สรุปคำแนะนำการลงทุนประจำวันที่ 26 - 30 ม.ค. 2026
มุมมองรายสินทรัพย์ประจำสัปดาห์
ตราสารทุน
ตลาดหุ้นโลกมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในเชิงบวก จากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลายลง และงบโดยรวมออกมาดีกว่าคาด ช่วยหนุนตลาดให้ยังปรับตัวขึ้นต่อได้ ขณะเดียวกัน เห็นสัญญาณของ Rotation ทั้งด้านสไตล์และขนาด ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งต่อตลาดหุ้นขาขึ้นในภาพรวม ระยะสั้น เราชื่นชอบหุ้นพลังงานสหรัฐฯ ในฐานะ Value play ที่มี Valuation น่าสนใจ ขณะที่ หุ้นกลุ่ม Digital Asset เผชิญความผันผวนหลังวุฒิสภาสหรัฐฯ เลื่อนการลงมติร่างกฎหมาย CLARITY Act อย่างไรก็ดี เรามองว่าการเลื่อนดังกล่าวเป็นประเด็นเชิงกระบวนการและยังคงประเมินว่ามีโอกาสสูงที่ร่างกฎหมายจะได้รับการพิจารณาในระยะถัดไป สำหรับระยะกลาง แนะนำสะสมหุ้น US Small Cap ซึ่งทำผลตอบแทน outperform สอดคล้องกับมุมมองของเรา พร้อมทั้งทยอยสะสม หุ้นเทคโนโลยีจีนและหุ้นอินเดีย แม้ระยะสั้นอาจยังขาดปัจจัยกระตุ้นใหม่ แต่ระดับราคาปัจจุบันอยู่ในจุดที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนเพื่อรับโอกาสการเติบโตในรอบถัดไป
ตราสารหนี้
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) อายุ 10 ปี เร่งตัวขึ้นเหนือระดับ 4.25% จากความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างยุโรปและสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มคลี่คลายหลังทรัมป์ประกาศยกเลิกการขึ้นภาษีรอบใหม่ของยุโรป ในขณะที่ Bond Yield ของญี่ปุ่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูง อาจเป็นแรงกดดันให้ Bond Yield ทั่วโลกยังอยู่ในขาขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุยาว เรายังคงประเมินว่าตราสารหนี้อายุ 2–5 ปี เป็นช่วงอายุตราสารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการลงทุนในภาวะปัจจุบัน
สินทรัพย์ทางเลือก
ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงเข้าใกล้ระดับ $5,000 จากแรงหนุนความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้สหรัฐฯ จะบรรลุข้อตกลงกับ NATO แล้ว สะท้อนบทบาททองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง เรายังคงประเมินราคาเป้าหมายทองคำปี 2026 ที่ $4,975 ขณะที่ในกรณี Best case ราคามีโอกาสขึ้นไปทดสอบระดับ $5,700
ด้าน REITs ไทยมีแนวโน้มได้รับปัจจัยบวกจากการใช้นโยบายการเงินของ ธปท. ที่ผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจอาจชะลอตัวลงเป็นแรงกดดันต่อ REITs ในระยะสั้น โดยเราชื่นชอบ REITs ไทย มากกว่า REITs โลก จากอัตราเงินปันผลและ Dividend yield spread ที่น่าสนใจมากกว่า


