[Fund Category] บาทอ่อนแบบนี้ มือใหม่ลงทุนอะไรดี? เปิดทางเลือกถือ USD โดยไม่ต้องซื้อเงินสด
![[Fund Category] บาทอ่อนแบบนี้ มือใหม่ลงทุนอะไรดี? เปิดทางเลือกถือ USD โดยไม่ต้องซื้อเงินสด](/cafeinvest/_next/image?url=%2Fcafeinvest%2Fapi%2Fmedia%2Ffile%2F1773981146523-09b769dd447828fcf0362c84f0fa85a6404cec544f123f85446fee9ca950445b.jpg&w=1920&q=75)
เคยสังเกตไหมครับ ช่วงที่ข่าวบอกว่า ค่าเงินบาทอ่อนค่า แล้วเราไปแลกเงินดอลลาร์ ต้องจ่ายแพงขึ้น? เช่น เมื่อก่อน 1 ดอลลาร์แลกได้ 33 บาท แต่วันนี้อาจต้องจ่าย 36-37 บาท ของที่นำเข้าจากต่างประเทศก็แพงขึ้น ค่าเทอมลูกที่เรียนเมืองนอกก็เพิ่ม เติมน้ำมันก็รู้สึกว่าแพงขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนทั้งนั้น
แต่ในมุมกลับกัน ถ้าเราถือสินทรัพย์ที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์อยู่ล่ะ? พอแปลงกลับมาเป็นเงินบาท เราจะได้เงินบาทมากขึ้นโดยอัตโนมัติ นี่แหละครับคือโอกาสที่นักลงทุนสามารถรับมือกับบาทอ่อนได้ แทนที่จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ กลับกลายเป็นฝ่ายได้ประโยชน์แทน
คำถามคือ แล้วเราจะถือสินทรัพย์สกุล USD ผ่านอะไรดี? ซื้อดอลลาร์เก็บไว้เฉยๆ ก็ไม่ได้ดอกเบี้ย ซื้อหุ้นต่างประเทศตรงก็อาจผันผวนเกินไป วันนี้เรามาดูอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจกันครับ
✅ กุญแจสำคัญ: Hedged vs Unhedged
กองทุนที่ได้ประโยชน์จากบาทอ่อนคือ กองทุนที่ ไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (FX Unhedged) เพราะเมื่อแปลงสินทรัพย์สกุล USD กลับมาเป็นเงินบาท จะได้จำนวนเงินบาทมากขึ้น
FX Hedged (H) — ป้องกันค่าเงิน:
- ผลตอบแทนมาจากตัวสินทรัพย์ล้วน ๆ ไม่ได้/ไม่เสียจากค่าเงิน
- เหมาะกับคนที่มองว่าบาทจะแข็งค่า หรือไม่อยากรับความเสี่ยงค่าเงิน
- มีต้นทุนในการ Hedge (Hedging Cost) ซึ่งลดผลตอบแทนลง
FX Unhedged (UH) — ไม่ป้องกันค่าเงิน:
- ผลตอบแทน = ผลตอบแทนจากสินทรัพย์ + กำไร/ขาดทุนจากค่าเงิน
- ไม่มีต้นทุน Hedging แต่อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน
- ถ้าบาทอ่อน → ได้กำไรเพิ่มจากค่าเงิน
- ถ้าบาทแข็ง → อาจขาดทุนจากค่าเงิน แม้สินทรัพย์จะให้ผลตอบแทนบวก
✅ กองทุนกลุ่มไหนเหมาะกับช่วงบาทอ่อน?
หนึ่งในกลุ่มที่น่าสนใจคือ กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศระยะสั้น แบบ Unhedged เพราะ:
- ตัวสินทรัพย์ (ตราสารหนี้ระยะสั้น) ความเสี่ยงต่ำ ผันผวนน้อย มักไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาด
- ได้ดอกเบี้ยจากตราสารหนี้สกุล USD เช่น US Treasury Bills
- พอบาทอ่อน → ยังได้กำไรจากค่าเงินเพิ่มอีกชั้น
- เสมือน "พักเงินใน USD" แต่ยังได้ดอกเบี้ยระหว่างรอ
โดยประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องคำนึงถึงเมื่อลงทุนในกองทุนกลุ่มนี้คือ แม้ว่ากองทุนกลุ่มนี้จะได้รับผลประโยชน์หากเงินบาทมีทิศทางอ่อนค่า อย่างไรก็ตามหากค่าเงินบาทมีทิศทางแข็งค่า กองทุนกลุ่มนี้ก็อาจเผชิญกับการขาดทุนได้เช่นกัน
ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถอ่านความแตกต่างระหว่างกองทุน FX Unhedged และ FX Hedged ได้ที่นี่
✅ กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นต่างประเทศ Unhedged ในไทยมีแบบไหนบ้าง?
กองทุนกลุ่มนี้แบ่งออกเป็น 2 วิธีการลงทุนหลัก ได้แก่
- Direct Investment: ทีมผู้จัดการกองทุนของ บลจ. ไทยเลือกซื้อตราสารหนี้ระยะสั้นต่างประเทศเอง เช่น US Treasury Bills, Commercial Paper, Certificate of Deposit
- Feeder Fund: นำเงินไปลงทุนในกองทุนหลักต่างประเทศที่เน้นตราสารหนี้ระยะสั้น เช่น กองทุน Money Market หรือ Ultra Short Bond Fund โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของผู้จัดการกองทุนหลักระดับโลก
👉 ตัวอย่าง"กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น Unhedged" ในแต่ละกลุ่มของไทยมีกองทุนไหนบ้างมาดูกัน 👇
1) กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น — Direct Investment ทีมผู้จัดการกองทุนของ บลจ. ไทยคัดเลือกและลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นต่างประเทศเอง เช่น ตั๋วเงินคลังสหรัฐฯ (US T-Bills) เงินฝากต่างประเทศ หรือตราสารหนี้เอกชนระยะสั้น
กองทุนในกลุ่มนี้ เช่น
- ONE-FFI: ลงทุนตรงในตราสารหนี้ระยะสั้นในต่างประเทศ โดยมุ่งหวังให้อายุเฉลี่ยของตราสารในพอร์ตน้อยกว่า 1 ปี
- SCBFST: เน้นลงทุนตรงในตราสารหนี้ระยะสั้นต่างประเทศที่มีสภาพคล่องสูง
2) กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น — Feeder Fund นำเงินไปลงทุนในกองทุนหลักต่างประเทศที่เน้นตราสารหนี้ระยะสั้น เช่น US Treasury Money Market Fund หรือ Global Short Duration Bond Fund
กองทุนในกลุ่มนี้ เช่น:
- ABGFIX-A: ลงทุนในกองทุนหลัก abrdn SICAV I - Short Dated Enhanced Income Fund ซึ่งเน้นลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลก โดยมุ่งหวังให้อายุเฉลี่ยของตราสารในพอร์ตอยู่ระหว่าง 1 – 2 ปี
- BCAP-USL: ลงทุนในกองทุนหลัก Pictet – Short-Term Money Market USD ซึ่งเน้นลงทุนในตราสารตลาดเงิน และเงินฝากทั่วโลก
- K-GSF(UH): ลงทุนในกองทุนหลัก JPMorgan Liquidity Funds - USD Standard Money Market VNAV Fund ซึ่งลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝากต่างประเทศ โดยมุ่งหวังให้ Weight Average Maturity ไม่เกิน 6 เดือน
- TUSFIX: ลงทุนในกองทุนหลัก SPDR Bloomberg 1-3 Month T-Bill ETF ซึ่งลงทุนในตั๋วเงินคลังที่ออกโดยรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีอายุระหว่าง 1 – 3 เดือน
คำเตือน: กองทุนมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ บริษัทได้รับค่าตอบแทน (trailer fee) จาก บลจ. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมกองทุนตามที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนกองทุนรวม ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์

