สถานะคำแนะนำการลงทุนล่าสุด ณ วันที่ 7 ก.พ. 2025
InnovestX แนะนำตัดขาดทุนการลงทุนในหุ้นไทยขนาดใหญ่ที่มีแนะนำเข้าลงทุนครั้งแรกวันที่ 9 ก.ย. 2024 เนื่องจาก
1.ตลาดหุ้นไทยสูญเสียโมเมนตัมโดยดัชนี SETHD มีการปรับตัวลดลงหลุดเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน ซึ่งถือเป็นแนวรับที่สำคัญ
2.ในระยะสั้นตลาดหุ้นไทยได้รับแรงกดดันจากปัจจัยลบเฉพาะตัวส่งผลกระทบต่อ Sentiment หุ้นไทยโดยรวม
3.ตลาดหุ้นไทยขาดแรงหนุนบวกใหม่ๆ ทำให้การฟื้นตัวค่อนข้างจำกัด
สามารถติดตามคำแนะนำเคาะซื้อล่าสุดได้ใน Satellite Portfolio
[Event Play คือ กลยุทธ์ลงทุนตามปัจจัยสนับสนุนระยะสั้น ด้วยสัญญาณ Technical และ Market Sentiment มี Catalyst สนับสนุน]
INVX มองกองทุนวายุภักษ์ช่วยหนุนหุ้นขนาดใหญ่ คาดหุ้นที่มีโอกาสเข้าเกณฑ์การลงทุนของกองทุนวายุภักษ์ ได้แก่ หุ้นปันผลสูง, หุ้นใน SET 100 ที่มี ESG และ CG ตลอดจนหุ้นนอก SET 100 ที่มีผลประกอบการที่มีแนวโน้มเติบโต และต้องมี ESG rating AA ขึ้นไป ทำให้เราคาดว่าหุ้นขนาดใหญ่จะได้รับอานิสงค์จากกองทุนวายุภักษ์มากกว่าหุ้นขนาดเล็ก จึงแนะนำให้ “เข้าลงทุนในหุ้นไทยขนาดใหญ่” หรือสำหรับคนที่มีสัดส่วนในหุ้นไทยอยู่แล้ว แนะนำให้ “สับเปลี่ยนจากหุ้นไทยขนาดเล็ก เป็นหุ้นไทยขนาดใหญ่” เพื่อรับประโยชน์จากเม็ดเงินของกองทุนวายุภักษ์ โดยกำหนดจุด Stop loss ไว้เมื่อดัชนี SET ปรับตัวลงต่ำกว่า 1,330 จุด
นอกจากนี้ หุ้นปันผลได้รับอานิสงค์โดยตรง เนื่องจากวัตถุประสงค์ของกองทุนวายุภักษ์คือต้องมีการจ่ายปันผลเป็นหลัก ขั้นต่ำ 3.0% ต่อปี ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีแนวโน้มที่จะไหลเข้าในหุ้นปันผลเพิ่มเติม ซึ่งหุ้นปันผลที่มีคุณภาพสอดคล้องกับในข้อที่ 1 ตลอดจนมีสภาพคล่องมากเพียงพอในตลาดส่วนมากเป็นหุ้นขนาดใหญ่
คาดว่ากองทุนวายุภักษ์ระดมเงินลงทุนใหม่จากนักลงทุนราว 1 - 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งในอดีตเมื่อปี 2003 กองทุนวายุภักษ์ช่วยหนุนใน 3 ปัจจัย ประกอบไปด้วย Sentiment ของตลาดหุ้นไทย, สภาพคล่องของมูลค่าการซื้อขายให้เพิ่มขึ้น และนำมาซึ่งการปรับ P/E ของตลาดหุ้นไทยให้มีการ Re-Rate ขึ้น
Technical analysis
ในด้านแนวโน้มราคาของตลาดหุ้นไทยเชิงเทคนิค พิจารณาจากทิศทางของดัชนี SET กลับมาเป็นเทรนด์ขาขึ้น หลังจากกลับขึ้นมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 และ 200 วัน อีกทั้ง ตัวชี้วัด MACD รายสัปดาห์ใกล้พลิกกลับมายืนเหนือศูนย์ (เส้น Zero line) อีกครั้งหลังแกว่งตัวต่ำกว่าศูนย์มากว่า 1 ปีครึ่ง บ่งชี้ถึงสัญญาณการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มของตลาดหุ้นไทยสู่เทรนด์ขาขึ้น ทั้งนี้ RSI ของดัชนี SET ปรับตัวเข้าสู่โซน Overbought แล้ว ทำให้ในระยะสั้นมีโอกาสที่ดัชนี SET จะย่อตัวลงได้ ซึ่งเรามองเป็นโอกาสเข้าไปลงทุนหากดัชนีปรับตัวลง เนื่องจากภาพรวมของตลาดหุ้นไทยดูดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการส่งเสริมตลาดทุน โดยกำหนดจุด Stop loss ไว้เมื่อดัชนี SET ปรับตัวลงต่ำกว่า 1,330 จุด
Source: TradingView
กองทุนเปิดกรุงไทย ไฮดิวิเดนด์ (KT-HiDiv-A)
เลือกกองทุน KT-HiDiv-A (Class สะสมมูลค่า) หรือกองทุน KT-HiDiv-D (Class จ่ายเงินปันผล) จาก Universe จากกลุ่มกองทุนหุ้นปันผลในไทยที่มีการกรองด้วย Quantitative เบื้องต้นจะมีทั้งหมด 7 กองทุน
Source: Morningstar
Source: Fund Factsheet and Morningstar
INVX พิจารณาคัดเลือก KT-HiDiv-A หรือ KT-HiDiv-D ใน 4 มุมประกอบกัน
- มีผลการดำเนินงานในช่วงสั้น ระยะเวลา 1-3 เดือนที่โดดเด่น รวมถึงผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปี (YTD) รวมถึง Risk-adjusted return ในช่วงสั้นที่โดดเด่น
- มีค่าธรรมเนียมเมื่อซื้อ 0.75% ซึ่งอยู่ในโซนค่ากลาง
- มีขนาดกองทุน (Fund Size) มากกว่า 300 ล้านบาท (เกณฑ์เบื้องต้น) : เพื่อการบริหารสภาพคล่องที่มีประสิทธิภาพ โดยกองทุน KT-HiDiv มีขนาดมากกว่า 800 ล้านบาท สูงกว่าเกณฑ์เบื้องต้นค่อนข้างมาก
- สัดส่วนการลงทุนอยู่มีน้ำหนักที่สมดุลระหว่างกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารที่ได้รับประโยชน์จากกองทุนวายุภักษ์
*กองทุน TISCOHD-A มีขนาดกองทุนอยู่ในระดับใกล้เคียงเกณฑ์ขั้นต่ำในการคัดกรองของ INVX อย่างไรก็ตาม ถือเป็นทางเลือกของการลงทุนอีกทางหนึ่ง สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในกองทุนที่มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในระยะกลางถึงยาว
กองทุน KT-HiDiv-A เน้นลงทุนในหุ้นไทยขนาดใหญ่ที่มีกลยุทธ์การบริหารแบบ Active Management และคัดเลือกหุ้นโดยวิธี Bottom-up Approach โดยเน้นหุ้นไทยที่มีคุณภาพของกำไรดี ให้ความสำคัญกับหุ้นที่จ่ายเงินปันผลที่ดีและสม่ำเสมอ มีปัจจัยพื้นฐานดี Valuation ไม่แพงเกินไป และมีศักยภาพในการเติบโต รับอานิสงค์การฟื้นตัวของตลาดจากความเชื่อมั่นนักลงทุนที่มีมากขึ้น โดยคาดว่าทิศทาง fund flow และ sentiment จะมีแนวโน้มดีขึ้นภายหลังการจัดตั้งกองทุนวายุภักษ์
สรุปจุดเด่นกองทุน
- กองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทยคุณภาพสูงมีการจ่ายปันผลที่ดีสม่ำเสมอ ผลการดำเนินงานโดดเด่น และมีแนวทางการบริหารที่ชัดเจน
- กองทุนได้รับรางวัล Thai Equity Large Cap - Morningstar 5 ดาว
- ใช้กลยุทธ์ที่ทำให้เกิดความสมดุลที่ดี โดยใช้กลยุทธ์แบบ Core and Satellite
- 70% เป็นส่วนของ Core ลงทุนในหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูงสม่ำเสมอ (Defensive dividend stocks) ในขณะที่ส่วนของ Satellite มีสัดส่วน 30% ลงทุนในหุ้นปันผลที่มีศักยภาพจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นในอนาคต (Growth dividend stocks)
- Core portfolio ที่เน้นลงทุนในหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูงสม่ำเสมอ เน้นหุ้นที่อยู่ใน SETHD และมีการทำ Tactical allocation บนหุ้นและกลุ่มอุตสาหกรรม แต่ละช่วงเวลา ทำให้กองทุนบริหารความผันผวนได้ดี
- Satellite portfolio ที่เน้นลงทุนในหุ้นปันผลที่มีศักยภาพจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นในอนาคต เป็นส่วนที่ใช้เพื่อการสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) ของพอร์ตโดยรวม ซึ่งบางส่วนรวมถึงการลงทุนในหุ้นที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าปัจจัยพื้นฐาน (Value stocks) ได้ด้วย
- หุ้นที่กองทุนจะลงทุนต้องมีคุณสมบัติการจ่ายปันผลที่ดี มีการคัดกรองอย่างเข้มข้น ต้องมีการจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปีใน 3 ปีล่าสุด มีอัตราเงินปันผลที่สูงกว่าตลาด และมีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนการเติบโต
- คัดเลือกหุ้นลงทุนประมาณ 40-60 หุ้น (จากหุ้นที่จ่ายปันผลดีทั้งหมดประมาณ 80-100 หุ้น) ที่เลือกจากคุณภาพ แต่ยังคงไว้ถึงการกระจายความเสี่ยงที่ดี
- ตั้งแต่ต้นปี (YTD) กองทุนสร้างผลตอบแทนโดดเด่น 9% เทียบกับ SET Index ที่เพิ่มขึ้นเพียง 3.9% (ณ วันที่ 6 ก.ย. 2024)
- เป็นกองทุน Top 3 ในกลุ่ม Morningstar Thai Equity Large Cap และดีที่สุดในกลุ่มที่เน้นลงทุนในหุ้นปันผล (Benchmark เป็น SETHD) นับตั้งแต่ต้นปี
กลุ่มอุตสาหกรรม (ณ 31 ก.ค. 2024)
- กลุ่มการเงิน7%
- กลุ่มพลังงาน 25.3%
- กลุ่มเทคโนโลยี 19.0%
- กลุ่มบริการ 1%
- กลุ่มอสังหาฯ 4%
Top holdings (ณ 31 ก.ค. 2024)
- ADVANC: ยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมในไทย
- PTTEP: กลุ่มบริษัทด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั้งภายในไทยและต่างประเทศ
- PTT: ผู้นำด้านอุตสาหกรรมพลังงานในไทย
- KBANK: หนึ่งในธนาคารพาณิชย์ชั้นนำในไทย
- INTUCH: บริษัทโฮลดิ้งที่ถือหุ้นในหลายบริษัทในกลุ่มโทรคมนาคมและเทคโนโลยี และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน ADVANC

Source: Bloomberg, INVX Wealth Products & Strategy
คลิกที่นี่เพื่อดูกองทุนเคาะซื้อใน INVX Satellite Portfolio ล่าสุด
คำเตือน: ผลการดำเนินในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนที่ได้รับในอนาคต กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะ เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่บล.อินโนเวสท์ เอกซ์