

ปี 2024 รายได้จาก rare earth concentrate ส่วนใหญ่ขายให้ Shenghe เพื่อนำไปแปรรูปในจีน โดยรายได้ concentrate อยู่ที่ $144.4m จากรายได้รวม $203.9m หรือ ~71%; แต่ตั้งแต่ ก.ค. 2025 บริษัทหยุดขาย concentrate ไปจีนแล้ว

ลบระยะสั้น / บวกระยะยาว เพราะรายได้เดิมจากจีนหายไป แต่ช่วยเร่ง narrative “ห่วงโซ่สหรัฐฯ แท้” และได้แรงหนุนจากภาครัฐ

USA Rare Earth

ยังพึ่งวัตถุดิบภายนอกสูง จนกว่า Round Top จะผลิตเชิงพาณิชย์

บริษัททำสัญญาซื้อ 60% ของวัตถุดิบ NdFeB feedstock สำหรับกำลังผลิตเฟส 1–2 จากซัพพลายเออร์ที่ “สามารถ” หาออกไซด์จากแหล่งนอกจีนได้ แต่ไม่ได้แปลว่า 100% ปลอดจีน; หาก Round Top ไม่สำเร็จ บริษัทระบุว่าจะพึ่ง third-party feedstock ทั้งหมด

ลบต่อความเสี่ยงวัตถุดิบระยะสั้น แต่ระยะยาวอาจบวก หากตลาดให้มูลค่ากับผู้ผลิตแร่หายากนอกจีน

Red Cat / Teal Drones

พยายามลดจีนตามกฎ NDAA แต่ยังเสี่ยงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และมอเตอร์

ไม่มีสัดส่วนแร่หายากที่เปิดเผย; บริษัทระบุว่าข้อจำกัดการนำเข้าโดรน/ชิ้นส่วนจากจีนช่วยหนุนธุรกิจ และ FANG ถูกออกแบบเพื่อแทนที่ชิ้นส่วนที่เคยซื้อจากจีน

ลบเชิงต้นทุน/ซัพพลายระยะสั้น แต่บวกเชิงการแข่งขัน เพราะลูกค้ารัฐบาลต้องการโดรนที่ไม่พึ่งจีน

Oshkosh Defense

พึ่งทางอ้อม ผ่านชิ้นส่วนยานยนต์ทหาร ระบบไฟฟ้า มอเตอร์ เซนเซอร์

ไม่พบสัดส่วนแร่หายากที่เปิดเผย; ธุรกิจหลักเป็นยานพาหนะทหารและระบบเคลื่อนที่ จึงเสี่ยงผ่านซัพพลายเออร์มากกว่าซื้อแร่โดยตรง

ลบจำกัดถึงปานกลาง หากแม่เหล็ก/มอเตอร์/ชิ้นส่วนเฉพาะขาดตลาด แต่ไม่น่ากระทบ demand หลักทันที

L3Harris

พึ่งทางอ้อม ผ่านอิเล็กทรอนิกส์ กลาโหม สื่อสาร อวกาศ/เรดาร์

ไม่เปิดเผยสัดส่วนแร่หายาก; บริษัทระบุว่ามีทีมบริหารความเสี่ยงซัพพลายเชนเพื่อติดตามเหตุการณ์ที่อาจกระทบซัพพลายเออร์

ลบทางอ้อม ผ่าน lead time และต้นทุนชิ้นส่วน ไม่ใช่เพราะซื้อแร่จากจีนโดยตรง

Lockheed Martin / ผู้รับเหมาป้องกันประเทศรายใหญ่

พึ่งทางอ้อมสูงในระบบอาวุธ

ไม่เปิดเผย % แต่ Lockheed ระบุเองว่า rare earth supply chain ยังเปราะบางจากความขาดแคลนและกำลังผลิตจำกัด พร้อมทำแผนลดความเสี่ยง

ลบต่อห่วงโซ่ผลิต แต่ไม่ใช่ลบต่อยอดขาย เพราะงบกลาโหมอาจยังหนุน แต่ต้นทุนและระยะส่งมอบเสี่ยงเพิ่ม

มุมมองของ InnovestX

  • ในภาพรวมประเมินเป็นลบระยะสั้นต่อบริษัทที่ถูกใส่บัญชีและซัพพลายเชนกลาโหม แต่ บวกระยะกลาง–ยาวต่อธีมลดพึ่งพาจีน โดยเฉพาะผู้ผลิตแร่หายาก แม่เหล็ก และการแปรรูปนอกจีน เช่น MP Materials, USA Rare Earth และ Energy Fuels ที่เพิ่งได้ข้อตกลงเงินกู้จากรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มกำลังแปรรูปแร่หายาก
จีนตอบโต้สหรัฐฯ รอบใหม่ เล็งกลาโหม–โดรน–แร่หายาก | Café Invest