Café Invest
Markets

INVX Macro Making Sense – 7 เม.ย. 2566

INVX Macro Making Sense – 7 เม.ย. 2566

บทสรุป: เรื่องการปรับลดกำลังการผลิตของ OPEC+ และเงินเฟ้อไทยที่ต่ำกว่าคาดมาก

  1. วันที่ 2 เม.ย. OPEC+ นำโดยซาอุดิอาราเบียปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นอีก 1 ล้านบาร์เรล ในเดือน พ.ค. ซึ่งเมื่อรวมกับที่รัสเซียประกาศไว้ก่อนหน้าว่าจะลดกำลังการผลิต 5 แสนบาร์เรลต่อวันตั้งแต่เดือน มี.ค.-มิ.ย. (ซึ่งรัสเซียประกาศยืดการลดกำลังการผลิตไปจนถึงสิ้นปี) ก็จะให้กำลังการผลิตลดเพิ่มเติมรวมประมาณ 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวันนับตั้งแต่เดือน ก.ค. เป็นต้นไป นอกจากซาอุฯ และรัสเซีย ประเทศอื่น ๆ ที่ปรับลดได้แก่ อิรัก (2.1 แสนบาร์เรล) UAE (1.4 แสน) คูเวต (1.3 แสน) และประเทศอื่น ๆ อีกรวม 1.6 แสนบาร์เรล โดยที่ผ่านมา OPEC ประกาศลดกำลังการผลิต 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดได้จริงประมาณ 1.5 ล้านบาร์เรล (เคยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 30.5 ล้าน ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 28.9 ล้านบาร์เรล) โดยประเทศที่ลดหลัก ๆ ได้แก่ซาอุฯ (ประมาณ 1 ล้านบาร์เรล) และ UAE (5 แสนบาร์เรลต่อวัน)
  2. เรามองว่า สาเหตุที่ OPEC ประกาศลดกำลังการผลิตอีก เป็นเพราะ (1) แนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมากกว่าที่คาด น่าจะทำให้การประมาณการความต้องการน้ำมันของโลกผิดจากที่ OPEC เคยคาด โดยในรายงานเดือน มี.ค. OPEC เคยคาดว่าความต้องการน้ำมันโลกจะอยู่ที่ 103.4 บาร์เรลต่อวัน ณ 4Q/23 ต่างจากที่เราคาดว่าจะอยู่ที่ 96 ล้านบาร์เรลต่อวัน (2) ราคาน้ำมันดิบลดต่ำมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เกิดวิกฤตธนาคารช่วงต้นเดือน มี.ค. โดยลดจาก 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงต้นเดือน มาอยู่ที่ 71 ดอลลาร์ในช่วงปลายเดือน ก่อนที่จะปรับขึ้นมาอยู่ที่ 76 ดอลลาร์ก่อนลดกำลังการผลิต
  3. ในส่วนของผลกระทบของการปรับขึ้นครั้งนี้ เบื้องต้นเรามองว่าราคาในระยะต่อไปน่าจะปรับขึ้นจาก 70-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงก่อนหน้ามาอยู่ที่ 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามประมาณการของเรา ซึ่งการขึ้นของราคาในระดับนี้ ไม่น่าจะทำให้เงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งภาพเช่นนี้สอดคล้องกับตัวเลขเศรษฐกิจที่ชะลอลงในช่วงที่ผ่านมา ทั้งตัวเลขตำแหน่งงานเปิดใหม่ (JOLT) ที่ลดลงมากเกินคาด ทั้งดัชนี ISM ภาคการผลิตสหรัฐ และดัชนี Caixin Manufacturing PMI ของจีน นอกจากนั้น แม้สถานการณ์วิกฤตธนาคารจะเริ่มคลี่คลาย แต่มาตรฐานความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อในระยะต่อไปจะมีมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มธนาคารขนาดกลางและเล็ก ซึ่งจะส่งผลทำให้เศรษฐกิจชะลอลงในระยะต่อไป
  4. ในส่วนของเงินเฟ้อไทยเดือน มี.ค. ที่ออกมาที่ 2.83% ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดที่ 3.7% และ 3.3% นั้น เรามองว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อออกมาต่ำมาก เป็นผลจากการลดลงของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลลงอีก 0.50 บาท/ลิตร นอกจากนี้ราคาสินค้าในกลุ่มอาหารลดลงหรือชะลอตัวลงในหลายกลุ่ม อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเงินเฟ้อพื้นฐาน (1.74% จาก 1.92% เดือนก่อน) และเงินเฟ้อผู้ผลิต (-1.69% จาก 1.56% เดือนก่อน) พบว่าลดลงมากด้วยเช่นกัน บ่งชี้ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อระยะต่อไปชะลอตัวลงมาก ทำให้มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ ธปท. จะส่งสัญญาณการยุติการขึ้นดอกเบี้ยหลังการขึ้นในเดือน พ.ค.

PDF คลิกอ่านเพิ่มเติม MacroMakingSense07042023

INVX Macro Making Sense – 7 เม.ย. 2566 | Café Invest