INVX Macro Making Sense - 20 มี.ค. 2566

บทสรุป
หุ้น First Republic ดิ่งลงหลังจากธนาคารขนาดใหญ่ประกาศแผนช่วยเหลือธนาคาร และงดจ่ายเงินปันผล แม้ว่าธนาคารใหญ่จะระดมเงินฝากมูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ก็ไม่สามารถทำให้นักลงทุนเบาใจได้ โดยหุ้นของธนาคารตกลง 32.8% ในวันศุกร์ที่ผ่านมา เราวิเคราะห์ว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ First Republic เสี่ยงต่อสถานการณ์ Bank Run เนื่องจากเป็นธนาคารที่มีสัดส่วนสินเชื่ออสังหาฯ อยู่เป็นจำนวนสูงถึง 65% ของสินทรัพย์รวม และเนี่องจากดอกเบี้ยเงินกู้อสังหาฯ ส่วนใหญ่เป็นดอกเบี้ยคงที่ ทำให้ First Republic ไม่สามารถปรับขึ้นดอกเบี้ยกู้ได้มากนัก (ทำให้รายได้จากดอกเบี้ยรับไม่สูง) แต่ได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยจ่ายที่ปรับสูงขึ้นมากตามดอกเบี้ย Fed Funds ด้วยความเสี่ยงเชิงโครงสร้างนี้ ทำให้ธนาคารที่มีสินเชื่ออสังหาฯ เป็นจำนวนมากมีความเสี่ยงต่อ Interest rate risk มากขึ้น
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐลดลงแม้ก่อนสถานการณ์ SVB ขณะที่ความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยเพิ่มขึ้น ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกนเบื้องต้นลดลงเป็น 63.4 ในช่วงต้นเดือน มี.ค. จาก 67.0 ในเดือน ก.พ. แรงที่สุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2022 ขณะที่การคาดการณ์เงินเฟ้อระยะสั้นของสหรัฐลดลงต่ำสุดในรอบเกือบสองปี ด้าน Conference Board ระบุว่าดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ (Leading Economic Indicator: LEI) หดตัวติดต่อกัน 12 เดือน บ่งชี้ถึงความเสี่ยงของภาวะถดถอยในเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่สถานการณ์สภาพคล่องสถาบันการเงินล่าสุดในภาคการธนาคารไม่ได้สะท้อนให้เห็นในข้อมูล LEI ในเดือนนี้ แต่อาจทำให้ดัชนีหดตัวรุนแรงขึ้นในอนาคต ด้านการเติบโตของสินเชื่อธนาคารชะลอตัวตั้งแต่เดือน พ.ย. แม้ว่าจะยังคงค่อนข้างแข็งแกร่งก่อนที่ SVB จะล้มเหลว โดยเพิ่มขึ้น 10.8% จากปีก่อนหน้าในเดือน มี.ค. ขณะที่เงินฝากธนาคารหดตัวมาหลายเดือนแล้ว ทำให้เป็นไปได้ที่สินเชื่อจะเติบโตช้าลงก่อนสถานการณ์สภาพคล่องสถาบันการเงินในปัจจุบัน เรามองว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงในช่วงต้นเดือน มี.ค. แม้กระทั่งก่อนที่ SVB จะปิดตัวลง และอาจจะถดถอยลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากความกลัวว่าภาคการธนาคารจะสั่นคลอน ขณะที่มาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นโดยธนาคารขนาดใหญ่จะยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่น นอกจากนั้น มุมมองของผู้กำหนดนโยบาย ยังมองว่าควรต้องขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องเพื่อคุมเงินเฟ้อ (ล่าสุดได้แก่มุมมองของ OECD) ทำให้เรามองว่า ความเสี่ยงความตึงตัวของสถาบันการเงินที่มากขึ้น อาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในระยะต่อไป
จีนปรับลดอัตรากันสำรองธนาคารพาณิชย์ลง 25 bps ธนาคารกลางจีน (PBOC) ปรับลดอัตราการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง 25bps มีผลตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม ทำให้ RRR ของธนาคารขนาดใหญ่-เล็กจะไปอยู่ที่ 10.5%, 8.5% และ 4.75% ตามลำดับ เราวิเคราะห์ว่า การใช้จ่ายและการลงทุนของผู้บริโภคในจีนฟื้นตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงสองเดือนแรกของปี หลังจากยุติมาตรการ Zero Covid ในเดือน ธ.ค. แต่การฟื้นตัวยังคงไม่แน่นอน การว่างงานยังคงเพิ่มสูงขึ้น การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ยังคงหดตัว ด้านการส่งออกที่หดตัว ฉุดผลผลิตภาคอุตสาหกรรมลง นอกจากนั้น การเปิดเศรษฐกิจไม่ได้ทำให้กระตุ้นการกู้ยืมเพื่อลงทุนมากเท่าที่หลายฝ่ายมอง เห็นได้จากอัตราการขยายตัวของเงินฝากยังคงสูงต่อเนื่อง และสูงกว่าการขยายตัวของสินเชื่อ ทั้งนี้ คงต้องติดตามต่อเนื่องว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล่าสุดหรือไม่
