Café Invest
Markets

Palantir จับมือ Nebius เสริมโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบควบคุมได้

PLTRNASDAQPLTR23SETNBISNASDAQNBIS23SET
Palantir จับมือ Nebius เสริมโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบควบคุมได้

Palantir แต่งตั้ง Nebius เป็นพันธมิตรหลักด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เน้นให้ลูกค้าควบคุมข้อมูล แบบจำลอง และกำลังประมวลผลได้เอง โดยจะนำระบบคำนวณของ Nebius เข้ามาอยู่ภายในสภาพแวดล้อมของ Palantir สำหรับลูกค้าองค์กร ความร่วมมือนี้ช่วยให้ Palantir ลดการพึ่งพาแบบจำลองปิดจากผู้พัฒนาอย่าง OpenAI และ Anthropic พร้อมเปิดทางให้ลูกค้าใช้แบบจำลองเปิดที่ปรับแต่งด้วยข้อมูลของตนเอง INVX มองว่าข้อตกลงนี้เป็น บวกต่อทั้ง Palantir และ Nebius

1) Palantir เลือก Nebius เป็นพันธมิตรหลักด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI

Palantir ประกาศให้ Nebius เป็น preferred sovereign AI infrastructure partner โดยหลังจากเชื่อมระบบเสร็จ ลูกค้า Palantir ที่มีสิทธิ์จะสามารถใช้กำลังประมวลผลและระบบรันแบบจำลองของ Nebius ได้จากภายในแพลตฟอร์ม Palantir โดยตรง

ใจความสำคัญของข้อตกลงนี้คือ การทำให้ลูกค้าองค์กรสามารถใช้ AI โดยยังคง ควบคุมข้อมูล แบบจำลอง และทรัพยากรประมวลผลของตนเอง ซึ่งเหมาะกับองค์กรที่มีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย กฎระเบียบ หรือข้อมูลที่มีความอ่อนไหว

2) จุดขายหลักคือให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ AI มากกว่าการเช่าใช้งาน

Palantir มองว่ารูปแบบ AI ที่องค์กรจ่ายค่าบริการตามการใช้งานให้ผู้ให้บริการภายนอก อาจทำให้องค์กรต้องส่งข้อมูลสำคัญไปยังระบบที่ตนเองควบคุมได้น้อย บริษัทจึงผลักดันแนวคิดให้ AI เป็นสินทรัพย์ที่องค์กร สร้าง ปรับปรุง และเก็บไว้เอง มากกว่าการเช่าใช้แบบจำลองจากภายนอกอย่างเดียว

ภายใต้ความร่วมมือนี้ ลูกค้าจะสามารถนำแบบจำลองแบบเปิดมารันบนโครงสร้างพื้นฐานของ Nebius และปรับแบบจำลองอย่างต่อเนื่องด้วยข้อมูลเฉพาะขององค์กร โดยยังควบคุมทั้งข้อมูล แบบจำลอง และกำลังประมวลผลได้เอง

3) Palantir ลดการพึ่งพา OpenAI และ Anthropic มากขึ้น

อีกนัยสำคัญคือ Palantir สามารถลดการพึ่งพาแบบจำลองปิดและช่องทางเชื่อมต่อจากผู้พัฒนารายใหญ่อย่าง OpenAI และ Anthropic ซึ่งปัจจุบันเริ่มขยายบริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและ AI สำหรับองค์กรของตนเองมากขึ้น

ดังนั้น ความร่วมมือกับ Nebius ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มผู้ให้บริการคลาวด์อีกหนึ่งราย แต่เป็นการเพิ่มทางเลือกให้ Palantir สามารถนำเสนอระบบ AI แบบครบวงจรที่ไม่จำเป็นต้องผูกกับผู้พัฒนาแบบจำลองรายใดรายหนึ่งมากเกินไป

4) Nebius ได้ช่องทางเข้าถึงฐานลูกค้าองค์กรของ Palantir

ฝั่ง Nebius ได้ประโยชน์จากการเข้าถึงฐานลูกค้าเชิงพาณิชย์ของ Palantir โดยเฉพาะองค์กรที่ต้องการความปลอดภัยและการควบคุมข้อมูลสูง ทำให้ Nebius มีโอกาสขยายจากผู้ให้บริการกำลังประมวลผล AI ไปสู่ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานที่ฝังอยู่ในระบบงานขององค์กรโดยตรง

Palantir ระบุว่าเลือก Nebius เพราะโครงสร้างพื้นฐานถูกสร้างมาเพื่อรองรับงาน AI โดยเฉพาะตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ระบบประมวลผลทั่วไปที่นำมาปรับใช้ภายหลัง จึงสามารถเชื่อมเข้ากับระบบ Sovereign AI ของ Palantir ได้โดยตรง

5) ทั้งสองบริษัทเตรียมเพิ่มกำลังศูนย์ข้อมูลร่วมกัน

นอกจากการเชื่อมระบบแล้ว Palantir และ Nebius ยังมีแผนเร่งเพิ่มกำลังประมวลผลใหม่ โดยใช้ ศูนย์ข้อมูลแบบโมดูลาร์ ในพื้นที่ที่มีไฟฟ้าพร้อมอยู่แล้ว ซึ่งช่วยลดเวลารอการสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่แบบดั้งเดิม

ประเด็นนี้สะท้อนว่าอุปสรรคสำคัญของ AI ในระยะต่อไปไม่ได้มีเพียงจำนวนชิป แต่รวมถึง ไฟฟ้า พื้นที่ศูนย์ข้อมูล และความเร็วในการเพิ่มกำลังประมวลผล ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้พยายามแก้ข้อจำกัดเหล่านี้พร้อมกัน

6) จุดแข็งเชิงกลยุทธ์คือการเชื่อมซอฟต์แวร์กับโครงสร้างพื้นฐาน

Palantir มีจุดแข็งด้านซอฟต์แวร์สำหรับจัดการข้อมูลและนำ AI ไปใช้กับกระบวนการทำงานจริง ขณะที่ Nebius มีจุดแข็งด้านกำลังประมวลผลและคลาวด์สำหรับ AI การนำสองส่วนนี้มารวมกันจึงทำให้ลูกค้าสามารถสร้างระบบตั้งแต่ ข้อมูล, แบบจำลอง AI, กำลังประมวลผล และนำไปสู่ การใช้งานจริงในองค์กร ได้ภายใต้สภาพแวดล้อมเดียวกัน

โครงสร้างความร่วมมือ Palantir–Nebius

ประเด็น

Palantir

Nebius

ผลที่เกิดขึ้น

บทบาทหลัก

ซอฟต์แวร์ AI สำหรับองค์กร และระบบจัดการข้อมูล

โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และกำลังประมวลผล AI

เชื่อมซอฟต์แวร์กับโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นระบบครบวงจร

สิ่งที่นำมาเชื่อมกัน

AIP, Ontology, Foundry, Apollo

ระบบคำนวณและรันแบบจำลอง AI

ลูกค้าสามารถใช้กำลังประมวลผล Nebius ภายในสภาพแวดล้อมของ Palantir

เป้าหมาย

ให้ลูกค้าควบคุมข้อมูลและแบบจำลองเอง

เพิ่มฐานลูกค้าองค์กร

สนับสนุน AI แบบที่องค์กรถือครองและปรับแต่งเอง

การเพิ่มกำลังผลิต

นำความต้องการจากลูกค้าองค์กร

เพิ่มกำลังศูนย์ข้อมูล

ร่วมพัฒนาศูนย์ข้อมูลแบบโมดูลาร์ในพื้นที่ที่มีไฟฟ้าพร้อม

กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

องค์กรที่ต้องการความปลอดภัยและการควบคุมสูง

ลูกค้า AI ระดับองค์กร

รัฐบาล อุตสาหกรรม และธุรกิจที่มีข้อมูลสำคัญ

ผลกระทบเชิงกลยุทธ์ต่อ Palantir และ Nebius

บริษัท

ปัจจัยบวก

ความเสี่ยง / สิ่งที่ต้องติดตาม

Palantir (PLTR)

ลดการพึ่งพา OpenAI และ Anthropic, เพิ่มความครบวงจรของแพลตฟอร์ม, เสริมจุดขายด้าน AI ที่องค์กรควบคุมเอง

ต้องพิสูจน์ว่าลูกค้าจะยอมเปลี่ยนจากแบบจำลองปิดมาใช้ระบบที่ปรับแต่งเองมากขึ้น

Nebius (NBIS)

ได้ช่องทางเข้าถึงฐานลูกค้าองค์กรของ Palantir, เพิ่มการใช้กำลังประมวลผล, เสริมสถานะผู้ให้บริการ AI infrastructure

ยังไม่มีการรับประกันยอดใช้บริการหรือกำลังประมวลผลขั้นต่ำ

ทั้งสองบริษัท

สร้างระบบ AI ครบวงจรตั้งแต่ข้อมูล → แบบจำลอง → กำลังประมวลผล → การใช้งานจริง

ต้องติดตามความเร็วในการเชื่อมระบบและการเพิ่มกำลังศูนย์ข้อมูล

มุมมองของ InnovestX

  • INVX มองว่าข้อตกลงนี้เป็น บวกต่อทั้ง Palantir และ Nebius โดย Palantir ได้เพิ่มทางเลือกด้านโครงสร้างพื้นฐานและลดการพึ่งพาผู้พัฒนาแบบจำลองปิด ขณะที่ Nebius ได้ช่องทางเข้าถึงลูกค้าองค์กรผ่านแพลตฟอร์มของ Palantir และเพิ่มโอกาสเติบโตจากความต้องการ AI ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและการควบคุมข้อมูลสูง
  • ในเชิงการแข่งขัน ความร่วมมือนี้ยังสะท้อนว่า AI สำหรับองค์กรกำลังขยับจากการซื้อสิทธิ์ใช้งานแบบจำลองสำเร็จรูป ไปสู่การสร้าง ระบบ AI เฉพาะของแต่ละองค์กร มากขึ้น ซึ่งเป็นบวกต่อผู้ให้บริการคลาวด์และศูนย์ข้อมูล AI เช่น Nebius รวมถึง Palantir ที่ทำหน้าที่เป็นชั้นซอฟต์แวร์เชื่อมข้อมูลกับการใช้งานจริง
  • อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นยังควรระวังว่าข้อตกลงดังกล่าว ไม่มีการเปิดเผยยอดใช้จ่ายขั้นต่ำหรือกำลังประมวลผลที่รับประกัน ทำให้ยังประเมินผลต่อรายได้ของ Nebius ได้จำกัด

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน