Eoptolink ยื่นขอเข้าจดทะเบียนในฮ่องกงแบบไม่เปิดเผยข้อมูล โดยอาจระดมทุน $4–5 พันล้าน ตามหลัง Innolight ซึ่งได้รับอนุมัติแล้วและอาจระดมทุนสูงสุด $8 พันล้าน กระแสการเข้าตลาดสะท้อนความต้องการเงินทุนเพื่อขยายกำลังผลิตอุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสง รองรับการลงทุนศูนย์ข้อมูลและระบบ AI ทั่วโลก แนวโน้มดังกล่าวเป็นบวกต่ออุตสาหกรรมอุปกรณ์สื่อสารแสงของจีน เพราะความต้องการไม่ได้มาจากการขยายจำนวนศูนย์ข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการเพิ่มจำนวนชิปภายในระบบและการเปลี่ยนจากสายทองแดงไปสู่การส่งข้อมูลด้วยแสง
หุ้นอุปกรณ์สื่อสารแสงจีนเร่งระดมทุน รับการขยายศูนย์ข้อมูล AI

1) Eoptolink เตรียมระดมทุนในฮ่องกงสูงสุด $5 พันล้าน
- Eoptolink ผู้ผลิตอุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสงของจีน ได้ยื่นเอกสารเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงแบบไม่เปิดเผยข้อมูล โดยอาจระดมทุนประมาณ $4–5 พันล้าน และเพิ่ม Morgan Stanley เข้ามาร่วมดูแลการขายหุ้นกับ Citic Securities และ JPMorgan
- ราคาหุ้นของบริษัทในตลาดเซินเจิ้นเพิ่มขึ้นเกือบ 300% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าตลาดสูงกว่า $100 พันล้าน สะท้อนความคาดหวังต่อการเติบโตของความต้องการอุปกรณ์เชื่อมต่อความเร็วสูงในศูนย์ข้อมูล AI
2) Innolight ได้รับอนุมัติและอาจระดมทุนสูงสุด $8 พันล้าน
- Innolight ได้รับอนุมัติจากทั้งหน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์ของจีนและตลาดหุ้นฮ่องกงแล้ว โดยมีแผนเริ่มรับคำสั่งซื้อหุ้น และอาจระดมทุนได้สูงถึง $8 พันล้าน มากกว่าประมาณการเดิมที่ราว $7 พันล้าน
- หากระดมทุนได้ตามเป้าหมาย จะเป็นหนึ่งในการขายหุ้นครั้งใหญ่ที่สุดของฮ่องกงในรอบหลายปี และใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ Alibaba เข้าจดทะเบียนในปี 2019 บริษัทได้รับประโยชน์จากการเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ให้ Nvidia, Alphabet และ Meta ขณะที่ราคาหุ้นในตลาดเซินเจิ้นเพิ่มขึ้น 454% ในรอบปี
ตารางสรุปการระดมทุนหุ้นอุปกรณ์สื่อสารแสงจีน
บริษัท | สถานะการเข้าตลาดฮ่องกง | เงินระดมทุนโดยประมาณ | จุดเด่นสำคัญ |
|---|---|---|---|
Innolight | ได้รับอนุมัติจากหน่วยงานจีนและตลาดหุ้นฮ่องกงแล้ว | สูงสุด $8 พันล้าน | ผู้ผลิตอุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสงรายใหญ่ ลูกค้าหลักรวม Nvidia, Alphabet และ Meta |
Eoptolink | ยื่นเอกสารแบบไม่เปิดเผยข้อมูล | $4–5 พันล้าน | ได้ประโยชน์จากความต้องการเชื่อมต่อความเร็วสูงในศูนย์ข้อมูล AI |
TFC Optical Communication | อยู่ระหว่างเตรียมเข้าตลาดฮ่องกง | ยังไม่เปิดเผย | ผู้ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์สื่อสารแสงในห่วงโซ่ศูนย์ข้อมูล |
Luxshare Precision | ได้รับการยืนยันการยื่นเอกสารจากหน่วยงานจีน | ราว $3 พันล้าน | ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนเชื่อมต่อ มีฐานลูกค้าระดับโลก |
3) อุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสงเป็นส่วนสำคัญของศูนย์ข้อมูล AI
- ศูนย์ข้อมูลต้องใช้อุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสงเพื่อเชื่อมต่อชิปประมวลผลจำนวนมากเข้าด้วยกัน เนื่องจากการส่งข้อมูลผ่านสายทองแดงเริ่มติดข้อจำกัดด้านความเร็ว ระยะทาง และการใช้พลังงาน
- เมื่อแบบจำลอง AI มีขนาดใหญ่ขึ้น การทำงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของชิปเพียงตัวเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความเร็วในการรับส่งข้อมูลระหว่างชิปและเซิร์ฟเวอร์ด้วย ทำให้อุปกรณ์สื่อสารแสงกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญควบคู่กับชิปหน่วยความจำ ระบบเครือข่าย และศูนย์ข้อมูล
4) บริษัทเทคโนโลยีจีนเร่งเข้าตลาดฮ่องกง
- นอกจาก Eoptolink และ Innolight แล้ว คู่แข่งอย่าง TFC Optical Communication ก็เตรียมเข้าจดทะเบียนในฮ่องกงเช่นกัน สะท้อนว่าผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารแสงของจีนกำลังใช้ตลาดทุนเพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม AI
- การขายหุ้นครั้งแรกในฮ่องกงระดมทุนได้ประมาณ $35 พันล้านตั้งแต่ต้นปี ใกล้เคียงยอดรวมทั้งปี 2025 โดยการเข้าตลาดของบริษัทในห่วงโซ่ AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ช่วยให้ฮ่องกงกลับมาเป็นช่องทางระดมทุนหลักของบริษัทเทคโนโลยีจีน
5) เทคโนโลยีสื่อสารแสงกำลังขยับเข้าใกล้ชิปมากขึ้น
- บริษัทชิปจีน เช่น Biren กำลังพัฒนาระบบที่วางอุปกรณ์สื่อสารแสงใกล้กับชิปมากขึ้น เพื่อเพิ่มความเร็วและขยายจำนวนชิปในระบบจากประมาณ 128 ตัว เป็น 1,024 ตัว ขณะที่ Huawei, MetaX และ Enflame ก็กำลังพัฒนาโครงสร้างลักษณะเดียวกัน
- ในระยะยาว การนำแสงมาใช้เชื่อมต่อชิปโดยตรงจะช่วยลดการใช้พลังงานและลดการสูญเสียของสัญญาณ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยียังอยู่ในช่วงทดลอง และอาจต้องรอถึงปี 2028 จึงจะเริ่มใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้าง
ปัจจัยสนับสนุนและความเสี่ยง
ประเด็น | ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม |
|---|---|
การลงทุนศูนย์ข้อมูล AI เพิ่มขึ้น | หนุนความต้องการอุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสงเพื่อเชื่อมต่อชิปประมวลผลจำนวนมาก |
เปลี่ยนจากสายทองแดงเป็นการส่งข้อมูลด้วยแสง | เพิ่มความเร็ว ลดการใช้พลังงาน และรองรับระบบที่มีชิปหลายร้อยถึงมากกว่า 1,000 ตัว |
เงินทุนจากตลาดฮ่องกง | ช่วยขยายกำลังผลิต ลงทุนวิจัย และเร่งพัฒนาเทคโนโลยีรุ่นใหม่ |
ฐานลูกค้าบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ | Innolight และ Eoptolink ได้ประโยชน์จากงบลงทุนของ Nvidia, Alphabet และ Meta |
ความเสี่ยงด้านมูลค่าหุ้น | ราคาหุ้นปรับขึ้นมากแล้ว ทำให้ไวต่อการชะลอตัวของคำสั่งซื้อหรือผลประกอบการต่ำกว่าคาด |
การแข่งขันและกำลังผลิตส่วนเกิน | การระดมทุนพร้อมกันหลายบริษัทอาจนำไปสู่การขยายกำลังผลิตมากเกินความต้องการ |
มุมมองของ InnovestX
- แนวโน้มดังกล่าวเป็นบวกต่ออุตสาหกรรมอุปกรณ์สื่อสารแสงของจีน เพราะความต้องการไม่ได้มาจากการขยายจำนวนศูนย์ข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการเพิ่มจำนวนชิปภายในระบบและการเปลี่ยนจากสายทองแดงไปสู่การส่งข้อมูลด้วยแสง
- Innolight มีความได้เปรียบจากขนาดธุรกิจ ฐานลูกค้าระดับโลก และการได้รับอนุมัติเข้าตลาดแล้ว
- ขณะที่ Eoptolink มีแรงหนุนจากกำไรที่ทำระดับสูงสุดและโอกาสใช้เงินทุนเร่งขยายกำลังผลิต
- อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของทั้งสองบริษัทปรับขึ้นหลายเท่าตัวในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่การออกหุ้นใหม่จำนวนมากอาจทำให้กำไรต่อหุ้นลดลงและดึงสภาพคล่องออกจากหุ้นเทคโนโลยีตัวอื่น นอกจากนี้ หากบริษัทศูนย์ข้อมูลชะลอการลงทุนหรือเทคโนโลยีรุ่นใหม่เลื่อนใช้งาน คำสั่งซื้ออาจต่ำกว่าคาด
- กลยุทธ์การลงทุนจึงควรให้น้ำหนักกับบริษัทที่มีฐานลูกค้ากระจายตัว มีคำสั่งซื้อรองรับชัดเจน สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ตามแผน และรักษาอัตรากำไรได้ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากผู้ผลิตจีนหลายราย พร้อมทั้งพิจารณาไปยังหุ้นต้นน้ำของจีน เช่น Biren ในด้านชิป AI, SMIC และ Hua Hong ในฐานะผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และ Naura ในกลุ่มอุปกรณ์การผลิต ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานและอาจได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมโดยรวม
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

