- SCBGMCORE(A) เป็นกองทุน Multi-Asset ที่บริหารการลงทุนโดย BlackRock ผ่านแนวทาง Global Multi-Asset Core Portfolio
- กองทุนลงทุนแบบ Fund of Funds กระจายการลงทุนทั่วโลกทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือกที่มีสภาพคล่อง
- จุดเด่นสำคัญคือการบริหารพอร์ตแบบ “All-Weather Portfolio” ที่พยายามปรับตัวให้เหมาะกับทุกสภาวะตลาด
- กองทุนใช้กลยุทธ์ Volatility Control ของ BlackRock เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในช่วงตลาดผันผวนสูง
- ทีมลงทุนมองว่าโลกกำลังเข้าสู่ภาวะ Correlation Breakdown ซึ่งหุ้นและตราสารหนี้อาจปรับตัวลงพร้อมกันได้
- พอร์ตมีการปรับ Tactical Allocation อย่างยืดหยุ่นตามมุมมองเศรษฐกิจและสภาวะตลาด
- กองทุนเสริม Liquid Alternatives เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มเสถียรภาพของพอร์ต
- เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการใช้เป็น Core Portfolio ระยะยาว และรับความผันผวนระดับปานกลางได้
[Fund Review] SCBGMCORE(A) เมื่อโลกการลงทุนเข้าสู่ยุคที่ “พอร์ตแบบเดิม” อาจไม่เพียงพออีกต่อไป
![[Fund Review] SCBGMCORE(A) เมื่อโลกการลงทุนเข้าสู่ยุคที่ “พอร์ตแบบเดิม” อาจไม่เพียงพออีกต่อไป](/cafeinvest/_next/image?url=%2Fcafeinvest%2Fapi%2Fmedia%2Ffile%2F1779163969766-3dc2a9e917a9a025fbac60170ed8b65607288e966509add2f4fd0a3f15c429b1.jpg&w=1920&q=75)
ในอดีต นักลงทุนจำนวนมากอาจคุ้นเคยกับแนวคิดการจัดพอร์ตแบบ “60/40”
คือ
- ลงทุนหุ้น 60%
- ลงทุนตราสารหนี้ 40%
โดยมีแนวคิดว่า
เมื่อหุ้นปรับตัวลง ตราสารหนี้มักช่วยลดความผันผวนของพอร์ตได้
แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
โลกการลงทุนเริ่มเปลี่ยนไป
ทั้งเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย ภูมิรัฐศาสตร์ และนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลก
ทำให้หลายครั้ง “หุ้นและตราสารหนี้” ปรับตัวลงพร้อมกัน
หรือที่เรียกว่า “Correlation Breakdown”
สิ่งนี้ทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า
พอร์ตแบบเดิม
ยังเพียงพอสำหรับโลกยุคใหม่หรือไม่
Source: SCBAM and BlackRock as of 31 Dec 2025
เมื่อโลกการลงทุน “ซับซ้อนขึ้น” การกระจายสินทรัพย์อาจสำคัญกว่าเดิม
ในช่วงที่ผ่านมา ปัจจัยมหภาคหลายด้านเริ่มส่งผลต่อการลงทุนพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น
- เงินเฟ้อ
- ดอกเบี้ย
- ภูมิรัฐศาสตร์
- การชะลอตัวของเศรษฐกิจ
- หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน
ส่งผลให้ตลาดการลงทุนมีความผันผวนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์หลายประเภทก็เริ่มเปลี่ยนไป
ทำให้การกระจายการลงทุนแบบดั้งเดิมอาจไม่สามารถลดความเสี่ยงได้เหมือนในอดีต
นี่จึงเป็นเหตุผลที่แนวคิด “Global Multi-Asset Portfolio” เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น
เพราะแทนที่จะพึ่งพาเพียงหุ้นและตราสารหนี้
พอร์ตลักษณะนี้จะกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์หลายประเภททั่วโลก
รวมถึงมีการปรับสัดส่วนลงทุนอย่างยืดหยุ่นตามสภาวะตลาด
SCBGMCORE(A) ลงทุนอย่างไร?
SCBGMCORE(A) เป็นกองทุนประเภท Multi-Asset Fund ที่ลงทุนแบบ Fund of Funds
โดยบริหารการลงทุนร่วมกับ BlackRock
กองทุนมีแนวทางการลงทุนแบบ
- หุ้นทั่วโลก
- ตราสารหนี้ทั่วโลก
และสินทรัพย์ทางเลือกที่มีสภาพคล่อง (Liquid Alternatives)
Source: SCBAM and BlackRock
กองทุนไม่ได้ยึดติดกับ Allocation แบบคงที่
แต่ใช้การบริหารพอร์ตแบบยืดหยุ่น (Flexible Asset Allocation)
เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา
โดยทีมลงทุนของ BlackRock จะปรับ Tactical View ตามมุมมองเศรษฐกิจและความเสี่ยงของตลาด
Source: SCBAM and BlackRock as of 31 Dec 2025
จุดเด่นสำคัญ คือ “All-Weather Portfolio”
แนวคิดสำคัญของ SCBGMCORE คือการสร้างพอร์ตที่สามารถปรับตัวได้ในหลายสภาวะตลาด
หรือที่เรียกว่า “All-Weather Portfolio”
พูดง่าย ๆ คือ
กองทุนไม่ได้พยายาม “ทำนายตลาด” เพียงอย่างเดียว
แต่พยายามสร้างพอร์ตที่มีความยืดหยุ่น
และสามารถบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้นในช่วงที่ตลาดผันผวน
อีกจุดที่น่าสนใจ คือกองทุนใช้กลยุทธ์ Volatility Control ซึ่งเป็น proprietary framework ของ BlackRock
โดยในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง
ผู้จัดการกองทุนสามารถลดความเสี่ยงของพอร์ต (De-risk) ได้ เช่น
- เพิ่มเงินสด
- ลดน้ำหนักสินทรัพย์เสี่ยง
- ปรับกรอบความเสี่ยงระยะสั้น
เพื่อช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาด
Source: SCBAM and BlackRock as of 31 Mar 2026
Liquid Alternatives คืออะไร? และทำไมถึงสำคัญ
หนึ่งในจุดที่แตกต่างจากพอร์ตแบบดั้งเดิม คือ SCBGMCORE มีการลงทุนใน “Liquid Alternatives”
ซึ่งเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่ยังมีสภาพคล่องและสามารถซื้อขายได้ค่อนข้างยืดหยุ่น
จุดประสงค์หลัก คือ
- ช่วยกระจายความเสี่ยง
- ลด Correlation กับสินทรัพย์หลัก
- และเพิ่มเสถียรภาพของพอร์ตในช่วงตลาดผันผวน
โดย BlackRock มองว่า
ในโลกที่ Correlation ระหว่างหุ้นและตราสารหนี้เปลี่ยนไป
การมีสินทรัพย์ทางเลือกเข้ามาในพอร์ต อาจช่วยให้พอร์ตมีความสมดุลมากขึ้น
โดย SCBGMCORE จะใช้กองทุน Flagship ของ BlackRock
ที่มีกลยุทธ์แบบ Absolute Return และมี Correlation กับตลาดหุ้นโลกและตราสารหนี้ต่ำ
เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงและลดความผันผวนให้กับพอร์ตได้
Source: SCBAM and BlackRock as of 31 Dec 2025
อีกจุดที่น่าสนใจของ SCBGMCORE คือ
การบริหารการลงทุนโดย BlackRock
ซึ่งเป็นบริษัทจัดการลงทุนที่มี AUM ใหญ่ที่สุดในโลกกว่า 14 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
และมีความเชี่ยวชาญด้าน Multi-Asset Investing มาอย่างยาวนาน
จุดแข็งสำคัญของ BlackRock คือ
- การเข้าถึงข้อมูลการลงทุนทั่วโลก
- ระบบบริหารความเสี่ยง
- Tactical Asset Allocation
- และการจัดพอร์ตแบบ institution-grade
ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่กองทุนพยายามวาง positioning ให้เป็น “Core Portfolio” สำหรับการลงทุนระยะยาว
SCBGMCORE(A) เหมาะกับใคร?
กองทุนนี้เหมาะกับนักลงทุนที่
- ต้องการลงทุนแบบกระจายสินทรัพย์ทั่วโลก
- ต้องการใช้เป็น Core Portfolio ระยะยาว
- รับความผันผวนระดับปานกลางได้
- ต้องการลดการพึ่งพาหุ้นเพียงอย่างเดียว
- มองหาพอร์ตที่มีความยืดหยุ่นมากกว่าพอร์ต 60/40 แบบดั้งเดิม
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรเข้าใจว่า
กองทุนยังมีความเสี่ยงจาก
- ความผันผวนของตลาดโลก
- ความเสี่ยงจากสินทรัพย์ทางเลือก
- ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- และการปรับ Tactical Allocation ของผู้จัดการกองทุน
โดยกองทุนอาจมีการลงทุนทางอ้อมในสินทรัพย์คริปโท และไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินทั้งหมด
Key Takeaways
- SCBGMCORE(A) เป็นกองทุน Global Multi-Asset ที่บริหารร่วมกับ BlackRock
- กองทุนลงทุนแบบ Fund of Funds กระจายทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และ Liquid Alternatives
- จุดเด่นสำคัญคือแนวคิด All-Weather Portfolio และ Flexible Asset Allocation
- ทีมลงทุนใช้ Tactical Allocation และ Volatility Control เพื่อบริหารความเสี่ยง
- กองทุนพยายามแก้ปัญหา Correlation Breakdown ของพอร์ตแบบดั้งเดิม
- เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการใช้เป็น Core Portfolio ระยะยาว
- เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงมากกว่าการลงทุนในหุ้นเพียงอย่างเดียว
คำเตือน: กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทได้รับค่าตอบแทน (trailer fee) จาก บลจ. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมกองทุนตามที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนกองทุนรวม ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์

