ผลประกอบการล่าสุดของ H World, Atour และ CTG Duty Free สะท้อนว่าการท่องเที่ยวจีนยังมีแรงส่ง แต่ผู้ประกอบการได้รับประโยชน์แตกต่างกัน โดยธุรกิจโรงแรมยังเติบโตจากการขึ้นราคาห้อง การขยายเครือข่าย และรายได้จากแฟรนไชส์ ขณะที่ Atour มีแรงหนุนเพิ่มเติมจากธุรกิจค้าปลีกที่โตแรง ตรงกันข้าม CTG Duty Free ยังเผชิญยอดขายอ่อนตัว แม้กำไรดีขึ้นจากอัตรากำไรที่ฟื้นตัว ดังนั้นภาพรวมของกลุ่มจึงเป็นบวกต่อโรงแรมและ OTA มากกว่าค้าปลีกที่พึ่งพากำลังซื้อ
ท่องเที่ยวจีนยังโตแต่ใช้จ่ายแบบระมัดระวัง โรงแรมเด่นกว่าดิวตี้ฟรี

1. ภาพการท่องเที่ยวจีนยังฟื้น แต่จำนวนผู้เดินทางไม่ได้แปลเป็นการใช้จ่ายที่แข็งแรงทุกกลุ่ม
H World และ Atour ต่างสะท้อนว่าความต้องการเดินทางในจีนยังค่อนข้างแข็งแรง แม้ช่วงต้นฤดูร้อนจะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศและค่าตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้น ทำให้รายได้ต่อห้องพักที่มีอยู่เติบโตช้าลง อย่างไรก็ตาม ทั้งสองบริษัทยังสามารถรักษาการเติบโตผ่านราคาห้องที่สูงขึ้น การปรับผลิตภัณฑ์ และการขยายเครือข่ายโรงแรม
ในทางตรงกันข้าม CTG Duty Free สะท้อนภาพการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่ยังระมัดระวังมากกว่า โดยรายได้ 1H26 ลดลง 1.8% และ 2Q26 ลดลง 6% YoY แม้ยอดขายในไห่หนานช่วงครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 23% แต่การเติบโตชะลอลงเหลือเพียง 4% ใน 2Q26 จาก 26% ใน 1Q26 ขณะที่ยอดขายเซี่ยงไฮ้ลดลงถึง 70%
2. H World เด่นจากธุรกิจแฟรนไชส์และการควบคุมต้นทุน แม้ตลาดโรงแรมไม่ได้โตแรง
H World รายงานรายได้ 2Q26 เพิ่มขึ้น 17% YoY เป็น US$1.05bn สูงกว่าคาด ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 30% และ EBITDA ปรับฐานเพิ่มขึ้น 26% โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากรายได้โรงแรมแบบบริหารและแฟรนไชส์ที่เพิ่มขึ้น 32% ซึ่งสะท้อนข้อดีของรูปแบบธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนต่ำ
แม้รายได้ต่อห้องพักในจีนเพิ่มขึ้นเพียง 1.1% YoY และชะลอลงจาก 3.3% ใน 1Q26 แต่บริษัทชดเชยได้จากราคาห้องเฉลี่ยที่สูงขึ้น การปรับสัดส่วนไปยังโรงแรมระดับกลางบน และการเก็บรายได้จากแฟรนไชส์ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่จำนวนโรงแรมในจีนเพิ่มขึ้น 12% YoY เป็นประมาณ 13,400 แห่ง
จุดสำคัญคือฝ่ายบริหาร ปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ปี 2026 เป็นเติบโต 4-8% จากเดิม 2-6% และเพิ่มเป้ารายได้ธุรกิจบริหารและแฟรนไชส์เป็น 16-20% จากเดิม 12-16% สะท้อนความมั่นใจว่าบริษัทสามารถเพิ่มรายได้ต่อโรงแรมได้แม้ความต้องการเดินทางไม่ได้เร่งตัวมาก
3. Atour โตเร็วกว่า H World เพราะไม่ได้พึ่งธุรกิจโรงแรมเพียงอย่างเดียว
Atour มีรายได้ 2Q26 ที่ RMB3.49bn เพิ่มขึ้นประมาณ 41% YoY และสูงกว่าคาด โดยธุรกิจโรงแรมเพียงอย่างเดียวโตประมาณ 13% ขณะที่ตัวเร่งสำคัญกลับมาจากธุรกิจค้าปลีกซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 63% และธุรกิจห่วงโซ่อุปทานเพิ่มขึ้นประมาณ 45%
ธุรกิจค้าปลีก Atour Planet กลายเป็นเสาหลักมากขึ้น โดยรายได้แตะ RMB1.57bn ในไตรมาสเดียว สินค้ากลุ่มหมอน ผ้าห่ม และเครื่องนอนยังเติบโตสูง ขณะที่ยอดขายผ้าห่มเพิ่มขึ้นมากกว่า 80% YoY อย่างไรก็ตาม การเติบโตของสินค้าที่มีอัตรากำไรต่ำกว่าทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจค้าปลีกลดลง 1.9 จุด สู่ 51.4%
ด้านโรงแรม Atour มีโรงแรมเปิดดำเนินการ 2,175 แห่ง เพิ่มขึ้น 19% YoY และมีโครงการรอเปิดอีก 811 แห่ง ขณะที่รายได้ต่อห้องเพิ่มขึ้นเพียง 0.7% สะท้อนว่าการเติบโตในระยะนี้มาจาก การเพิ่มจำนวนโรงแรมและการขยายธุรกิจค้าปลีกมากกว่าการฟื้นตัวแรงของราคาห้อง
4. H World และ Atour ต่างปรับเพิ่มเป้าหมาย แม้ครึ่งปีหลังรายได้ต่อห้องอาจอ่อนลง
ทั้งสองบริษัทมีมุมมองคล้ายกันว่าอุตสาหกรรมโรงแรมจีนไม่ได้เข้าสู่รอบฟื้นตัวแรง โดยช่วงต้นเดือน ก.ค. ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศก่อนเริ่มดีขึ้นในเดือน ส.ค. และทั้งคู่คาดว่ารายได้ต่อห้องทั้งปีจะทรงตัวถึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเท่ากับว่า 2H26 อาจลดลงประมาณ 1-2% YoY จากฐานสูงของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม H World ยังเพิ่มเป้ารายได้จากธุรกิจแฟรนไชส์ ขณะที่ Atour ปรับเพิ่มเป้าการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกปี 2026 เป็น 40% จากเดิม 30-35% และเพิ่มเป้ารายได้รวมเป็นโตประมาณ 30% จากเดิม 24-28% แสดงให้เห็นว่าทั้งสองบริษัทสามารถหาการเติบโตจากปัจจัยอื่นนอกเหนือจากจำนวนผู้เข้าพัก
5. CTG Duty Free สวนทาง: รายได้ยังหดตัว แต่คุณภาพกำไรเริ่มดีขึ้น
CTG Duty Free ยังเผชิญแรงกดดันจากยอดขาย โดยเฉพาะธุรกิจออนไลน์และการสูญเสียพื้นที่ดำเนินงานเกือบครึ่งหนึ่งในสนามบินเซี่ยงไฮ้ ทำให้รายได้ 2Q26 ลดลง 6% YoY และแนวโน้ม 3Q26 ยังอาจลดลงระดับเลขหลักเดียว
แต่ด้านบวกคือบริษัทเริ่มควบคุมส่วนลดและส่งเสริมการขายได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น 2Q26 เพิ่มเป็น 34.3% จาก 32.8% ปีก่อน และกำไรจากธุรกิจหลักเพิ่มขึ้น 15% ขณะที่กำไรสุทธิ 1H26 เพิ่มขึ้น 19% เป็น RMB3.11bn แม้รายได้ลดลง 1.8% จึงสะท้อนว่าการฟื้นตัวของ CTG ในระยะนี้มาจาก “กำไรต่อยอดขาย” มากกว่าการเติบโตของยอดขาย
6. ความแตกต่างสำคัญคือ โรงแรมสร้างการเติบโตจากเครือข่ายได้ แต่ดิวตี้ฟรียังต้องรอกำลังซื้อ
ภาพจากทั้งสามบริษัทชี้ว่า จำนวนการเดินทางในจีนยังเพียงพอให้กลุ่มโรงแรมเพิ่มรายได้ผ่านการเปิดโรงแรมใหม่ การปรับแบรนด์ และการเก็บค่าบริหารหรือแฟรนไชส์เพิ่มขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งการเพิ่มขึ้นของรายได้ต่อห้องเพียงอย่างเดียว
แต่สำหรับ CTG Duty Free การเติบโตยังพึ่ง “จำนวนผู้ซื้อ × การใช้จ่ายต่อคน” มากกว่า และเมื่อการใช้จ่ายต่อคนในไห่หนานกลับมาใกล้ระดับปี 2021 การเพิ่มยอดขายต่อจากนี้จึงต้องพึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวมากขึ้น ทำให้การฟื้นตัวมีความไม่แน่นอนสูงกว่ากลุ่มโรงแรม
ตารางสรุปผลประกอบการและตัวขับเคลื่อนหลัก
รายการ | H World | Atour | CTG Duty Free |
|---|---|---|---|
ช่วงผลประกอบการ | 2Q26 | 2Q26 | 1H26 / 2Q26 |
รายได้ | US$1.05bn, +17% YoY | RMB3.49bn, +41% YoY | 1H26 RMB27.66bn, -1.8% YoY |
เทียบคาด | ดีกว่าคาด | ดีกว่าคาด | ไม่ระบุชัด |
กำไร / กำไรจากการดำเนินงาน | Operating income +30% YoY | Adj. net profit RMB558mn, +31% YoY | Net profit 1H26 RMB3.11bn, +19% YoY |
ตัวขับเคลื่อนหลัก | แฟรนไชส์, ราคาห้อง, ขยายเครือข่าย | ค้าปลีก, ห่วงโซ่อุปทาน, ขยายโรงแรม | อัตรากำไรดีขึ้น, ลดส่วนลด |
รายได้ต่อห้อง | +1.1% YoY | +0.7% YoY | ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง |
แนวโน้ม | ปรับเป้าขึ้น | ปรับเป้าขึ้น | ยอดขายยังอ่อน |
ตารางเปรียบเทียบตัวชี้วัดธุรกิจหลัก
ตัวชี้วัด | H World | Atour | CTG Duty Free |
|---|---|---|---|
จำนวนโรงแรม | ~13,400 แห่งในจีน | 2,175 แห่ง | – |
การเติบโตจำนวนโรงแรม | +12% YoY | +19% YoY | – |
โรงแรมรอเปิด | ~3,054 แห่ง | 811 แห่ง | – |
รายได้ต่อห้อง | +1.1% YoY | +0.7% YoY | – |
ราคาห้องเฉลี่ย | +2.6% YoY | +1.2% YoY | – |
อัตราเข้าพัก | ดีขึ้นเล็กน้อย | 76.2%, ลดลง 0.2 จุด | – |
ยอดขายไห่หนาน | – | – | 1H26 +23%, 2Q26 +4% |
ยอดขายเซี่ยงไฮ้ | – | – | -70% YoY |
ตารางแนวโน้มและมุมมองการลงทุน
ประเด็น | H World | Atour | CTG Duty Free |
|---|---|---|---|
แนวโน้มรายได้ 2026 | ดีขึ้น | ดีขึ้นชัดเจน | ยังอ่อน |
เป้ารายได้ | โต 4-8% จากเดิม 2-6% | โตราว 30% จากเดิม 24-28% | ไม่ได้ปรับขึ้น |
ตัวขับเคลื่อนปีนี้ | แฟรนไชส์ + ขยายโรงแรม | ค้าปลีก + โรงแรม + ห่วงโซ่อุปทาน | ฟื้นอัตรากำไร |
ความเสี่ยงหลัก | การเดินทางชะลอ | มาร์จิ้นลดจากค้าปลีก | กำลังซื้อและจำนวนผู้ซื้อ |
มุมมองรวม | บวก | บวกมากกว่า | เป็นกลางถึงระวัง |
มุมมองของ InnovestX
- ผลประกอบการรอบนี้สนับสนุนมุมมองว่า การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวจีนยังเป็นบวกต่อกลุ่มโรงแรมมากกว่าค้าปลอดภาษี โดย H World มีจุดเด่นด้านขนาด เครือข่ายแฟรนไชส์ และการขยายอัตรากำไร ขณะที่ Atour มีการเติบโตสูงกว่าและมีธุรกิจค้าปลีกเป็นเครื่องยนต์ใหม่ แต่ต้องแลกกับอัตรากำไรที่อาจลดลงเล็กน้อย ส่วน CTG Duty Free แม้กำไรเริ่มฟื้นจากการควบคุมส่วนลดและอัตรากำไรที่ดีขึ้น แต่ยอดขายยังอ่อนและต้องพึ่งการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวมากกว่า
- ดังนั้นในระยะสั้น มุมมองเชิงพื้นฐานให้น้ำหนัก H World, Trip.com (TRIPCOM23) และ Atour มากกว่า CTG Duty Free
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

