Café Invest
Markets

งบล่าสุดของ LHX, Leonardo และ BAE Systems ดีกว่าคาด ด้าน LMT ได้สัญญาใหม่

LMTNYSERTXNYSE
งบล่าสุดของ LHX, Leonardo และ BAE Systems ดีกว่าคาด ด้าน LMT ได้สัญญาใหม่

ผลประกอบการล่าสุดของ BAE Systems, Leonardo และ L3Harris ออกมาดีกว่าคาด หนุนจากการปรับเพิ่มงบประมาณกลาโหมเชิงโครงสร้างของ NATO และการเร่งฟื้นฟูคลังอาวุธผ่านความต้องการเครื่องบินรบ ยานเกราะ อิเล็กทรอนิกส์ป้องกันประเทศ และระบบขีปนาวุธ ส่งผลให้บริษัทในยุโรปอย่าง BAE และ Leonardo ปรับเพิ่มเป้าหมายทางการเงินปี 2026 ขึ้น ขณะที่ Lockheed Martin ได้รับกรอบสัญญาใหม่ระยะยาวมูลค่าสูงสำหรับ PAC-3 MSE และ THAAD เพื่อขยายกำลังการผลิตรองรับอุปสงค์ยุคใหม่ โดย INVX ประเมินว่าบริษัทกลาโหมที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากการเพิ่มงบกลาโหมได้แก่ RTX, LMT, Thales, Leonardo, BAE Systems ซึ่งจะสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว

1. ภาพรวมอุตสาหกรรม: NATO Spending เปลี่ยนจากเป้าหมายนโยบายสู่คำสั่งซื้อจริง


อุตสาหกรรมกลาโหมกำลังเข้าสู่วัฏจักรการเติบโตระยะยาว โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญไม่ได้มาจากความขัดแย้งระยะสั้นเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการเพิ่มงบประมาณกลาโหมเชิงโครงสร้างของประเทศสมาชิก NATO เพื่อยกระดับความพร้อมทางทหาร ฟื้นฟูคลังอาวุธ และลดการพึ่งพาสหรัฐฯ ประเทศในยุโรปจึงเร่งจัดซื้อเครื่องบินรบ เรือรบ ยานเกราะ ขีปนาวุธ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ เรดาร์ ระบบต่อต้านโดรน และระบบบัญชาการ ส่งผลให้คำสั่งซื้อกระจายไปยังผู้รับเหมาหลักและผู้ผลิตชิ้นส่วนตลอดห่วงโซ่อุปทาน


การผลักดันให้ประเทศสมาชิก NATO เพิ่มงบประมาณกลาโหมเป็นสัดส่วนที่สูงขึ้นของ GDP ช่วยเพิ่มความชัดเจนของอุปสงค์ในช่วงหลายปีข้างหน้า ต่างจากรอบการเพิ่มงบประมาณในอดีตที่อาจขึ้นอยู่กับเหตุการณ์เฉพาะหน้า เนื่องจากหลายประเทศจำเป็นต้องลงทุนพร้อมกันทั้งในด้านกำลังพล อาวุธ กระสุน โครงสร้างพื้นฐาน และกำลังการผลิตภายในประเทศ โดย BAE Systems ระบุว่ายอดขายในยุโรปช่วงครึ่งแรกของปีเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ขณะที่บริษัทกำลังรอความชัดเจนจากรัฐบาลสหราชอาณาจักรเกี่ยวกับแนวทางเพิ่มงบประมาณกลาโหมให้สอดคล้องกับเป้าหมายของ NATO


ในสหรัฐฯ การฟื้นฟูคลังขีปนาวุธและระบบสกัดกั้นกำลังนำไปสู่การเปลี่ยนรูปแบบการจัดซื้อจากสัญญารายปีเป็นสัญญาหลายปี เพื่อให้ผู้ผลิตสามารถลงทุนในโรงงาน บุคลากร วัตถุดิบ และผู้ผลิตชิ้นส่วนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น แนวโน้มดังกล่าวสนับสนุน Lockheed Martin ในฐานะผู้ผลิต PAC-3 MSE และ THAAD รวมถึง L3Harris ซึ่งจัดหามอเตอร์จรวดและระบบขับเคลื่อน ขณะที่ BAE Systems และ Leonardo ได้ประโยชน์จากการเพิ่มงบประมาณของยุโรปและการลงทุนเพื่อเสริมความสามารถทางทหารภายใน NATO


2. เปรียบเทียบผลประกอบการรายบริษัท


ภาพรวมผลประกอบการสะท้อนว่า BAE Systems และ Leonardo เริ่มเปลี่ยนแรงหนุนจาก NATO Spending ให้เป็นยอดขาย คำสั่งซื้อ และกำไรอย่างชัดเจน โดยทั้งสองบริษัทมีฐานธุรกิจขนาดใหญ่ในยุโรปและผลิตอุปกรณ์ที่สอดคล้องกับความต้องการเร่งด่วนของประเทศสมาชิก NATO ทั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศ อิเล็กทรอนิกส์ทางทหาร เครื่องบินรบ ยานเกราะ กระสุน และขีปนาวุธ


L3Harris ได้ประโยชน์ทางอ้อมจากการฟื้นฟูคลังอาวุธของสหรัฐฯ และพันธมิตร NATO ผ่านการเพิ่มกำลังผลิตชิ้นส่วน PAC-3 MSE และ THAAD แต่คุณภาพกำไรพื้นฐานยังไม่แข็งแกร่ง


2.1 ตารางสรุปผลประกอบการและแรงหนุนจาก NATO Spending

บริษัท

งวดรายงาน

ภาพรวมเทียบคาด

รายได้และกำไร

แรงหนุนจาก NATO Spending

เหตุผลสำคัญ

BAE Systems

1H26

ดีกว่าคาด

รายได้ 15.77 พันล้านปอนด์ เพิ่มขึ้น 9% YoY; EBIT พื้นฐานเพิ่มขึ้น 11%; EPS เพิ่มขึ้น 13%

ได้ประโยชน์จากการเพิ่มงบประมาณของสหราชอาณาจักร ยุโรป และสหรัฐฯ ครอบคลุมเครื่องบินรบ เรือดำน้ำ ยานเกราะ ขีปนาวุธ และกระสุน

การเติบโตกระจายหลายธุรกิจ กระแสเงินสดสูงกว่าคาด และปรับเพิ่มแนวโน้มทั้งปี

Leonardo

2Q26

ดีกว่าคาด

รายได้เพิ่มขึ้น 17% YoY; EBITA เพิ่มขึ้น 35%; คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 67%

ได้ประโยชน์จากการเพิ่มงบประมาณของอิตาลีและยุโรป โดยเฉพาะ Defence Electronics, Helicopters, Aeronautics และ MBDA

คำสั่งซื้อและ EBITA สูงกว่าคาด พร้อมเพิ่มเป้าทั้งปี

L3Harris

2Q26

ดีกว่าคาด

รายได้เพิ่มขึ้น 8% YoY; EPS เพิ่มขึ้น 28%; กระแสเงินสดอิสระเพิ่มขึ้น 37%

ได้ประโยชน์จากการเพิ่มคลังขีปนาวุธของสหรัฐฯ และพันธมิตร ผ่านมอเตอร์จรวดและระบบขับเคลื่อน PAC-3 MSE และ THAAD

รายได้และกำไรต่อหุ้นสูงกว่าคาด แต่กำไรบางส่วนมาจากรายการที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก


3. BAE Systems: ผู้ได้รับประโยชน์ที่กระจายตัวมากที่สุดจาก NATO Spending


3.1 ภาพรวมผลประกอบการ


BAE Systems รายงานผลประกอบการ 1H26 ดีกว่าคาดในภาพรวม โดยยอดขายอยู่ที่ 15.77 พันล้านปอนด์ เพิ่มขึ้น 9% YoY และสูงกว่าคาดเล็กน้อย กำไรจากการดำเนินงานพื้นฐานอยู่ที่ 1.70 พันล้านปอนด์ เพิ่มขึ้น 11% YoY และตามคาด ขณะที่กำไรต่อหุ้นพื้นฐานเพิ่มขึ้น 13% YoY สู่ 38.9 เพนนี ดีกว่าคาด


มาร์จิ้นจากการดำเนินงานพื้นฐานเพิ่มขึ้นเป็น 10.8% จาก 10.6% ในปีก่อน โดย Electronic Systems, Platforms & Services, Air และ Cyber & Intelligence มีกำไรดีกว่าคาด ขณะที่ Maritime ต่ำกว่าคาดจากโครงการเรือและเรือดำน้ำรุ่นแรกที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและรับรู้กำไรด้วยมาร์จิ้นต่ำ


แรงหนุนจาก NATO Spending เริ่มปรากฏอย่างชัดเจนในยอดขายของยุโรปที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ในช่วงครึ่งแรกของปี ขณะที่ความต้องการเพิ่มขึ้นทั้งเครื่องบิน Eurofighter Typhoon ยานเกราะ กระสุน ระบบต่อต้านโดรน และระบบป้องกันภัยทางอากาศ นอกจากนี้ การที่ประเทศยุโรปต้องการลดการพึ่งพาสหรัฐฯ ยังสนับสนุนการลงทุนในกำลังผลิตและเทคโนโลยีป้องกันประเทศภายในภูมิภาค


3.2 ตารางผลประกอบการ BAE Systems

รายการ

1H26

YoY

ตลาดคาด

เทียบคาด

ยอดขาย

15.77 พันล้านปอนด์

+9%

15.71 พันล้านปอนด์

ดีกว่าคาด

EBIT พื้นฐาน

1.70 พันล้านปอนด์

+11%

1.71 พันล้านปอนด์

ตามคาด

มาร์จิ้น EBIT พื้นฐาน

10.8%

+0.2 จุด

EPS พื้นฐาน

38.9 เพนนี

+13%

36.8 เพนนี

ดีกว่าคาด

กระแสเงินสดอิสระ

1.79 พันล้านปอนด์

พลิกเป็นบวก

ประมาณ 13 ล้านปอนด์

ดีกว่าคาด

คำสั่งซื้อใหม่

16.4 พันล้านปอนด์

+24%

ยอดคำสั่งซื้อคงค้าง

84.0 พันล้านปอนด์

+0.5%


3.3 แนวโน้มและแรงหนุนจาก NATO


BAE ปรับเพิ่มเป้ายอดขายปี 2026 เป็นเติบโต 8–10% จากเดิม 7–9% เพิ่มเป้าการเติบโตของ EBIT พื้นฐานเป็น 10–12% จากเดิม 9–11% และเพิ่มเป้าการเติบโตของ EPS เป็น 11–13% จากเดิม 9–11% พร้อมเพิ่มเป้ากระแสเงินสดอิสระเป็นมากกว่า 2 พันล้านปอนด์


ยอดคำสั่งซื้อคงค้างที่ 84 พันล้านปอนด์ช่วยรองรับรายได้ระยะยาว ขณะที่การเพิ่มงบประมาณของ NATO เปิดโอกาสเพิ่มเติมใน Eurofighter Typhoon, F-35, ขีปนาวุธของ MBDA, ยานเกราะ Hägglunds, ระบบอวกาศ และโครงการเรือดำน้ำนิวเคลียร์ของสหราชอาณาจักร บริษัทจึงมีความได้เปรียบจากฐานธุรกิจที่เชื่อมโยงกับทั้งสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และประเทศยุโรป


4. Leonardo: ตัวแทนหลักของการเพิ่มขีดความสามารถทางทหารในยุโรป


4.1 ภาพรวมผลประกอบการ


Leonardo รายงานผลประกอบการ 2Q26 ดีกว่าคาด โดยรายได้อยู่ที่ 5.56 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้น 17% YoY และดีกว่าคาด EBITA อยู่ที่ 499 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 35% YoY และดีกว่าคาด ขณะที่มาร์จิ้น EBITA เพิ่มขึ้นเป็น 9.0% จาก 7.8% ในปีก่อน


คำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้น 67% YoY สู่ 7.26 พันล้านยูโร และดีกว่าคาดอย่างชัดเจน โดยมีแรงขับเคลื่อนจาก Defence Electronics, Helicopters และ Aeronautics ซึ่งเป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับการเพิ่มงบประมาณของ NATO ทั้งระบบเรดาร์ เซนเซอร์ สงครามอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องบินฝึก เฮลิคอปเตอร์ และระบบป้องกันภัยทางอากาศ


4.2 ตารางผลประกอบการ Leonardo

รายการ

2Q26

YoY

ตลาดคาด

เทียบคาด

รายได้

5.56 พันล้านยูโร

+17%

5.46 พันล้านยูโร

ดีกว่าคาด

EBITA

499 ล้านยูโร

+35%

448.5 ล้านยูโร

ดีกว่าคาด

มาร์จิ้น EBITA

9.0%

+1.2 จุด

ประมาณ 8.6–8.7%

ดีกว่าคาด

กำไรสุทธิ

241 ล้านยูโร

+94%

255 ล้านยูโร

ต่ำกว่าคาด

คำสั่งซื้อใหม่

7.26 พันล้านยูโร

+67%

5.88 พันล้านยูโร

ดีกว่าคาด

กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน

ประมาณ 162 ล้านยูโร

ไม่มีข้อมูล

ประมาณ 172 ล้านยูโร

ต่ำกว่าคาด


4.3 แนวโน้มและแรงหนุนจาก NATO


Leonardo ปรับเพิ่มเป้าคำสั่งซื้อปี 2026 เป็น 28.2 พันล้านยูโร เพิ่มเป้า EBITA เป็น 2.21 พันล้านยูโร และเพิ่มเป้ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็น 1.37 พันล้านยูโร ขณะที่คงเป้ารายได้ไว้ที่ประมาณ 22.1 พันล้านยูโร


ในระยะกลาง Leonardo มีโอกาสได้ประโยชน์จากนโยบายของยุโรปที่ต้องการยกระดับกำลังการผลิตอาวุธภายในภูมิภาค ทั้งผ่านธุรกิจ Defence Electronics การถือหุ้นใน MBDA และ Hensoldt รวมถึงความร่วมมือด้านยานเกราะกับ Rheinmetall และโครงการเครื่องบินรบ GCAP การเพิ่มงบประมาณของ NATO จึงไม่ได้สนับสนุนเพียงรายได้ปัจจุบัน แต่ยังเพิ่มโอกาสในการได้รับโครงการระยะยาว


5. L3Harris: ผู้ได้ประโยชน์ในห่วงโซ่การฟื้นฟูคลังขีปนาวุธ


5.1 ภาพรวมผลประกอบการ


L3Harris รายงานรายได้ 2Q26 ที่ 5.88 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 8% YoY และดีกว่าคาด กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 3.13 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 28% YoY และดีกว่าคาด ขณะที่มาร์จิ้นรายส่วนธุรกิจอยู่ที่ 16.0% ตามคาด


ธุรกิจ Missile Solutions มีรายได้เพิ่มขึ้น 14% จากการเพิ่มปริมาณการผลิตและงานพัฒนาขีปนาวุธ แต่มีมาร์จิ้นลดลงเล็กน้อยเป็น 12.3% สะท้อนว่าการเติบโตของคำสั่งซื้อและกำลังผลิตยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นการขยายความสามารถทำกำไรอย่างเต็มที่


5.2 ตารางผลประกอบการ L3Harris

รายการ

2Q26

YoY

ตลาดคาด

เทียบคาด

รายได้

5.88 พันล้านดอลลาร์

+8%

5.81 พันล้านดอลลาร์

ดีกว่าคาด

กำไรจากการดำเนินงาน

654 ล้านดอลลาร์

+15%

มาร์จิ้นจากการดำเนินงาน

11.1%

+0.6 จุด

กำไรจากการดำเนินงานรายส่วนธุรกิจ

942 ล้านดอลลาร์

+9%

829–926 ล้านดอลลาร์

ดีกว่าคาด

มาร์จิ้นรายส่วนธุรกิจ

16.0%

+0.1 จุด

16.0%

ตามคาด

กำไรต่อหุ้น

3.13 ดอลลาร์

+28%

2.80 ดอลลาร์

ดีกว่าคาด

กระแสเงินสดอิสระ

771 ล้านดอลลาร์

+37%

636 ล้านดอลลาร์

ดีกว่าคาด

ยอดคำสั่งซื้อคงค้าง

42 พันล้านดอลลาร์

+3%


5.3 แนวโน้มและแรงหนุนจาก NATO


แม้ L3Harris มีรายได้หลักจากสหรัฐฯ แต่การเพิ่มงบประมาณของ NATO และการฟื้นฟูคลังอาวุธของประเทศพันธมิตรเป็นแรงหนุนทางอ้อม เนื่องจากความต้องการ PAC-3 MSE และ THAAD ที่เพิ่มขึ้นต้องอาศัยมอเตอร์จรวดและระบบขับเคลื่อนจาก L3Harris บริษัทมีแผนเพิ่มกำลังผลิตชิ้นส่วน Patriot เป็นประมาณ 3 เท่าและระบบขับเคลื่อน THAAD เป็น 4 เท่า


ความต้องการระบบสื่อสารทางทหาร สงครามอิเล็กทรอนิกส์ และระบบอวกาศจากประเทศ NATO ยังสนับสนุน Communication & Spectrum Dominance และ Space & Mission Systems อย่างไรก็ดี นักลงทุนควรแยกระหว่างการเติบโตของอุปสงค์กับคุณภาพกำไร เนื่องจากผลประกอบการรอบนี้ได้รับแรงหนุนบางส่วนจากกำไรจากการลงทุนและรายการนอกธุรกิจหลัก


6. Lockheed Martin: ผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากระบบป้องกันภัยทางอากาศของ NATO


6.1 รายละเอียดสัญญา


Lockheed Martin ได้รับกรอบสัญญาผลิตขีปนาวุธ PAC-3 MSE มูลค่าสูงสุด 58.6 พันล้านดอลลาร์เป็นเวลา 7 ปี โดยมีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตจากประมาณ 600 ลูกต่อปีเป็น 2,000 ลูกต่อปีภายในปี 2030 นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับกรอบสัญญา THAAD มูลค่าสูงสุด 35 พันล้านดอลลาร์เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 4 เท่า


ระบบ Patriot เป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธแบบหลายชั้น ซึ่งประเทศสมาชิก NATO ให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นหลังการใช้งานจริงในยุโรปและตะวันออกกลาง การเพิ่มงบประมาณของ NATO จึงสนับสนุนทั้งคำสั่งซื้อจากสหรัฐฯ และโอกาสส่งออกไปยังประเทศพันธมิตร


6.2 ตารางประเด็นสำคัญของ Lockheed Martin

รายการ

รายละเอียด

ผลต่อธุรกิจ

กรอบสัญญา PAC-3 MSE

สูงสุด 58.6 พันล้านดอลลาร์ ระยะเวลา 7 ปี

เพิ่มความชัดเจนของอุปสงค์ระยะกลาง

กรอบสัญญา THAAD

สูงสุด 35 พันล้านดอลลาร์

เพิ่มฐานรายได้ของธุรกิจขีปนาวุธ

กำลังผลิต PAC-3 ปัจจุบัน

ประมาณ 600 ลูกต่อปี

สะท้อนข้อจำกัดด้านกำลังผลิต

เป้าหมายปี 2030

ประมาณ 2,000 ลูกต่อปี

รองรับความต้องการของสหรัฐฯ และ NATO

แรงหนุนเชิงนโยบาย

การเพิ่มงบประมาณด้านระบบป้องกันภัยทางอากาศ

สนับสนุนคำสั่งซื้อระยะยาว

ความเสี่ยง

ยังไม่มีการจัดสรรเงินเต็มจำนวน

รายได้จริงอาจต่ำกว่าเพดานสัญญา


7. Implication ต่ออุตสาหกรรม


NATO Spending เป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้างต่ออุตสาหกรรมกลาโหม เนื่องจากหลายประเทศยังต้องเพิ่มทั้งขนาดคลังอาวุธ ความพร้อมของกองทัพ และกำลังการผลิตภายในภูมิภาค อุตสาหกรรมจึงไม่ได้อาศัยเพียงคำสั่งซื้อทดแทนอาวุธที่ใช้ไป แต่ยังได้ประโยชน์จากการลงทุนสร้างขีดความสามารถใหม่ในระยะหลายปี


กลุ่มที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์มากที่สุด ได้แก่ ระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธ ระบบต่อต้านโดรน กระสุน อิเล็กทรอนิกส์ป้องกันประเทศ เรดาร์ เซนเซอร์ และระบบบัญชาการ เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ NATO ต้องใช้เพื่อสร้างระบบป้องกันแบบหลายชั้นและเพิ่มความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิก โดยในสหรัฐฯ เรามองบวกต่อ RTX และ LMT มากที่สุด ส่วนในยุโรปเรามองบวกต่อ Thales, Leonardo และ BAE System

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

งบล่าสุดของ LHX, Leonardo และ BAE Systems ดีกว่าคาด ด้าน LMT ได้สัญญาใหม่ | Café Invest