Café Invest
Learn

ทำไมราคาหุ้นแม่กับราคา DR ไม่ได้เคลื่อนไหวเหมือนกัน 100%?

ทำไมราคาหุ้นแม่กับราคา DR ไม่ได้เคลื่อนไหวเหมือนกัน 100%?

ราคา DR จะอ้างอิงราคาหุ้นหรือ ETF ต่างประเทศ แต่ราคาอาจไม่ได้เคลื่อนไหวเท่ากับหุ้นแม่ 100% ในทุกช่วงเวลา เพราะนอกจากราคาหุ้นแม่แล้ว ยังมี อัตราแลกเปลี่ยน อัตราการแปลงสภาพ และช่วงเวลาเปิด–ปิดตลาด เข้ามาเกี่ยวข้อง

หากเงินบาทแข็งค่า อาจทำให้ DR ปรับขึ้นน้อยกว่าหุ้นแม่ ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าอาจช่วยหนุนราคา DR นอกจากนี้ เมื่อตลาดหุ้นแม่ยังไม่เปิดหรือปิดแล้ว ราคา DR อาจอ้างอิงข้อมูลอื่น เช่น ราคาปิดล่าสุด Pre-market และแรงซื้อขายในตลาดไทย

นักลงทุนจึงไม่ควรดูเพียง %Change หรือ Last Price แต่ควรพิจารณา Bid–Offer ค่าเงิน และช่วงเวลาซื้อขาย ร่วมกัน โดยเฉพาะผู้ที่ซื้อขายระยะสั้น ควรเลือกช่วงที่ตลาด DR และตลาดหุ้นแม่เปิดพร้อมกัน เพื่อให้สามารถอ้างอิงราคาตลาดต้นทางแบบ Real-time ได้มากขึ้น

นักลงทุนที่ซื้อขาย DR อาจเคยเจอสถานการณ์ที่หุ้นหรือ ETF อ้างอิงในต่างประเทศปรับขึ้น แต่ราคา DR บนตลาดหุ้นไทยกลับบวกน้อยกว่า หรือบางช่วงแทบไม่ขยับ จนเกิดคำถามว่า

“ตกลงแล้วราคา DR ไม่ได้วิ่งตามหุ้นแม่หรือไม่?”

คำตอบคือ DR อ้างอิงราคากับหุ้นเเม่ แต่ราคาบนกระดานอาจไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเท่ากับหุ้นแม่ 100% ในทุกช่วงเวลา เพราะยังมีปัจจัยอื่น เช่น อัตราแลกเปลี่ยน เวลาเปิด–ปิดตลาด และ Bid–Offer Spread เข้ามาเกี่ยวข้อง

ก่อนอื่น DR คืออะไร และราคามาจากไหน?

DR หรือ Depositary Receipt คือตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทำให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงหุ้นหรือ ETF ต่างประเทศผ่านตลาดหุ้นไทยและซื้อขายด้วยเงินบาท

มูลค่าอ้างอิงของ DR จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาหุ้นแม่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึง อัตราแลกเปลี่ยนและอัตราการแปลงสภาพ ด้วย

โดย ราคา DR (บาท) ≈ (ราคาหุ้นแม่ × อัตราแลกเปลี่ยน) ÷ อัตราการแปลงสภาพ

InnovestX สรุป 2 ปัจจัยหลัก ที่ช่วยอธิบายว่าทำไมราคา DR อาจไม่ได้เคลื่อนไหวเท่ากับหุ้นแม่ 100% ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยน และ ช่วงเวลาเปิด–ปิดของตลาดที่แตกต่างกัน โดยในบางช่วง นักลงทุนยังอาจเห็นความแตกต่างจากราคา Bid–Offer และ Last Price ที่แสดงบนกระดานด้วย

1. อัตราแลกเปลี่ยน

โดยหุ้นหรือ ETF จะซื้อขายด้วยสกุลเงินต่างประเทศ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์ฮ่องกง หยวน หรือเยน ขณะที่ DR ซื้อขายเป็นเงินบาท

ดังนั้น ราคา DR จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ราคาหุ้นแม่เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับค่าเงินด้วย

หากหุ้นแม่ปรับขึ้น แต่เงินบาทแข็งค่า ราคา DR อาจปรับขึ้นน้อยกว่าหุ้นแม่ ในทางกลับกัน หากเงินบาทอ่อนค่า ก็อาจช่วยให้ราคา DR ปรับขึ้นมากกว่าหุ้นแม่ได้

เพราะฉะนั้น หากต้องการดูว่า DR เคลื่อนไหวสอดคล้องกับหุ้นแม่หรือไม่ ควรดู ราคาหุ้นแม่พร้อมกับอัตราแลกเปลี่ยน ไม่ควรเปรียบเทียบจากราคาหุ้นแม่เพียงอย่างเดียว

2. เวลาเปิด–ปิดตลาดไม่ตรงกัน

ช่วงที่ตลาดเปิดพร้อมกัน

ช่วงที่ตลาด DR และตลาดหุ้นแม่เปิดซื้อขายพร้อมกัน เป็นช่วงที่สามารถอ้างอิงราคาหุ้นแม่แบบ Real-time ได้ ทำให้ Market Maker สามารถเสนอราคา Bid–Offer ของ DR ให้สอดคล้องกับข้อมูลตลาดล่าสุดได้มากขึ้น

เมื่อตลาดหุ้นแม่ยังไม่เปิดหรือปิดแล้ว

หากตลาดหุ้นแม่ยังไม่เปิดหรือปิดทำการแล้ว การเสนอราคา DR อาจอ้างอิงจากสภาพคล่องที่มีอยู่ในขณะนั้น เช่น ราคาปิดล่าสุด ราคา Pre-market และอัตราแลกเปลี่ยน บวกกับเเรงซื้อขายที่เกิดขึ้นในตลาด ทำให้ราคา DR ในบางช่วงอาจดูเหมือนเคลื่อนไหวไม่เท่ากับหุ้นแม่

ตัวอย่างเช่น ในคืนวันจันทร์ DR ที่อ้างอิงหุ้นสหรัฐฯ อาจเริ่มสะท้อนข้อมูลราคา Pre-market ของวันจันทร์แล้ว ขณะที่ราคาหุ้นแม่ที่แสดงบนกราฟยังอ้างอิง ราคาปิดของวันศุกร์

ทำไม %Change ของหุ้นแม่กับ DR ถึงไม่ควรเทียบกันตรง ๆ

อีกจุดสำคัญคือ %Change ของหุ้นแม่และ DR อาจใช้ราคาปิดคนละช่วงเวลาเป็นฐานในการคำนวณ เนื่องจากตลาดทั้งสองเปิด–ปิดไม่พร้อมกัน

ดังนั้น แม้หุ้นแม่และ DR จะอ้างอิงสินทรัพย์เดียวกัน ตัวเลข %Change ที่เห็นบนหน้าจอก็อาจไม่เท่ากันได้

Last Price อาจยังไม่ใช่ราคาล่าสุดของตลาด

ราคาที่เห็นบนหน้าจอของ DR อาจเป็น Last Price หรือราคาที่มีการซื้อขายล่าสุด ซึ่งอาจยังไม่เปลี่ยน แม้ราคา Bid–Offer จะปรับตามข้อมูลตลาดล่าสุดแล้ว

ดังนั้น หากเห็นหุ้นแม่ปรับขึ้น 5% แต่ DR ปรับขึ้นเพียง 3% ไม่ได้หมายความว่า DR เคลื่อนไหวผิดจากหุ้นแม่เสมอไป นักลงทุนควรตรวจสอบว่ากำลังเปรียบเทียบราคาในช่วงเวลาเดียวกันหรือไม่ รวมถึงพิจารณาอัตราแลกเปลี่ยนและราคา Bid–Offer ประกอบกัน

กรณีศึกษา ZAI23: ช่วงเวลาของตลาดมีผลต่อ Bid–Offer อย่างไร?

เมื่อทั้งตลาด DR และตลาดของหุ้นอ้างอิงเปิดซื้อขายพร้อมกัน นักลงทุนจะสามารถอ้างอิงราคาหุ้นแม่แบบ Real-time ได้มากขึ้น ทำให้ราคา Bid–Offer ของ DR มีข้อมูลจากตลาดต้นทางที่เป็นปัจจุบันสำหรับใช้ประกอบการเสนอราคา

ตัวอย่าง ZAI23 ซึ่งอ้างอิงหุ้น Z.AI Co., Ltd. (2513.HK) ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยข้อมูลตัวอย่าง ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2026 แสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างช่วงที่ตลาดฮ่องกงเปิดและปิดทำการ

รูปที่ 1: ช่วงที่ตลาดฮ่องกงยังเปิดซื้อขาย

ขณะที่ HKEX ยังเปิดซื้อขาย ราคาหุ้นแม่จะอัปเดตแบบ Real-time ทำให้ Bid–Offer ของ ZAI23 สามารถอ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากตลาดต้นทางได้ โดยทั่วไปจึงเอื้อต่อการซื้อขายมากกว่า โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อและขายให้เสร็จภายในวัน

รูปที่ 2: หลังตลาดฮ่องกงปิดทำการ

อย่างไรก็ตาม การที่ตลาดหุ้นแม่ปิดทำการ ไม่ได้หมายความว่าราคา DR จะต้องแตกต่างจากมูลค่าอ้างอิงมากขึ้นเสมอไป นักลงทุนจึงควรพิจารณาราคา Bid–Offer และช่วงเวลาของตลาดอ้างอิงควบคู่กัน

นักลงทุนควรทำอย่างไร?

  • หากต้องการซื้อขายให้เสร็จภายในวัน ควรเลือกช่วงที่ตลาดหุ้นแม่เปิดทำการ
  • ก่อนส่งคำสั่ง ควรดูทั้งราคา Bid–Offer และส่วนต่างราคา ไม่ควรดูเฉพาะราคาล่าสุด
  • หากตั้งใจถือข้ามวัน ควรเข้าใจว่าราคาอาจปรับแตกต่างกันระหว่างแต่ละ Session เมื่อตลาดหุ้นแม่กลับมาเปิดทำการ

ดังนั้น ช่วงเวลาซื้อขายเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ควรตรวจสอบก่อนส่งคำสั่งซื้อขาย DR เพื่อให้เลือกเวลาและราคาที่เหมาะสมกับแผนการลงทุนของตนเอง

แล้วช่วงเวลาไหนเหมาะกับการซื้อขาย DR23?

แม้ DR23 จะซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ราคายังคงอ้างอิงกับหลักทรัพย์ในตลาดต่างประเทศ ซึ่งแต่ละตลาดมีเวลาเปิด–ปิดแตกต่างกัน

ดังนั้น ช่วงที่ ตลาด DR และตลาดของหลักทรัพย์อ้างอิงเปิดซื้อขายพร้อมกัน จึงเป็นช่วงที่นักลงทุนสามารถอ้างอิงราคาของสินทรัพย์ต้นทางแบบ Real-time ได้ ทำให้มีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันมากขึ้นสำหรับใช้ประเมินราคาและตัดสินใจซื้อขาย DR

การเข้าใจช่วงเวลาที่แต่ละตลาดเปิดซ้อนกัน จึงช่วยให้นักลงทุนเลือกช่วงเวลาซื้อขาย DR ได้เหมาะสม และประเมินราคาได้สอดคล้องกับภาวะของตลาดต้นทางมากขึ้น

คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ DR ก่อนการลงทุน เนื่องจาก DR มีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความผันผวนของราคาของหลักทรัพย์ต่างประเทศ และความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา DR เอง