Café Invest
Markets

INVX Macro Making Sense - 13 ม.ค. 2566

INVX Macro Making Sense - 13 ม.ค. 2566

บทสรุป

เงินเฟ้อผู้บริโภคสหรัฐขยายตัวชะลอลงตามคาด โดยเงินเฟ้อผู้บริโภคสหรัฐขยายตัว 6.5% ต่อปี ในเดือน ธ.ค. เท่ากับที่ตลาดคาดและต่ำกว่า เดือน พ.ย. ที่ 7.1% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานขยายตัว 5.7% ชะลอต่อเนื่องจากเดือนก่อนที่ 5.0% เมื่อพิจารณาในรายละเอียด พบว่าเงินเฟ้อส่วนใหญ่ชะลอในหมวดภาคการผลิตเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม หมวดบริการบางกลุ่มเริ่มมีการขยายตัวเร่งขึ้น เช่น หมวดค่าใช้จ่ายบ้าน หมวดสันทนาการ หมวดการศึกษา ทั้งนี้ เรามองว่า เงินเฟ้อที่ลดลงเป็นเพราะหมวดพลังงานที่ลดลงมากตามราคาพลังงานที่ลดลง โดยราคาเชื้อเพลิงลงถึง 16.6% ต่อเดือน แต่อาจต้องเริ่มจับตาหมวดบริการสำคัญ ๆ เช่น ค่าใช้จ่ายบ้าน (Shelter Cost) ลดลง ที่เริ่มเพิ่มขึ้นตามกิจกรรมด้านอสังหาฯ ที่เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวหลังจากดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย 30 ปีเริ่มปรับลดลงตามดอกเบี้ยพันธบัตร 10 ปี รวมถึงต้องติดตามแรงผลักดันเงินเฟ้อจากฟากบริการที่เริ่มเร่งตัวขึ้น ทำให้เราเชื่อว่า Fed จะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย 25 bps ในการประชุม 31 ม.ค. -1 ก.พ. นี้

จากการคำนวณของเรา โดยแยกองค์ประกอบของการขยายตัวของเงินเฟ้อ เพื่อนำมาพิจารณาใน 3 องค์ประกอบหลักที่ Fed พิจารณานั้น พบว่า (1) เงินเฟ้อพื้นฐาน เริ่มลดลงอย่างชัดเจน (2) เงินเฟ้อเกี่ยวกับบ้าน เริ่มมีสัญญาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็นเดือนแรก หลังปรับตัวลดลง 2 เดือนติด และ (3) เงินเฟ้อที่มาจากราคาบริการ ไม่รวมที่พักอาศัย (Ex-housing Core Service) ที่เริ่มมีสัญญาณฟื้นขึ้นเล็กน้อย ซึ่งในมุมมองของเรา มองว่าองค์ประกอบเงินเฟ้อที่ (2) และ (3) เริ่มเพิ่มขึ้นตามสภาพคล่องในระบบ (Financial Condition) ที่เริ่มผ่อนคลายหลังผลตอบแทนพันธบัตรลดลง รวมถึงค่าจ้างที่แม้มีทิศทางที่ชะลอลงแต่ยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม เรามองว่า ในระยะต่อไป (1) หาก Fed ลดระดับการขึ้นดอกเบี้ยลง โดยเริ่มกล่าวถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจมากขึ้น จะทำให้ดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาวปรับเพิ่มขึ้นบ้าง และทำให้ Financial Condition กลับมาตึงตัว (2) อัตราขยายตัวของค่าจ้างรายสัปดาห์ชะลอลงต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนภาคบริการที่ไม่รวมที่พักอาศัยลดลง และ (3) เงินออมส่วนเกินเริ่มหมดลง ทำให้ประชาชนชะลอการบริโภคภาคบริการ เราจึงเชื่อว่าเป็นไปได้สูงที่เงินเฟ้อจะลดลงเร็วขึ้นในระยะต่อไป และทำให้ Fed ยุติการขึ้นดอกเบี้ยได้ในไตรมาสที่ 2/23

ทิศทางค่าเงินบาทในช่วงสั้น มีสิทธิแข็งค่าขึ้นได้ตามทิศทางดอลลาร์ แต่ระยะยาวยังมีสิทธิอ่อนค่าลง โดยเงินบาทแข็งค่ารุนแรงใน 4Q/22 ต่อเนื่อง 1Q/23 จากดอลลาร์อ่อนค่าตามการชะลอขึ้นดอกเบี้ยของ Fed และแนวโน้มการเปิดประเทศของไทยและจีน โดยเรามองว่าเงินบาทแข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐานไปมาก โดยหากวัดจากดัชนีค่าเงินบาทเทียบกับคู่ค้า (NEER) แข็งค่าขึ้นกว่า 5% ใน ต.ค.-ธ.ค. สำหรับมุมมองเงินบาทระยะต่อไป ปัจจัยพื้นฐานยังคงส่งสัญญาณว่าบาทน่าจะอ่อนค่าลงกว่าปัจจุบัน โดยดุลบัญชีเดินสะพัดไทยยังคงขาดดุลต่อเนื่อง แม้จะเริ่มดีขึ้นในเดือน ต.ค. จากดุลบริการ (ท่องเที่ยว) ที่ดีขึ้น แต่ก็เริ่มกลับมาขาดดุลอีกครั้งในเดือน พ.ย. (ล่าสุด) เนื่องจากการส่งออกเริ่มหดตัวแรงขึ้น ทำให้ดุลการค้าขาดดุลแรงขึ้น มองไปข้างหน้า เราเชื่อว่า การส่งออกที่ไม่ขยายตัวหรือหดตัว ขณะที่การนำเข้ายังเป็นบวก จะเป็นตัวฉุดดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัด แม้ดุลบริการจะดีขึ้นก็ตาม ขณะที่ในฟากเงินทุนเคลื่อนย้าย หากความผันผวนทางการเงินโลกมากขึ้นในช่วงกลางปีตามที่เราคาด อาจทำให้ดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง ขณะที่ในฝั่งเงินหยวนที่แข็งค่ามากในช่วงนี้นั้น หลายฝ่ายมองว่าแข็งค่าเกินไปและอาจเริ่มอ่อนค่าลง (Consensus ให้หยวนที่ 7.02 ใน 1H23) ทำให้เราเชื่อว่าบาทมีสิทธิที่จะอ่อนค่าลงตามเงินหยวนได้ โดยเราเชื่อว่าบาทอาจอ่อนลงในช่วง 2Q&3Q23 ไปอยู่ที่ประมาณ 35-36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก่อนแข็งขึ้นใน 4Q จากการที่ Fed เริ่มลดดอกเบี้ย ทำให้ทั้งปีอยู่ที่ 35 บาทต่อดอลลาร์ ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาที่เฉลี่ย 35.06 บาทต่อดอลลาร์

INVX Macro Making Sense - 13 ม.ค. 2566 | Café Invest