Café Invest
Markets

สรุป 5 ประเด็นหลักเศรษฐกิจจีนปี 2026 และ ตัวเลขกิจกรรมเศรษฐกิจจีนเดือน พ.ย.

สรุป 5 ประเด็นหลักเศรษฐกิจจีนปี 2026 และ ตัวเลขกิจกรรมเศรษฐกิจจีนเดือน พ.ย.

สรุป 5 ประเด็นหลักเศรษฐกิจจีนปี 2026: การบริโภคและนวัตกรรมเป็นแกนหลักโดยมีนโยบายการคลังเป็นตัวนำ

  • สรุปมุมมองเศรษฐกิจจีนปี 2026 โดยอิงจากถ้อยแถลงจากรายงาน 4th Plenum, นโยบายการเงินไตรมาส 3 ของ PBOC, ผลการประชุม CEWC, และ การประชุม Politburo เดือน ธ.ค. รวมถึงการสื่อสารของทางการจีนเป็นช่วงที่ผ่านมา
  • 1) การบริโภคในประเทศและนวัตกรรมในถูกยกเป็น “แกนหลัก” ของเศรษฐกิจ การประชุม CEWC ระบุชัดว่าจีนจะยึด อุปสงค์ภายในโดยเฉพาะการบริโภค เป็นแกนหลักของการเติบโตในระยะถัดไปโดยจะมุ่งกระตุ้นผ่านการเพิ่มรายได้ครัวเรือน, การขยายบริการคุณภาพสูง, การปลดล็อกข้อจำกัดด้านภาคบริการ และการใช้มาตรการ upgrade อย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กับการยกระดับฝั่งอุปทานผ่านการผลักดัน innovation, high-tech manufacturing และอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อเพิ่ม productivity และฐานรายได้ในระยะยาวตามที่เราวิเคราะห์ใน ทำไม Innovation จึงสำคัญต่อเศรษฐกิจจีนในระยะต่อไป (หน้า 11-18) ขณะที่ภาคอสังหาฯ ทางการจีนจะพยุงไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตผ่านการ ลดสต็อก, คุมอุปทานใหม่, ซื้อบ้านคงค้างทำ Public housing
  • ด้านท่าทีของ PBOC จะเห็นว่าทางการ ยังไม่เลือกใช้นโยบายอัดฉีดรายได้หรือกระตุ้นการบริโภคแบบฉับพลัน แต่ให้ความสำคัญกับการฟื้นตัวของ consumption ผ่าน การจ้างงาน ภาคบริการ และผลของการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจมากกว่า ภายใต้กรอบ “anti-involution” แบบค่อยเป็นค่อยไปที่มุ่งลดการแข่งขันด้านราคาที่บิดเบือนและ overcapacity

แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่าการบริโภคภายในจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมุ่งเน้นที่ความยั่งยืนเชิงโครงสร้างในระยะกลางถึงยาว ทั้งนี้เรามองว่าจีนจะคงเป้าหมายการเติบโต

  • 2) นโยบายมหภาคยัง “ผ่อนคลายเชิงประคอง” แต่ไม่กลับไปกระตุ้นแรงแบบวงกว้างทั้ง CEWC และรายงานนโยบายการเงินไตรมาส 3 ของ PBOC สะท้อนภาพเดียวกันว่า จีนจะยังใช้นโยบายมหภาคแบบ pro-growth แต่มีวินัย โดยย้ำการทำ cross-cyclical adjustment เพื่อรักษาเสถียรภาพระยะกลาง-ยาว มากกว่าการเร่งกระตุ้นระยะสั้น แม้ในการประชุม CEWC จะส่งสัญญาณหนุนการเติบโตมากขึ้นเมื่อเทียบกับ Politburo แต่ท่าทีโดยรวมยัง “รอจังหวะ” และระมัดระวังกว่าปีก่อนอย่างชัดเจน
  • 3) นโยบายการคลังจะเป็นตัวขับหลัก ผ่านพันธบัตรรัฐและการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ ในการประชุม CEWC ส่งสัญญาณชัดว่าปี 2026 การคลังจะยังมีบทบาทนำ โดยเน้นการออกพันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรพิเศษโครงการ “Two Majors” และ “Two Upgrades” การลงทุนผ่านงบกลางและ policy banks
  • ควบคู่กับการ คุมวินัยการคลังของท้องถิ่น และห้ามก่อ hidden debt ใหม่ เมื่อนำมาประกอบกับมุมมอง PBOC ที่ลดบทบาท credit impulse แบบเดิม จะเห็นว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนปี 2026 จะพึ่ง “fiscal-led growth” มากกว่านโยบายการเงิน ทั้งนี้เรามองว่าจีนจะเพิ่มโควตาการออกพันธบัตรรัฐบาลในปี 2026
  • 4) นโยบายการเงินปี 2026 จะเป็น “targeted easing” ไม่ใช่ rate-cut cycle เต็มรูปแบบ PBOC มีจุดยืนชัดเจนว่า loan growth ไม่ใช่ตัวชี้เศรษฐกิจหลักอีกต่อไป เนื่องจากโครงสร้างการเงินเปลี่ยนไปสู่ direct financing มากขึ้น (bond & equity) และมีผลของ debt swap ภาครัฐท้องถิ่น ขณะที่ CEWC ก็ไม่ได้ส่งสัญญาณเร่งลดดอกเบี้ยเชิงรุก