Grab รายงาน 2Q26 ดีกว่าคาดจากการเติบโตของธุรกิจส่งอาหาร Mobility และบริการทางการเงิน พร้อมจำนวนผู้ใช้ทำสถิติสูงสุดและ EBITDA ขยายตัวเร็วกว่ารายได้จนบริษัทปรับเพิ่มประมาณการปี 2026 โดยภาพดังกล่าวเป็นบวกต่ออุตสาหกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัลและ Fintech ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ยังต้องติดตามการแข่งขัน ราคาน้ำมัน กฎเกณฑ์ค่าคอมมิชชัน และคุณภาพสินเชื่อ จึงมองบวกต่อแนวโน้มระยะกลางและเหมาะกับการทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว
Grab 2Q26: กำไรและผู้ใช้งานดีกว่าคาด พร้อมปรับเพิ่มเป้าหมายทั้งปี

Grab 2Q26: กำไรและผู้ใช้งานดีกว่าคาด พร้อมปรับเพิ่มเป้าหมายทั้งปี
1) ผลประกอบการ 2Q26
Grab รายงานผลประกอบการโดยรวมดีกว่าคาด ทั้งรายได้ EBITDA กำไรต่อหุ้น มูลค่าธุรกรรม และจำนวนผู้ใช้งาน โดยธุรกิจส่งอาหารและบริการทางการเงินเป็นแรงสนับสนุนหลัก ขณะที่รายได้ Mobility ยังต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ส่วนกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นมากมีรายการพิเศษจากการรวมงบ Superbank และสินทรัพย์ภาษีรอการตัดบัญชี จึงควรให้น้ำหนักกับ EBITDA มากกว่ากำไรสุทธิในการประเมินผลการดำเนินงานพื้นฐาน
รายการ | 2Q26 | เติบโต YoY | ตลาดคาด | เทียบคาด | ประเมิน |
|---|---|---|---|---|---|
รายได้รวม | 997 ล้านดอลลาร์ | +22% | 990 ล้านดอลลาร์ | สูงกว่าคาด 0.7% | ดีกว่าคาดเล็กน้อย |
รายได้ Deliveries | 531 ล้านดอลลาร์ | +21% | 529.9 ล้านดอลลาร์ | สูงกว่าคาด 0.2% | เติบโตตาม GMV และโฆษณา |
รายได้ Mobility | 331 ล้านดอลลาร์ | +12% | 339.5 ล้านดอลลาร์ | ต่ำกว่าคาด 2.5% | ปริมาณใช้บริการเพิ่ม แต่แรงกดดันจากราคาน้ำมัน |
รายได้ Financial Services | 134 ล้านดอลลาร์ | +60% | 118.5 ล้านดอลลาร์ | สูงกว่าคาด 13.1% | จุดเด่นของไตรมาส |
EBITDA ปรับปรุงแล้ว | 168 ล้านดอลลาร์ | +54% | 155.9 ล้านดอลลาร์ | สูงกว่าคาด 7.8% | Operating Leverage ดีขึ้น |
อัตรา EBITDA ปรับปรุงแล้ว | 16.9% | เพิ่มจากราว 13.3% | – | – | เพิ่มขึ้นประมาณ 3.6 จุด YoY |
กำไรสุทธิ | 252 ล้านดอลลาร์ | จาก 35 ล้านดอลลาร์ | – | – | มีรายการพิเศษหนุน |
กำไรต่อหุ้น | 0.06 ดอลลาร์ | จาก 0.01 ดอลลาร์ | 0.02 ดอลลาร์ | สูงกว่าคาดมาก | ไม่ควรประเมินจากกำไรต่อหุ้นเพียงอย่างเดียว |
มูลค่าธุรกรรมรวม | 6.46 พันล้านดอลลาร์ | – | 6.39 พันล้านดอลลาร์ | สูงกว่าคาด 1.1% | สะท้อนกิจกรรมบนแพลตฟอร์มแข็งแกร่ง |
ผู้ใช้งานทำธุรกรรมรายเดือน | 53.9 ล้านราย | ทำสถิติสูงสุด | 52.78 ล้านราย | สูงกว่าคาด 2.1% | ฐานผู้ใช้และ Engagement ดีขึ้น |
วงเงินซื้อหุ้นคืนใหม่ | 750 ล้านดอลลาร์ | – | – | – | หนุนมูลค่าต่อหุ้น |
ผลประกอบการดีกว่าคาดเกือบทุกตัวชี้วัดสำคัญ โดยเฉพาะ EBITDA และบริการทางการเงิน ขณะที่บริษัทเพิ่มวงเงินซื้อหุ้นคืนอีก 750 ล้านดอลลาร์ ทำให้วงเงินสะสมตั้งแต่ปี 2024 อยู่ที่ประมาณ 1.75–1.8 พันล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิได้รับแรงสนับสนุนจากกำไรทางการเงิน 334 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมกำไรจากการรวมงบ Superbank ประมาณ 307 ล้านดอลลาร์ และการรับรู้สินทรัพย์ภาษีรอการตัดบัญชี 66 ล้านดอลลาร์ ก่อนถูกหักลบบางส่วนด้วยขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินทางการเงิน 183 ล้านดอลลาร์ ดังนั้น คุณภาพของงบควรพิจารณาจาก EBITDA ที่เพิ่มขึ้น 54% มากกว่าการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิ
2) แรงสนับสนุนมาจากอะไร
ธุรกิจส่งอาหารยังเติบโตต่อเนื่อง
รายได้ Deliveries เพิ่มขึ้น 21% เป็น 531 ล้านดอลลาร์ จากการขยายตัวของมูลค่าธุรกรรมและรายได้โฆษณาบนแพลตฟอร์ม สะท้อนว่า Grab สามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมจากร้านค้า นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมการจัดส่ง โดยธุรกิจโฆษณามีอัตรากำไรสูงกว่าและช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากฐานร้านค้าที่มีอยู่แล้ว
Mobility ยังมีความต้องการแข็งแกร่ง แม้ต้นทุนน้ำมันสูง
รายได้ Mobility เพิ่มขึ้น 12% เป็น 331 ล้านดอลลาร์ จากจำนวนผู้ใช้และจำนวนเที่ยวที่เพิ่มขึ้น Grab ใช้เงินกว่า 7 ล้านดอลลาร์สนับสนุนคนขับในช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน ส่งผลให้จำนวนคนขับที่ใช้งานรายเดือนเพิ่มขึ้น 19% และทำสถิติสูงสุด ช่วยเพิ่มความพร้อมของรถ ลดเวลารอ และรักษาความต้องการของผู้โดยสาร แต่การอุดหนุนดังกล่าวอาจกดดันอัตรากำไรหากราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง
บริการทางการเงินเป็นเครื่องยนต์เติบโตเร็วที่สุด
- รายได้ Financial Services เพิ่มขึ้นประมาณ 60% เป็น 134 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดอย่างชัดเจน จากการปล่อยสินเชื่อผ่าน GrabFin และธนาคารดิจิทัล โดยสินเชื่อที่ปล่อยใหม่เพิ่มขึ้น 72% เป็น 1.2 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่พอร์ตสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น 197% เป็น 2.3 พันล้านดอลลาร์ และเงินฝากรวมของ GXS Bank, GXBank และ Superbank อยู่ที่ 2.5 พันล้านดอลลาร์
- การเติบโตดังกล่าวสะท้อนข้อได้เปรียบของ Grab ในการใช้ข้อมูลพฤติกรรมการเดินทาง การสั่งอาหาร และรายรับของคนขับหรือร้านค้าในการประเมินเครดิต แต่การขยายสินเชื่ออย่างรวดเร็วทำให้ต้องติดตามคุณภาพสินทรัพย์และค่าเผื่อหนี้เสียในระยะถัดไป
จำนวนผู้ใช้และกิจกรรมบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น
- ผู้ใช้งานทำธุรกรรมรายเดือนเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดราว 54 ล้านราย ขณะที่ On-Demand GMV บนฐานอัตราแลกเปลี่ยนคงที่เพิ่มขึ้น 22% สะท้อนว่าบริษัทสามารถเพิ่มทั้งจำนวนผู้ใช้และความถี่ในการใช้บริการ ไม่ได้อาศัยการขึ้นค่าธรรมเนียมเพียงอย่างเดียว
- AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบนิเวศ
- ฝ่ายบริหารระบุว่า “Grab Intelligence Layer” ถูกนำไปใช้ในทุกส่วนของแพลตฟอร์ม ทั้งการจับคู่ผู้โดยสารกับคนขับ การคาดการณ์ความต้องการ การกำหนดเส้นทาง การแนะนำร้านค้า และการบริหารรายได้ของพันธมิตร โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่ม Engagement และลดต้นทุนการดำเนินงานเมื่อขนาดธุรกิจขยายตัว
3) แนวโน้มและประเด็นจาก Earnings Call
ปรับเพิ่มประมาณการปี 2026
รายการ | ประมาณการใหม่ | ประมาณการเดิม | ตลาดคาด | ประเมิน |
|---|---|---|---|---|
รายได้ | 4.10–4.15 พันล้านดอลลาร์ | 4.04–4.10 พันล้านดอลลาร์ | 4.12 พันล้านดอลลาร์ | จุดกึ่งกลางใกล้เคียงคาด แต่กรอบบนสูงขึ้น |
การเติบโตของรายได้ | 22–23% | 20–22% | – | สะท้อนโมเมนตัมดีขึ้น |
EBITDA ปรับปรุงแล้ว | 720–740 ล้านดอลลาร์ | 700–720 ล้านดอลลาร์ | 717 ล้านดอลลาร์ | จุดกึ่งกลางสูงกว่าคาดราว 1.8% |
การเติบโตของ EBITDA | 44–48% | 40–44% | – | กำไรโตเร็วกว่ารายได้ |
บริษัทปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้และ EBITDA หลังธุรกิจพื้นฐานแข็งแกร่งกว่าคาด รวมถึงผลจากการรวมงบ Superbank และการซื้อกิจการ Stash อย่างไรก็ตาม การเพิ่มประมาณการบางส่วนมาจากการรวมกิจการ จึงต้องแยกจากการเติบโตแบบ Organic ในการประเมินคุณภาพของแนวโน้ม
ประเด็นสำคัญจากฝ่ายบริหาร
- เน้นการเติบโตที่มีกำไรมากกว่าการเร่งขยายส่วนแบ่งตลาด
Grab ยังคงเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น เครื่องมือผู้ช่วยที่ใช้ AI และฟังก์ชันแบ่งค่าโดยสาร แต่ควบคุมการขยายธุรกิจให้มีวินัยมากกว่าช่วงก่อนหน้า กลยุทธ์นี้ช่วยให้ EBITDA เติบโต 54% เร็วกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น 22%
- การรวม Superbank เพิ่มขนาดบริการทางการเงิน
การรวมงบ Superbank ตั้งแต่เดือนมิถุนายนจะช่วยเพิ่มรายได้และฐานลูกค้า Financial Services แต่ Bloomberg Intelligence ประเมินว่ารายได้จากการรวมงบเพียงสองเดือนอาจยังไม่เพียงพอทำให้ธุรกิจบริการทางการเงินมีกำไรในทันที
- Foodpanda Taiwan ยังมีความไม่แน่นอน
ดีลซื้อ Foodpanda Taiwan มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์ยังรอการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลของไต้หวัน ซึ่งขยายกำหนดพิจารณาถึงเดือนตุลาคม 2026 หากสำเร็จ Grab จะเสริมตำแหน่งในตลาดส่งอาหารไต้หวัน แต่หากล่าช้าหรือไม่ผ่าน บริษัทอาจไม่ได้ Synergy ตามที่คาด
- ซื้อหุ้นคืนสะท้อนความเชื่อมั่นต่อกระแสเงินสด
วงเงินซื้อหุ้นคืนใหม่ 750 ล้านดอลลาร์จะใช้เงินสดส่วนเกินหลังจัดสรรเงินลงทุนเพื่อการเติบโต ช่วยชดเชยผลกระทบจากค่าตอบแทนในรูปหุ้นและเพิ่มกำไรต่อหุ้น แต่การซื้อคืนไม่ได้เป็นข้อผูกพันว่าบริษัทจะต้องใช้วงเงินทั้งหมด
4) ภาพรวมคู่แข่งและอุตสาหกรรม
ผลประกอบการของ Grab สะท้อนว่าความต้องการบริการเดินทางและส่งอาหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังแข็งแกร่ง แม้ราคาน้ำมันและค่าครองชีพสูง ขณะที่โครงสร้างตลาดเริ่มเปลี่ยนจากการแข่งขันด้วยส่วนลดอย่างหนัก ไปสู่การแข่งขันด้านความพร้อมของคนขับ คุณภาพบริการ ระบบสมาชิก โฆษณา และบริการทางการเงิน
บริษัท/กลุ่ม | Read Across | เหตุผล |
|---|---|---|
GoTo | ผสมถึงลบเชิงการแข่งขัน | อุปสงค์อินโดนีเซียยังดี แต่ Grab มีฐานเงินสด เทคโนโลยี และความสามารถซื้อคืนหุ้นสูงกว่า |
Sea / ShopeeFood | ผสม | ธุรกิจส่งอาหารและ Fintech ยังมีโอกาสเติบโต แต่ต้องแข่งขันกับระบบนิเวศของ Grab ในตลาดหลัก |
Uber | บวกต่ออุตสาหกรรม แต่เป็นความเสี่ยงต่อ Grab | ยืนยันความต้องการ Ride-hailing แข็งแกร่ง แต่การซื้อ Delivery Hero อาจเปิดทางให้ Uber Eats กลับเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ |
Delivery Hero | ผสม | การขายสินทรัพย์ช่วยลดความซับซ้อน แต่สะท้อนแรงกดดันการแข่งขันในเอเชีย |
Foodpanda Taiwan | บวกหากดีลสำเร็จ | การรวมกิจการอาจลดการแข่งขันและเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังเสี่ยงด้านกฎระเบียบ |
ธนาคารดิจิทัลในอาเซียน | บวกต่อธีม | การเติบโตของสินเชื่อและเงินฝากยืนยันความต้องการบริการทางการเงินดิจิทัล |
ผู้ให้บริการโฆษณาดิจิทัลค้าปลีก | บวก | Grab สร้างรายได้จากข้อมูลการซื้อและพื้นที่โฆษณาภายในแอปได้มากขึ้น |
ร้านอาหารและคนขับ | ผสม | ได้ประโยชน์จากฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้น แต่ค่าคอมมิชชันและต้นทุนเชื้อเพลิงยังเป็นแรงกดดัน |
- สำหรับ GoTo งบ Grab เป็นสัญญาณบวกต่ออุปสงค์โดยรวมในอินโดนีเซีย แต่เป็นลบเชิงการแข่งขัน เนื่องจาก Grab สามารถลงทุนสนับสนุนคนขับ พัฒนาผลิตภัณฑ์ และซื้อหุ้นคืนได้พร้อมกัน ส่วน GoTo อาจต้องรักษาวินัยด้านส่วนลดเพื่อไม่ให้เสียความสามารถทำกำไร
- สำหรับ Uber ผลประกอบการยืนยันว่า Ride-hailing และ Delivery ยังมีศักยภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่การเข้าซื้อ Delivery Hero อาจสร้างช่องทางให้อ Uber Eats กลับเข้าสู่ภูมิภาค ซึ่งจะเพิ่มการแข่งขันด้านผู้ใช้ ร้านค้า และคนขับ โดยเฉพาะหาก Uber ใช้ฐานเทคโนโลยีและเงินทุนระดับโลกสนับสนุนการกลับเข้าตลาด
5) ความเสี่ยง
- ราคาน้ำมันและแรงจูงใจคนขับ: ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ค่าโดยสารและค่าจัดส่งเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันความต้องการ Grab สามารถใช้เงินสนับสนุนคนขับและผู้ใช้เพื่อรักษาปริมาณธุรกรรม แต่จะกระทบ Margin หากต้องดำเนินมาตรการเป็นเวลานาน
- การแข่งขันกลับมารุนแรง: GoTo และผู้เล่นรายใหม่ เช่น Green & Smart Mobility ยังคงขยายธุรกิจในอินโดนีเซียและเวียดนาม ขณะที่ Uber อาจกลับเข้าสู่ตลาด Delivery ผ่าน Delivery Hero ทำให้ความเสี่ยงด้านส่วนลดและค่าการตลาดเพิ่มขึ้น
- กฎเกณฑ์ค่าคอมมิชชัน: อินโดนีเซียลดเพดานค่าคอมมิชชันบริการมอเตอร์ไซค์จากประมาณ 20% เหลือ 8% แม้ธุรกิจมอเตอร์ไซค์ในอินโดนีเซียคิดเป็นไม่ถึง 6% ของ Mobility GMV แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเป็นแบบอย่างให้ประเทศอื่นเพิ่มการควบคุมแพลตฟอร์ม
- คุณภาพสินเชื่อ: พอร์ตสินเชื่อเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าเป็น 2.3 พันล้านดอลลาร์ การเติบโตที่รวดเร็วอาจนำไปสู่หนี้เสียและค่าเผื่อที่สูงขึ้น หากเศรษฐกิจหรือรายได้ของคนขับและร้านค้าอ่อนตัว
- คุณภาพกำไรสุทธิ: กำไร 252 ล้านดอลลาร์มีรายการพิเศษจาก Superbank และภาษี จึงไม่ควรใช้เป็นฐานกำไรปกติ หากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรพื้นฐานจะต่ำกว่าตัวเลขที่รายงานอย่างมีนัยสำคัญ
- ความเสี่ยงจากการซื้อกิจการ: Foodpanda Taiwan ยังรออนุมัติ ขณะที่การรวม Superbank และ Stash อาจเพิ่มต้นทุน ระบบงาน และความเสี่ยงด้านกฎระเบียบก่อนเกิด Synergy ตามคาด
- ต้นทุนส่วนกลาง: ต้นทุน Cloud และ Software เพิ่มขึ้น แม้บริษัทใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพ หากต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานเติบโตเร็วกว่ารายได้ อัตรากำไรอาจขยายตัวช้าลง
6) มุมมอง InnovestX
- InnovestX มองผลประกอบการ 2Q26 ของ Grab ในเชิงบวก โดยรายได้ EBITDA มูลค่าธุรกรรม และผู้ใช้งานดีกว่าคาด พร้อมปรับเพิ่มเป้าหมายทั้งปี จุดเด่นคือ EBITDA เพิ่มขึ้น 54% เร็วกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น 22% สะท้อน Operating Leverage และวินัยในการใช้ส่วนลดที่ดีขึ้น ขณะที่บริการทางการเงินและโฆษณากำลังเพิ่มแหล่งรายได้ที่มีศักยภาพสูงกว่าธุรกิจเรียกรถและส่งอาหารแบบดั้งเดิม
- อย่างไรก็ตาม ควรระมัดระวังการตีความกำไรสุทธิ เนื่องจากส่วนใหญ่ได้รับแรงสนับสนุนจากรายการพิเศษ และการขยายสินเชื่ออย่างรวดเร็วอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ นอกจากนี้ Grab ยังเผชิญการแข่งขันจาก GoTo ผู้เล่น EV รายใหม่ และโอกาสที่ Uber Eats จะกลับเข้าสู่ภูมิภาค รวมถึงกฎเกณฑ์ค่าคอมมิชชันที่เข้มงวดขึ้น
- เรามองบวกต่อ GRAB จากแนวโน้มกำไรพื้นฐานที่ดีขึ้น การปรับเพิ่มประมาณการ และวงเงินซื้อหุ้นคืน แต่เหมาะกับการทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวมากกว่าการไล่ราคา โดยตัวชี้วัดที่ต้องติดตามคือการเติบโตแบบ Organic หลังตัดผลจาก Superbank และ Stash, Margin ของธุรกิจ On-Demand, คุณภาพสินเชื่อ และความรุนแรงของการแข่งขันในอินโดนีเซีย เวียดนาม และไต้หวัน
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

