จีนวางแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศราว 3.8 ล้านล้านหยวนในช่วงปี 2026-2030 และตั้งเป้าเพิ่มกำลังประมวลผล AI เป็น 9,800 ExaFLOPS หรือมากกว่า 4 เท่าจากระดับปัจจุบัน พร้อมสนับสนุนการใช้ชิปจีนมากขึ้น ขณะเดียวกันประเทศกำลังเปลี่ยนผ่านจากการสร้างเครือข่าย 5G ไปสู่ 5G-A, 6G และระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม ทำให้ธีมการลงทุนด้านชิป ศูนย์ข้อมูล เครือข่าย และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของจีนมีแนวโน้มต่อเนื่องถึงปี 2030
จีนเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และ 6G วางเป้ากำลังประมวลผลเพิ่มกว่า 4 เท่าภายในปี 2030

1) จีนวางแผนยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลครั้งใหญ่ในช่วง 5 ปี
กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนประกาศแผนพัฒนาอุตสาหกรรมสารสนเทศและการสื่อสารช่วงปี 2026-2030 โดยตั้งเป้ารายได้ของอุตสาหกรรมเพิ่มเป็น 4.1 ล้านล้านหยวนภายในปี 2030 พร้อมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศสะสมราว 3.8 ล้านล้านหยวน ในช่วง 5 ปีนี้
เป้าหมายดังกล่าวสะท้อนว่าจีนยังคงให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในฐานะหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ โดยการลงทุนจะครอบคลุมทั้งศูนย์ประมวลผล AI เครือข่าย 5G ขั้นสูง 6G ระบบดาวเทียม และโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดเก็บข้อมูล
2) กำลังประมวลผล AI ตั้งเป้าเพิ่มกว่า 4 เท่าจากระดับปัจจุบัน
จีนตั้งเป้าเพิ่มกำลังประมวลผลสำหรับ AI เป็น 9,800 ExaFLOPS ภายในปี 2030 เทียบกับประมาณ 2,450 ExaFLOPS ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2026 หมายความว่าประเทศต้องเพิ่มกำลังประมวลผลอีกราว 4 เท่าภายในไม่ถึง 5 ปี
แผนยังสนับสนุนการสร้างศูนย์ประมวลผลขนาดใหญ่ที่ใช้ชิปเร่งความเร็วตั้งแต่ 10,000 ตัว ไปจนถึงระดับ 100,000 ตัวขึ้นไปต่อกลุ่มศูนย์ประมวลผล พร้อมผลักดันให้โครงสร้างพื้นฐานรองรับชิปที่ออกแบบและผลิตภายในประเทศมากขึ้นโดยตรง
3) ความต้องการประมวลผลเพิ่มเร็วมากตามการใช้งาน AI
แรงผลักดันสำคัญมาจากการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปริมาณการประมวลผลข้อความต่อวันในจีนเพิ่มจากประมาณ 1 แสนล้านหน่วยในช่วงต้นปี 2024 เป็น 140 ล้านล้านหน่วยในเดือน มี.ค. 2026 แสดงให้เห็นว่าความต้องการกำลังประมวลผลกำลังเพิ่มเร็วกว่าการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานเดิมอย่างมาก
จีนยังเดินหน้าโครงการ East Data, West Computing เพื่อย้ายงานประมวลผลที่ใช้พลังงานสูงไปยังพื้นที่ตะวันตก ซึ่งมีที่ดินและพลังงานราคาถูกกว่า พร้อมเชื่อมศูนย์ประมวลผลที่กระจายอยู่ทั่วประเทศเข้าด้วยกันเพื่อใช้ทรัพยากรได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
4) นโยบายสนับสนุนชิปจีนชัดเจนขึ้น แต่ยังมีข้อจำกัดด้านซอฟต์แวร์
ชิป AI ที่ออกแบบในจีนคิดเป็นประมาณ 41% ของยอดส่งมอบในประเทศในปี 2025 และแผนใหม่ระบุชัดว่าศูนย์ประมวลผลในอนาคตต้องรองรับชิปภายในประเทศมากขึ้น จึงเป็นแรงหนุนต่อแนวโน้มการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม การขยายการใช้งานยังติดข้อจำกัดสำคัญจากระบบซอฟต์แวร์ที่แยกส่วนและปัญหาความเข้ากันได้ ทำให้การเติบโตของชิปจีนจากนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงกำลังการผลิต แต่รวมถึงความสามารถในการสร้างระบบซอฟต์แวร์และเครื่องมือพัฒนาที่ใช้งานได้ใกล้เคียงมาตรฐานสากล
5) จีนเตรียมเปลี่ยนผ่านจาก 5G ไปสู่ 5G-A และ 6G
นอกจาก AI แล้ว จีนตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสถานีฐาน 5G และ 5G-A เป็น 50 แห่งต่อประชากร 10,000 คนภายในปี 2030 จาก 34 แห่งในปี 2025 พร้อมเพิ่มอัตราการใช้งานเครือข่ายเป็น 95% และเพิ่มจำนวนครัวเรือนที่ใช้บรอดแบนด์ความเร็วมากกว่า 1 กิกะบิตเป็น 320 ล้านครัวเรือน
ขณะเดียวกันรัฐบาลเตรียมเริ่มให้บริการ 6G เชิงพาณิชย์ในเวลาที่เหมาะสม พร้อมเชื่อมเครือข่ายโทรคมนาคมภาคพื้นดินกับระบบดาวเทียมให้มากขึ้น ทั้งการสื่อสารตรงจากดาวเทียมสู่โทรศัพท์ ระบบอุปกรณ์เชื่อมต่อ และการประมวลผลบนอวกาศ
ตารางสรุปนโยบายจีน 2026-2030
นโยบายหลัก | เป้าหมายสำคัญภายในปี 2030 | ประเด็นที่มีนัยต่อการลงทุน |
|---|---|---|
ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล | ลงทุนสะสม 3.8 ล้านล้านหยวน ในช่วง 2026-2030 | หนุนการลงทุนศูนย์ข้อมูล เครือข่าย ชิป และระบบจัดเก็บข้อมูล |
เพิ่มกำลังประมวลผล AI | เพิ่มเป็น 9,800 ExaFLOPS จากราว 2,450 ExaFLOPS ก.ค. 2026 | ต้องเร่งสร้างศูนย์ประมวลผล AI ขนาดใหญ่ต่อเนื่อง |
ศูนย์ประมวลผลขนาดใหญ่ | สนับสนุนศูนย์ที่ใช้ชิปเร่งความเร็ว 10,000–100,000 ตัวขึ้นไป | หนุนชิป AI เซิร์ฟเวอร์ ระบบเครือข่ายและอุปกรณ์ศูนย์ข้อมูล |
ลดการพึ่งพาชิปต่างประเทศ | ผลักดันโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับ ชิป AI ที่พัฒนาในจีน มากขึ้น | หนุนธีม Localization ของชิป เซิร์ฟเวอร์ และซอฟต์แวร์จีน |
East Data, West Computing | เชื่อมศูนย์ประมวลผลทั่วประเทศ และย้ายงานไปพื้นที่พลังงานต้นทุนต่ำ | หนุนผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลและระบบส่งข้อมูลความเร็วสูง |
ขยาย 5G / 5G-A | เพิ่มสถานีฐานเป็น 50 แห่งต่อประชากร 10,000 คน และการใช้งาน 95% | หนุนอุปกรณ์โทรคมนาคม เสาสัญญาณ และใยแก้วนำแสง |
เดินหน้าสู่ 6G | เตรียมเปิดบริการเชิงพาณิชย์ในเวลาที่เหมาะสม | เริ่มรอบการลงทุนด้านวิจัย อุปกรณ์เครือข่าย และชิ้นส่วนสื่อสารรุ่นใหม่ |
เครือข่ายดาวเทียม | เชื่อมดาวเทียมกับเครือข่ายภาคพื้นดิน รวมถึงดาวเทียมสื่อสารตรงสู่มือถือ | หนุนอุปกรณ์สื่อสาร ดาวเทียม และโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย |
มุมมองของ InnovestX
- มองเป็น บวกเชิงโครงสร้างต่อห่วงโซ่ AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของจีน โดยกลุ่มที่มีแนวโน้มได้ประโยชน์มากที่สุดคือผู้ผลิตชิป AI ในประเทศ ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล อุปกรณ์เครือข่าย ระบบจัดเก็บข้อมูล และผู้ให้บริการโทรคมนาคม เพราะแผนดังกล่าวมีเป้าหมายการลงทุนและกำลังประมวลผลที่ชัดเจนถึงปี 2030
- ขณะเดียวกัน การผลักดัน 5G-A, 6G และการเชื่อมเครือข่ายดาวเทียมจะช่วยขยายรอบการลงทุนด้านอุปกรณ์สื่อสารต่อเนื่อง
- อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญยังอยู่ที่ประสิทธิภาพของชิปจีนและระบบซอฟต์แวร์ ซึ่งต้องพัฒนาให้ทันกับความต้องการ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตารางกลุ่มและหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์
กลุ่ม | หุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์ | เหตุผล |
|---|---|---|
ชิป AI จีน | Huawei*, Moore Threads (688795 CH), MetaX, Biren, Enflame | ได้แรงหนุนตรงจากนโยบายลดการพึ่งพาชิปต่างประเทศและการสร้างศูนย์ AI ขนาดใหญ่ โดยผู้ผลิตชิปจีนกำลังเร่งเพิ่มส่วนแบ่งในประเทศ |
เซิร์ฟเวอร์ AI | Inspur/IEIT (000977 CH), Lenovo (0992 HK), ZTE (0763 HK / 000063 CH) | ความต้องการเซิร์ฟเวอร์สำหรับชิป AI จีนเพิ่มขึ้นตามการสร้างศูนย์ประมวลผล โดย Citi มองกลุ่มนี้เป็นตัวแทนหลักของระบบเซิร์ฟเวอร์จีน |
ศูนย์ข้อมูล | GDS (9698 HK / GDS US), VNET (VNET US) | ได้ประโยชน์จากความต้องการกำลังประมวลผลและพื้นที่ศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้น โดยทั้งสองบริษัทมีคำสั่งซื้อใหม่เร่งตัวแล้ว |
อุปกรณ์เครือข่าย/โทรคมนาคม | ZTE (0763 HK), FiberHome (600498 CH) | ได้ประโยชน์จากการขยายศูนย์ข้อมูล 5G-A และการเปลี่ยนผ่านสู่ 6G |
อุปกรณ์รับส่งข้อมูลด้วยแสง | Accelink (002281 CH), Innolight (300308 CH), Eoptolink (300502 CH) | การเชื่อมศูนย์ AI จำนวนมากต้องใช้การรับส่งข้อมูลความเร็วสูง ทำให้ความต้องการอุปกรณ์แสงเพิ่มขึ้น โดย Accelink ถูกระบุเป็นผู้ได้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐาน AI จีนโดยตรง |
ใยแก้วนำแสง | YOFC (6869 HK / 601869 CH), FiberHome (600498 CH) | ได้แรงหนุนจากการอัปเกรดเครือข่าย 5G-A/6G และการเชื่อมศูนย์ประมวลผลทั่วประเทศ |
ผู้ให้บริการโทรคมนาคม | China Mobile (0941 HK), China Telecom (0728 HK), China Unicom (0762 HK) | เป็นผู้ลงทุนหลักด้าน 5G-A, 6G, Cloud และกำลังประมวลผล AI โดย China Mobile มีศูนย์ประมวลผล AI หลายระดับอยู่แล้ว |
ซอฟต์แวร์/ระบบ AI จีน | Chinasoft International (0354 HK) | ได้ประโยชน์จากการปรับซอฟต์แวร์ให้รองรับชิปจีน และเป็นพันธมิตรสำคัญในระบบของ Huawei |
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

