Café Invest
Markets

จีนคุมส่งออก 40 เทคโนโลยีสำคัญ เร่งแข่งขันสหรัฐฯ ด้าน AI

จีนคุมส่งออก 40 เทคโนโลยีสำคัญ เร่งแข่งขันสหรัฐฯ ด้าน AI

จีนเสนอควบคุมส่งออก 40 เทคโนโลยีสำคัญ ครอบคลุม AI ชีวการแพทย์ และ Solar เพื่อรักษาความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีและความมั่นคง โดยมุ่งควบคุมการถ่ายทอดองค์ความรู้มากกว่าผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป สะท้อนการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งอาจสนับสนุนการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศของทั้งสองฝ่าย กลยุทธ์ยังเน้นหุ้นที่มีเทคโนโลยีหลักเป็นของตนเอง ได้แก่ Alibaba, Tencent, SMIC, Cambricon, Nvidia และ Broadcom

1. จีนเตรียมควบคุมส่งออก 40 เทคโนโลยีสำคัญ ครอบคลุม 3 อุตสาหกรรม

กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีนประกาศเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2026 เสนอปรับปรุงบัญชีเทคโนโลยีที่ห้ามหรือจำกัดการส่งออก รวม 40 รายการ แบ่งเป็นห้ามส่งออก 14 รายการ และจำกัดการส่งออก 26 รายการ ครอบคลุม 3 อุตสาหกรรม ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชีวการแพทย์ และพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมีรายละเอียดดังนี้

อุตสาหกรรม

จำนวนเทคโนโลยี

เทคโนโลยีสำคัญที่ครอบคลุม

AI และเซมิคอนดักเตอร์

23

AI Models, AI Agents, การออกแบบชิป AI, ชิปหน่วยความจำ และระบบประมวลผล AI

ชีวการแพทย์

5

เซลล์บำบัด ยีนบำบัด ยา siRNA และเทคโนโลยีเกี่ยวกับเชื้อก่อโรค

พลังงานแสงอาทิตย์

12

Polysilicon, Wafer, TOPCon, HJT, XBC และ Perovskite

รวม

40

ห้ามส่งออก 14 และจำกัดการส่งออก 26 รายการ

มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายป้องกันความเสี่ยงด้านความมั่นคงและการนำเทคโนโลยีไปใช้ในทางที่ผิด ขณะเดียวกันสะท้อนความพยายามรักษาความได้เปรียบทางเทคโนโลยีของจีน ท่ามกลางการแข่งขันกับสหรัฐฯ โดยเปิดรับความคิดเห็นถึงวันที่ 15 พ.ย. 2026 แต่เริ่มกำหนดให้ผู้ส่งออกเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องต้องขึ้นทะเบียนตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. แล้ว ครอบคลุมการโอนสิทธิเทคโนโลยี การอนุญาตให้ใช้ในต่างประเทศ และธุรกรรมที่อยู่ระหว่างดำเนินการ

2. กลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ เน้นควบคุมเทคโนโลยีหลักมากกว่าบริการ

จีนเสนอจำกัดการถ่ายทอดเทคโนโลยี AI ขั้นสูง รวมถึงโมเดลที่มีพารามิเตอร์ตั้งแต่ 2 ล้านล้านตัวขึ้นไป ใช้กำลังประมวลผลฝึกโมเดลตั้งแต่ 10^26 ครั้ง หรือมีความสามารถติดอันดับ 10 ของโลก โดยครอบคลุมน้ำหนักโมเดล รหัสต้นฉบับ และเทคโนโลยีการฝึกโมเดล ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับโมเดลของ Alibaba และ Moonshot AI นอกจากนี้ ยังครอบคลุมเทคโนโลยีออกแบบชิป AI ที่ใช้กระบวนการผลิต 14 นาโนเมตรหรือขั้นสูงกว่า การบรรจุชิปขั้นสูงแบบ 2.5D/3D ชิปหน่วยความจำ และเทคโนโลยีเชื่อมต่อระบบประมวลผล AI ขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม การให้บริการ AI ผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือระบบเชื่อมต่อบริการ (API) ไม่อยู่ภายใต้ขอบเขตควบคุมการส่งออกโมเดลตามข้อเสนอนี้ ขณะที่เทคโนโลยีที่เปิดเผยเป็นสาธารณะแล้วได้รับการยกเว้น และการใช้ศูนย์ข้อมูลในต่างประเทศที่บริษัทจีนเป็นเจ้าของอาจได้รับอนุญาตอัตโนมัติ จึงประเมินว่าผลกระทบต่อการให้บริการ AI และ Cloud ในต่างประเทศมีจำกัดกว่าการถ่ายทอดเทคโนโลยีหลักหรือการส่งมอบโมเดลให้ลูกค้าติดตั้งและควบคุมเอง

3. กลุ่มชีวการแพทย์และ Solar มุ่งรักษาเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง

ในกลุ่มชีวการแพทย์ จีนเสนอห้ามส่งออกการโอนกรรมสิทธิ์แพลตฟอร์มเทคโนโลยีเซลล์และยีนบำบัด รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตยา siRNA บางประเภท พร้อมจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีค้นหาเป้าหมายยาใหม่ อย่างไรก็ตาม การอนุญาตให้ใช้เทคโนโลยีโดยไม่โอนกรรมสิทธิ์ และความร่วมมือพัฒนายารายผลิตภัณฑ์ยังมีข้อยกเว้นหรือช่องทางผ่อนปรน จึงไม่ได้หมายความว่าจีนจะยุติความร่วมมือด้านการพัฒนายากับบริษัทต่างชาติ

สำหรับอุตสาหกรรม Solar มาตรการครอบคลุมเทคโนโลยีผลิต Polysilicon, Wafer และเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะการห้ามส่งออกเทคโนโลยีผลิตเซลล์ Perovskite และ Tandem บางประเภท ขณะที่เทคโนโลยี TOPCon, HJT และ XBC บางรายการอยู่ในกลุ่มจำกัดการส่งออก รวมถึงอุปกรณ์การผลิตที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้ผู้ผลิตต่างชาติที่ต้องการตั้งโรงงานในสหรัฐฯ หรืออินเดียอาจเผชิญต้นทุนและระยะเวลาการพัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ผลิตจีนที่มีเทคโนโลยีของตนเองอาจรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันได้มากขึ้น

4. สะท้อนการแข่งขันด้านเทคโนโลยีสหรัฐฯ–จีนที่ขยายวงกว้าง

การประกาศดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของการแข่งขันด้านเทคโนโลยี จากเดิมที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการจำกัดการส่งออกชิป AI และอุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ไปจีน มาเป็นการที่จีนเริ่มควบคุมการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ตนเองมีความก้าวหน้า โดยเฉพาะโมเดล AI เทคโนโลยีชีวภาพ และการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ขั้นสูง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการแยกตัวของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก

ในมุมมองอุตสาหกรรม ประเมินว่าการแข่งขันดังกล่าวจะสนับสนุนการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศของทั้งสองฝ่าย โดยจีนมีแนวโน้มเร่งพัฒนาชิป AI ระบบประมวลผล และแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ภายในประเทศ ขณะที่สหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรอาจเพิ่มการลงทุนด้านการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อลดการพึ่งพาจีน อย่างไรก็ตาม การควบคุมเทคโนโลยีอาจเพิ่มต้นทุนการดำเนินธุรกิจและความไม่แน่นอนด้านการขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะบริษัทที่พึ่งพาความร่วมมือข้ามพรมแดน

5. มุมมองของ INVX

มองว่ามาตรการดังกล่าวเป็นปัจจัยสนับสนุนการลงทุนด้านเทคโนโลยีภายในประเทศในระยะกลางถึงยาว แต่ผลต่อหุ้นรายบริษัทขึ้นอยู่กับความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง การพึ่งพาตลาดต่างประเทศ และข้อจำกัดในการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยประเมินผลต่อหุ้นสำคัญดังนี้

หุ้น

มุมมอง

เหตุผลการลงทุน

Alibaba (9988 HK)

บวกแบบมีเงื่อนไข

มีเทคโนโลยี AI ของตนเองและธุรกิจ Cloud รองรับความต้องการในประเทศ แต่ต้องติดตามข้อจำกัดการถ่ายทอดโมเดลขั้นสูง

Tencent (700 HK)

บวก

มีระบบนิเวศธุรกิจขนาดใหญ่และสามารถนำ AI ไปเพิ่มประสิทธิภาพบริการภายในประเทศ โดยพึ่งพาการส่งออกเทคโนโลยีหลักโดยตรงน้อยกว่า

SMIC (981 HK)

บวก

ได้ประโยชน์ทางอ้อมจากการเร่งพัฒนาห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ แม้ยังมีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ผลิตขั้นสูง

Cambricon (688256 CH)

บวก แต่ความเสี่ยงสูง

ได้ประโยชน์จากความต้องการชิป AI จีนทดแทนการนำเข้า แต่ต้องติดตามความสามารถในการผลิตและระดับมูลค่าหุ้น

Nvidia (NVDA)

บวกแบบมีเงื่อนไข

ความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลกยังสนับสนุนธุรกิจ แต่เผชิญความเสี่ยงจากข้อจำกัดการส่งออกและการแข่งขันจากชิปจีน

Broadcom (AVGO)

บวก

ได้ประโยชน์จากการพัฒนาชิป AI เฉพาะทางและระบบเครือข่ายศูนย์ข้อมูล โดยมีฐานลูกค้าระดับโลก

โดยสรุป ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศของทั้งจีนและสหรัฐฯ โดยฝั่งจีนให้น้ำหนัก Alibaba และ Tencent จากการมีเทคโนโลยี AI ของตนเองและฐานธุรกิจที่หลากหลาย ขณะที่ SMIC และ Cambricon เป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการทดแทนการนำเข้าชิป แต่มีความเสี่ยงด้านการดำเนินงานสูงกว่า ส่วนฝั่งสหรัฐฯ ชอบ Nvidia และ Broadcom จากแนวโน้มความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ ระมัดระวังบริษัท Solar ที่ต้องพึ่งพาการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตจากจีน และติดตามรายละเอียดกฎเกณฑ์ขั้นสุดท้ายหลังสิ้นสุดการรับฟังความคิดเห็น

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

จีนคุมส่งออก 40 เทคโนโลยีสำคัญ เร่งแข่งขันสหรัฐฯ ด้าน AI | Café Invest