Café Invest
Markets

จีนยกระดับมาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากและสินค้าสองทางไปยังญี่ปุ่น

จีนยกระดับมาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากและสินค้าสองทางไปยังญี่ปุ่น

จีนประกาศยกระดับมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าที่ใช้งานได้สองทาง โดยเพิ่มรายชื่อนิติบุคคลญี่ปุ่น 40 ราย เข้าบัญชีควบคุมการส่งออกและบัญชีเฝ้าระวัง ฝั่งละ 20 ราย เพื่อตอบโต้ทางการเมือง มาตรการนี้ส่งผลกระทบเชิงลบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานกลุ่มความมั่นคง พลังงานนิวเคลียร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของญี่ปุ่น โดยเฉพาะกลุ่มบริษัท Mitsubishi Electric, Mitsui E&S และ OKI ที่จะเผชิญภาวะขาดแคลนแร่หายากและต้นทุนที่สูงขึ้น ในทางกลับกัน จะเป็นปัจจัยบวกระยะยาวต่อกลุ่มผู้ผลิตและเหมืองแร่หายากนอกประเทศจีน เช่น Lynas (LYC) และ MP Materials (MP) จากการที่ญี่ปุ่นต้องเร่งหาแหล่งวัตถุดิบทดแทน

สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างจีนและญี่ปุ่นทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อกระทรวงพาณิชย์ของจีนประกาศยกระดับมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าที่ใช้งานได้สองทาง (สินค้าที่มีคุณสมบัติใช้ได้ทั้งในเชิงพาณิชย์และเชิงการทหาร) โดยเพิ่มรายชื่อนิติบุคคลของประเทศญี่ปุ่นรวม 40 ราย เข้าสู่บัญชีควบคุมการส่งออกและบัญชีเฝ้าระวัง มาตรการนี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่ารัฐบาลปักกิ่งจะยังคงเดินหน้ากดดันรัฐบาลโตเกียวภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิจิ อย่างต่อเนื่อง โดยมีรายละเอียดและมาตรการบังคับใช้ที่สำคัญดังนี้

การจัดกลุ่มนิติบุคคลและมาตรการบังคับใช้

มาตรการครั้งนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองรูปแบบหลัก โดยแต่ละรูปแบบมีระดับความเข้มงวดและเงื่อนไขทางกฎหมายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน:

  • บัญชีควบคุมการส่งออกจำนวน 20 ราย:
    o เหตุผล: จีนระบุว่าเป็นไปเพื่อปกป้องความมั่นคงและผลประโยชน์แห่งชาติ รวมถึงการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศเกี่ยวกับการไม่แพร่ขยายอาวุธ โดยพุ่งเป้าไปที่หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสริมสร้างศักยภาพทางทหารของญี่ปุ่น
    o มาตรการ: ห้ามผู้ประกอบการส่งออกของจีนส่งมอบสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (ใช้ได้ทั้งในเชิงพาณิชย์และทางการทหาร) ให้แก่นิติบุคคลในกลุ่มนี้โดยเด็ดขาด รวมถึงห้ามองค์กรหรือบุคคลในต่างประเทศโอนย้ายสินค้าที่มีต้นกำเนิดจากจีนให้แก่กลุ่มนี้ด้วย

  • บัญชีเฝ้าระวังจำนวน 20 ราย:
    o เหตุผล: เนื่องจากจีนไม่สามารถตรวจสอบผู้ใช้ปลายทางและวัตถุประสงค์การใช้งานที่แท้จริงของสินค้าที่ใช้ได้สองทางได้
    o มาตรการ: ผู้ส่งออกจีนที่จะส่งสินค้าให้กลุ่มนี้จะไม่สามารถใช้ใบอนุญาตทั่วไปได้ ในการขอใบอนุญาตรายครั้งจะต้องยื่นรายงานประเมินความเสี่ยงพร้อมหนังสือค้ำประกันว่าจะไม่นำสินค้าไปใช้ในทางทหาร นอกจากนี้ รัฐบาลจีนจะระงับการอนุมัติทันทีหากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ใช้หรือวัตถุประสงค์ทางการทหาร

รายชื่อบริษัทอยู่ในบัญชีกการควบคุมการส่งออกและบัญชีเฝ้าระวัง

No.

Export Control List

Sector

Watchlist

Sector

1

National Institute for Defense Studies

Defense / Government Research

MITSUI E&S Co. Ltd.

Shipbuilding / Industrial Machinery

2

Ground Systems Research Center

Defense / Military Research

Mitsui Bussan Aerospace Co. Ltd. Maintenance Center

Aerospace & Defense

3

Naval Systems Research Center

Defense / Military Research

Terra Drone Corporation

Technology (Drones/Unmanned Systems)

4

Air Systems Research Center

Defense / Military Research

ACSL Ltd.

Technology (Drones/Unmanned Systems)

5

NIKKO TOKKI Co. Ltd.

Defense Technology / Precision Machinery

Mitsubishi Nuclear Fuel Co. Ltd.

Nuclear Energy / Utilities

6

NIKKO-YPK SHOJI Co. Ltd.

Trading & Logistics (Machinery/Defense)

Japan Nuclear Fuel Limited

Nuclear Energy / Utilities

7

Mitsubishi Electric Defense and Space Technologies Corporation

Aerospace & Defense

Fujitsu Network Solutions Limited

Telecommunications / IT Services

8

Mitsubishi Electric Software Corporation

IT & Software (Defense/Industrial)

Hitachi Advanced Systems Corporation

Technology / Defense Electronics

9

Mitsubishi Electric Engineering Company Limited

Industrial Engineering / Electronics

Komatsu Industries Corporation

Industrial Machinery / Manufacturing

10

Mitsubishi Precision Company Limited

Precision Instruments / Aerospace

Komatsu NTC Ltd.

Machine Tools / Manufacturing

11

MHI Oceanincs Co. Ltd.

Marine Engineering / Defense

OKI Electric Industry Co. Ltd.

Electronics / Telecommunications

12

MHI Sagami High-tech Ltd.

High-Tech Manufacturing / Defense

OKI Com-Echoes Co. Ltd.

Telecommunications Equipment

13

MHI Logitec Co. Ltd.

Logistics & Industrial Equipment

OKI Circuit Technology Co. Ltd.

Electronic Components (PCBs)

14

KOWA KOGYO Ltd.

Industrial Manufacturing

OKI Nextech Co. Ltd.

Electronics Manufacturing Services

15

MHI Special Vehicles Parts Supply & Technical Service Co. Ltd.

Defense Transportation / Logistics

OKI Engineering Co. Ltd.

Engineering & Testing Services

16

MHI Maritech Co. Ltd.

Marine & Ship Technology

YDK Technologies Co. Ltd.

Navigation & Control Systems

17

Kawajyu Gifu Manufacturing Co. Ltd.

Aerospace / Manufacturing

Nihon Denji Sokki Co. Ltd

Electronic Testing Instruments

18

NIPPI Corporation

Aerospace & Defense

Howa Machinery Ltd.

Firearms / Industrial Machinery

19

Fortunio Co. Ltd.

Precision Manufacturing / Technology

Hosoya Pyro-Engineering Co. Ltd.

Defense (Pyrotechnics/Explosives)

20

Aoki Seimitsu Kogyo Co. Ltd.

Precision Gears / Machinery

The Fujikura Parachute Co. Ltd.

Aerospace & Defense Equipment

สาเหตุและบริบทเบื้องหลังความขัดแย้ง

การประกาศมาตรการควบคุมในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับข้อจำกัดทางการค้าที่เคยประกาศไปเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ซึ่งในระลอกแรกนั้นได้ควบคุมบริษัทญี่ปุ่นไปแล้ว 40 แห่ง ชนวนเหตุสำคัญของการยกระดับการตอบโต้ทางเศรษฐกิจมาจากความตึงเครียดทางการเมือง ระหว่างรัฐบาลจีนกับรัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิจิ โดยมีชนวนเหตุจากถ้อยแถลงของทากาอิจิเกี่ยวกับประเด็นไต้หวัน ที่ระบุว่าญี่ปุ่นอาจพิจารณาส่งกำลังทหารหากจีนใช้กำลังเข้ายึดครองไต้หวัน ซึ่งทางผู้นำญี่ปุ่นยังคงยืนยันในจุดยืนเดิมและปฏิเสธที่จะถอนคำพูด ส่งผลให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีตึงเครียดขึ้นจนนำมาสู่มาตรการจำกัดการส่งออกรอบใหม่นี้

มุมมองของ INVX

การสั่งห้ามและควบคุมการส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทางจากจีน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของญี่ปุ่น โดยสามารถแบ่งผลกระทบเชิงลบและเชิงบวกแยกตามอุตสาหกรรมและหุ้นรายตัวได้ดังนี้:

ผลกระทบรายอุตสาหกรรม

  • อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและความมั่นคง: รับผลกระทบเชิงลบโดยตรงและรุนแรงที่สุด เนื่องจากระบบยุทโธปกรณ์ อุปกรณ์นำทาง มอเตอร์ และระบบเรดาร์ จำเป็นต้องใช้แม่เหล็กถาวรและวัสดุที่ผลิตจากแร่หายาก ซึ่งจีนเป็นผู้จำหน่ายหลัก มาตรการนี้จะทำให้เกิดภาวะตึงตัวในห่วงโซ่อุปทานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  • อุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง: กลุ่มบริษัทที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง เช่น บริษัทพัฒนาเชื้อเพลิงนิวเคลียร์และระบบโครงข่ายสื่อสาร จะเผชิญกับต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากกระบวนการตรวจสอบเอกสารที่เข้มงวดขึ้น และระยะเวลาในการอนุมัตินำเข้าจากจีนที่ยาวนานกว่าปกติ

ผลกระทบต่อหุ้นรายตัว

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงลบ

  • Mitsubishi Electric Corp. และบริษัทในเครือเช่น Mitsubishi Electric Engineering, Mitsubishi Electric Software: เนื่องจากบริษัทในเครือหลายแห่งถูกจัดอยู่ในบัญชีควบคุมขั้นสูงสุด ส่งผลให้สูญเสียสิทธิ์ในการเข้าถึงวัตถุดิบและอุปกรณ์สำคัญจากจีนทันที กระทบต่อสายการผลิตระบบควบคุมและระบบอิเล็กทรอนิกส์ทางการทหาร ทำให้ต้องใช้เวลาและงบครองชีพที่สูงขึ้นในการจัดหาแหล่งวัตถุดิบทดแทนนอกประเทศจีน
  • Mitsui E&S Co. และ Japan Nuclear Fuel Ltd.: แม้จะอยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง แต่การตรวจสอบที่เข้มงวดของกระทรวงพาณิชย์จีนต่อการนำเข้าสินค้าที่ใช้ได้สองทาง จะทำให้โครงการก่อสร้างเรือขนาดใหญ่และโครงการพลังงานนิวเคลียร์เกิดความล่าช้าในกระบวนการจัดซื้อ จัดเป็นปัจจัยกดดันต่ออัตราการทำกำไรในระยะสั้นถึงกลาง
  • OKI Electric Industry Co. และบริษัทในเครือในกลุ่ม OKI ทั้งหมด: การมีบริษัทในกลุ่มถูกขึ้นบัญชีเฝ้าระวังพร้อมกันถึง 5 บริษัท จะสร้างความติดขัดในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานรวมของกลุ่มอุตสาหกรรมการสื่อสารและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

ญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าแร่หายากจากจีนเป็นหลัก

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงบวก

  • กลุ่มผู้ผลิตแร่หายากและวัสดุขั้นทดแทนนอกประเทศ: มาตรการนี้บีบบังคับให้บริษัทผู้ผลิตยุทโธปกรณ์รายใหญ่ของญี่ปุ่น ต้องเร่งปรับเปลี่ยนโครงสร้างการจัดซื้อ โดยหันไปพึ่งพาการจัดหาวัตถุดิบภายในประเทศหรือประเทศพันธมิตรอื่นแทน ส่งผลบวกต่อแนวโน้มคำสั่งซื้อและราคาจำหน่ายของบริษัทเหมืองแร่และโรงถลุงแร่หายากนอกประเทศจีนในระยะยาว เช่น Lynas Rare Earths Ltd. (LYC), MP Materials Corp. (MP), Iluka Resources Limited (ILU), USA Rare Earth (USAR), Arafura Rare Earths Ltd (ARU), Australian Strategic Materials Ltd (ASM)

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

จีนยกระดับมาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากและสินค้าสองทางไปยังญี่ปุ่น | Café Invest