- GULF แจ้งข่าวตลาดฯ ว่าได้มีการจำหน่ายหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ Pak Lay ในสปป.ลาว โดย GULF ถือโครงการนี้ 100% (ถือตรง 40% และถือผ่านบริษัทย่อย GHH 60%) ให้กับบริษัท JH International ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง J-Power Investment Netherlands และ Hazama Ando Corporation จำนวน 51% โดยคิดเป็นมูลค่าขายรวมทั้งสิ้นประมาณ 144.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้หลัง Transaction นี้แล้ว GHH (บริษัทย่อย GULF) จะถือหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ Pak Lay ที่ 49% และ JHI จะถือหุ้น 51%
Markets
GULF: แจ้งข่าวตลาดฯ ว่าได้มีการจำหน่ายหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ Pak Lay ในสปป.ลาว
GULFSET

- เรามองเป็นข่าวบวกกับ GULF เนื่องจากการได้ J-Power และ Hazama Ando เข้ามาร่วมถือหุ้นถือเป็นประเด็นบวก เพราะ J-Power เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าพลังน้ำรายใหญ่ของญี่ปุ่น มีเทคโนโลยีและประสบการณ์สูง และเป็น partner กับ GULF มานานแล้ว ส่วน Hazama Ando เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธาและการก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ รวมถึงการขายสัดส่วนครั้งนี้ช่วยลดภาระการลงเงินทุน (Equity) ของ GULF ในโครงการนี้ลง ทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดไปหมุนเวียนลงทุนในโครงการอื่นที่อาจให้ผลตอบแทน IRR สูงกว่า หรือขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ ได้มากขึ้น
- ขณะที่ GULF ตอนซื้อสัดส่วน 60% ในโรงไฟฟ้า Pak Lay มีต้นทุน 128 ล้านเหรียญฯ ซึ่งการขาย Pak Lay ให้กับ JHI ครั้งนี้ เราประเมินว่า GULF จะบันทึกกำไรจากเงินลงทุนได้ประมาณ 1,176.5 ล้านบาท (ก่อนภาษี) ทั้งนี้โครงการ Pak Lay เพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา (มีกำหนดเปิดดำเนินการปี 2576 หรืออีก 7 ปีข้างหน้า) มูลค่าที่ขายได้นี้จะเป็นการบวก Premium จากค่าความสำเร็จในการพัฒนาโครงการ และค่าใบอนุญาต/สัญญา PPA ที่เซ็นไปแล้ว หากเทียบกับการที่โครงการยังไม่เริ่มสร้างกับการขายได้มูลค่ากว่า 5 พันล้านบาทถือว่า สูงและสมเหตุสมผล เพราะเป็นการดึงทุนคืนพร้อม Capital gain ออกมาได้ทันที โดยไม่ต้องรอรับรู้รายได้จากการขายไฟในอีก 7 ปีข้างหน้า
- โดยรวมเรายังคงแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ GULF ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 73 บาท อิง DCF valuation

