ผู้บริหาร PRM ส่งสัญญาณว่า บริษัทกำลังเปลี่ยนผ่านจากช่วงลงทุนไปสู่ช่วงรับรู้ผลตอบแทนจากการลงทุน โดยบริษัทมีความมั่นใจต่อการเติบโตของกำไรในช่วง 2H26-2027 จาก FSU ที่แข็งแกร่ง การขยายกองเรือ PCT และการเติบโตของ OSV ขณะที่ยังคงรักษาวินัยด้านการลงทุนและฐานะการเงินที่แข็งแกร่งอยู่ในระดับสูง บริษัทกำลังพิจารณาการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเพิ่มจากที่ประกาศเงินปันผลพิเศษที่ 0.20 บาทไปแล้ว เราคงมุมมองเชิงบวกและคำแนะนำ OUTPERFORM ราคาเป้าหมาย 11.40 บาท
PRM: กำไร 2Q26 เพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อนหน้า เป็นตามคาด (Copy)

- PRM ยังคงมั่นใจต่อการเติบโตของกำไรจนถึงปี 2027 โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายกองเรือและอัตราการใช้เรือที่สูงขึ้น ผู้บริหารเชื่อว่าบริษัทได้ก้าวเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากการลงทุน หลังจากลงทุนต่อเนื่องมาหลายปี รายได้จากเรือที่เพิ่งซื้อและเรือใหม่ที่อยู่ระหว่างการส่งมอบจะเริ่มสะท้อนผลอย่างชัดเจนตั้งแต่ 4Q26 เป็นต้นไป ขณะที่ธุรกิจหลักอย่าง PCT, FSU และ OSV ยังคงมีอัตราการใช้เรืออยู่ในระดับสูง สนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการในระยะถัดไป
- แนวโน้มธุรกิจ PCT ยังแข็งแกร่ง แม้ราคาน้ำมันผันผวน โดยผู้บริหารมองว่าความต้องการใช้น้ำมันภายในประเทศ โดยเฉพาะดีเซล เบนซิน และน้ำมันอากาศยาน ยังคงอยู่ในระดับค่อนข้างทรงตัว ส่งผลให้ความต้องการขนส่งน้ำมันทางชายฝั่งยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในช่วง High Season ของการท่องเที่ยวใน 4Q26 นอกจากนี้ โครงสร้างสัญญา COA ยังช่วยให้บริษัทสามารถส่งผ่านต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้นไปยังลูกค้าได้ ทำให้ผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันมีจำกัด
- PRM มีแผนรับมอบเรือใหม่จำนวน 6 ลำจากจีน โดย 2 ลำแรกจะส่งมอบในเดือน ต.ค.-พ.ย. 2026 และอีก 4 ลำจะทยอยรับมอบในช่วง 1Q27-2Q27 เรือใหม่เหล่านี้จะเข้ามาทดแทนเรือเก่าที่ปลดระวางออกไป ช่วยลดอายุเฉลี่ยของกองเรือ เพิ่มประสิทธิภาพด้านการใช้เชื้อเพลิง และเสริมความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
- Margin ของ PCT มีแนวโน้มดีขึ้นตามการรับมอบเรือใหม่ บริษัทคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากขนาดเรือที่ใหญ่ขึ้น การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ค่าระวางที่สูงขึ้น และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันเรือเคมีที่เช่าเข้ามาใหม่ (Charter-in) จะเริ่มสร้างรายได้เต็มไตรมาสใน 3Q26 หลังจากที่เริ่มงานในช่วงปลาย 2Q26
- ธุรกิจ COC ยังคงมีความมั่นคงสูง แม้ว่าสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบบางส่วน แต่ PRM สามารถปรับรูปแบบการดำเนินงานผ่านการทำ Ship-to-Ship Transfer และการเปลี่ยนจุดรับสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรือ VLCC ทั้ง 3 ลำยังคงให้บริการแก่ TOP ตามสัญญาระยะยาวได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้ประจำยังมีความมั่นคง
- ผู้บริหารยังไม่เห็นความจำเป็นในการลงทุน VLCC เพิ่มในระยะสั้น แม้อัตราค่าเช่า VLCC จะอยู่ในระดับสูง แต่ราคาซื้อขายเรือมือสองได้ปรับตัวขึ้นอย่างมากและสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ PRM มองว่าการเข้าซื้อสินทรัพย์ในระดับราคาปัจจุบันมีความเสี่ยงสูง จึงให้ความสำคัญกับการร่วมทุนหรือใช้รูปแบบ Charter มากกว่าการลงทุนซื้อเรือโดยตรง
- FSU ยังคงเป็นปัจจัยหนุนกำไรที่สำคัญที่สุดในระยะสั้น ทั้งนี้ เรือ FSU ทั้ง 5 ลำมีอัตราการใช้เรือเต็ม 100% จากความต้องการจัดเก็บน้ำมันลอยน้ำที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของอุปทานพลังงานโลก ผู้บริหารคาดว่าสภาวะตลาดที่เอื้ออำนวยนี้จะดำเนินต่อไปจนถึงสิ้นปี และกำลังเร่งเจรจาสัญญาระยะยาวเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความมั่นคงของรายได้
- บริษัทให้ความสำคัญกับการต่ออายุสัญญาระยะยาวมากกว่าการไล่ตามผลตอบแทนระยะสั้น PRM ยังคงให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้ามากกว่าการใช้ประโยชน์จากราคาตลาดระยะสั้น หลายสัญญาได้รับการขยายอายุออกไปถึงปี 2027 แล้ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ประจำและลดความผันผวนของผลประกอบการในอนาคต
- ผู้บริหารมองว่าธุรกิจ Offshore Support Vessel (OSV) เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพการขยายตัวสูงที่สุด ความต้องการใช้งานเรือนอกชายฝั่งในไทย เมียนมา เวียดนาม และตะวันออกกลางยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง บริษัทจึงเดินหน้ากระจายทั้งประเภทเรือและฐานลูกค้า เพื่อลดการพึ่งพิงลูกค้าหรือพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งมากเกินไป
- ขนาดกองเรือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสู่เกือบ 80 ลำภายในกลางปี 2027 เพิ่มจาก 70 ลำในช่วงต้นปี 2026 PRM คาดว่าจะมีเรือเพิ่มเป็น 73 ลำ ณ สิ้นปี 2026 และประมาณ 78 ลำภายในกลางปี 2027 การเพิ่มขนาดกองเรือ ประกอบกับอายุเรือที่ลดลง การขยายธุรกิจเรือเคมี และการเติบโตของธุรกิจ Offshore จะช่วยขยายฐานรายได้และความสามารถในการทำกำไรในระยะกลาง
- เราคงมุมมองเชิงบวกต่อ PRM เนื่องจากแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ความเสี่ยงต่อความผันผวนราคาน้ำมันต่ำ และเงินปันผลในระดับที่น่าสนใจ โดยบริษัทกำลังพิจารณาการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเพิ่มจากที่ประกาศเงินปันผลพิเศษที่ 0.20 บาทไปแล้วในช่วงที่ประกาศผลการดำเนินงาน 2Q26
- การกระจายฐานธุรกิจไปยังหลายภูมิภาค จะช่วยเพิ่มขนาดฐานกำไรและยกระดับผลตอบแทนของบริษัทในช่วงปี 2027-2028 นอกจากนี้ PRM ยังคงรักษาวินัยด้านการลงทุนอย่างเข้มงวด โดยหลีกเลี่ยงการลงทุนใน VLCC ที่มีราคาสูงเกินไป และมุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนต่อความเสี่ยง
- เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM ราคาเป้าหมาย 11.40 บาท
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf

