อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ควอนตัมมีพัฒนาการเชิงบวกพร้อมกันทั้งด้าน เงินสนับสนุนจากภาครัฐ ความก้าวหน้าของเครื่องควอนตัม และการเตรียมกำลังผลิต โดยรัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มลงทุนโดยตรงในบริษัทควอนตัม ขณะที่ IonQ และ Xanadu เปิดเผยแผนพัฒนาเครื่องที่มีความทนทานต่อข้อผิดพลาดชัดเจนขึ้นในช่วงปี 2027–2031 ภาพรวมสะท้อนว่าอุตสาหกรรมกำลังค่อยๆ เปลี่ยนจากช่วงวิจัยไปสู่การผลิตและใช้งานเชิงพาณิชย์ โดยเรามองบวกต่อ IonQ มากที่สุดที่มีพัฒนาการโดดเด่น
Quantum Computing เร่งเข้าสู่เชิงพาณิชย์ รัฐหนุน-เทคโนโลยีคืบหน้า

1) สหรัฐฯ ยกระดับ Quantum Computing เป็นเทคโนโลยียุทธศาสตร์
รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มมีบทบาทโดยตรงมากขึ้นผ่าน CHIPS Act โดย Rigetti, D-Wave และ Quantinuum ได้รับเงินสนับสนุนบริษัทละ US$100mn สำหรับการวิจัยและพัฒนา พร้อมเงื่อนไขให้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ถือหุ้นส่วนน้อยในแต่ละบริษัท สะท้อนว่ารัฐบาลไม่ได้มอง Quantum Computing เป็นเพียงเทคโนโลยีทดลอง แต่เริ่มมองเป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องทั้งกับความมั่นคงและความสามารถในการแข่งขันทางเทคโนโลยีของประเทศ
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิต โดย IBM และกระทรวงพาณิชย์เตรียมลงทุนรวม US$2bn ในโรงงานผลิตชิปควอนตัม ขณะที่ GlobalFoundries ได้รับเงินสนับสนุน US$375mn สะท้อนว่านโยบายกำลังขยายจากการสนับสนุนผู้พัฒนาเครื่อง ไปสู่การสร้างห่วงโซ่อุปทานในประเทศด้วย
2) IonQ เร่งเปลี่ยนจากผู้พัฒนาเทคโนโลยีสู่ผู้ผลิตครบวงจร
IonQ ยกระดับความสามารถด้านการผลิตผ่านการซื้อ SkyWater Technology ซึ่งทำให้บริษัทมีโรงงานผลิตชิปในสหรัฐฯ ภายใต้การควบคุมของตนเอง ช่วยลดการพึ่งพาผู้ผลิตภายนอกและเร่งการเพิ่มจำนวนคิวบิต บริษัทปรับประมาณการรายได้ปี 2026 ขึ้นเป็น US$450–460mn จากเดิม US$280–290mn โดยส่วนหนึ่งมาจากการรวม SkyWater เข้ามา
จุดสำคัญคือ IonQ กำลังพยายามสร้างโครงสร้างธุรกิจแบบครบวงจรตั้งแต่ ออกแบบชิป ผลิตฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ระบบเครือข่าย ไปจนถึงความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งหากทำได้ตามแผน จะช่วยให้บริษัทควบคุมทั้งต้นทุน ความเร็วในการพัฒนา และกำลังการผลิตได้มากขึ้น
3) Superion 256 เป็นก้าวสำคัญสู่การผลิตเครื่องควอนตัมจำนวนมาก
IonQ เปิดตัว Superion 256 ซึ่งเป็นเครื่องควอนตัมรุ่นที่ 6 และเป็นฐานของเครื่องรุ่นถัดไป บริษัทผลิตหน่วยประมวลผลควอนตัม 256 คิวบิตชุดแรกที่โรงงาน SkyWater แล้ว และเริ่มรับคำสั่งซื้อ โดยมีเป้าหมายส่งมอบให้ลูกค้าในปี 2027
จุดที่น่าสนใจคือ IonQ เปลี่ยนระบบควบคุมคิวบิตจากการใช้แสงเลเซอร์เป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์บนชิป ซึ่งสามารถใช้กระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์แบบมาตรฐาน บริษัทจึงตั้งเป้าเปลี่ยนการผลิตเครื่องควอนตัมจากการสร้างทีละเครื่องในห้องทดลอง ไปสู่การผลิตจำนวนมาก โดยคาดว่าต้นทุนต่อคิวบิตอาจลดลงมากกว่า 300 เท่า ตลอดแผนพัฒนา
4) IonQ ชี้ให้เห็นการใช้งานจริงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเครื่องมีขนาดใหญ่พอ
อีกพัฒนาการสำคัญคือ IonQ เผยงานวิจัยที่ประเมินว่า เครื่องควอนตัมแบบทนทานต่อข้อผิดพลาดจำนวนประมาณ 20,000 physical qubits สามารถใช้ขั้นตอนวิธีของ Shor เพื่อถอดลายเซ็นเข้ารหัสแบบ secp256k1 ขนาด 256 บิต ซึ่งใช้ในระบบอย่าง Bitcoin ได้ภายในประมาณ 26 วัน
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียง การประเมินทรัพยากรที่ต้องใช้ ไม่ใช่การทดลองถอดรหัสด้วยเครื่องจริงในปัจจุบัน แต่มีความสำคัญเพราะช่วยแสดงให้เห็นว่าปัญหาที่เคยคิดว่าต้องใช้คิวบิตหลายล้านตัว อาจสามารถลดลงมาอยู่ในระดับหลักหมื่นได้จากการพัฒนาพร้อมกันทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ การแก้ข้อผิดพลาด และขั้นตอนวิธี โดย IonQ ตั้งเป้าระบบ 10,000 physical qubits ที่ทนทานต่อข้อผิดพลาดในปี 2027 และพัฒนาต่อในปี 2028
ประเด็นนี้ยังเพิ่มแรงกดดันให้ภาครัฐและภาคธุรกิจต้องเร่งเปลี่ยนไปใช้ระบบเข้ารหัสที่สามารถต้านทาน Quantum Computing ได้มากขึ้น ทำให้การใช้งานเชิงพาณิชย์ของเทคโนโลยีควอนตัมอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการประมวลผล แต่รวมถึง ความปลอดภัยไซเบอร์และระบบสื่อสาร ด้วย
5) Xanadu แสดงให้เห็นว่าการแข่งขันไม่ได้มีเทคโนโลยีเดียว
ขณะเดียวกัน Xanadu กำลังพัฒนา Quantum Computing ด้วยเทคโนโลยีโฟตอนหรืออนุภาคแสง ซึ่งแตกต่างจาก IonQ ที่ใช้ไอออนและบริษัทอย่าง IBM ที่ใช้วงจรตัวนำยิ่งยวด จุดเด่นของ Xanadu คือระบบสามารถทำงานที่อุณหภูมิห้องและออกแบบให้เชื่อมต่อเป็นหน่วยย่อยหลายชุดได้
บริษัทตั้งเป้าบรรลุระบบที่สามารถแก้ข้อผิดพลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วง 2028–2029 ก่อนเพิ่มจำนวน logical qubits ซึ่งเป็นคิวบิตที่สามารถนำไปคำนวณจริงเป็นประมาณ 200 คิวบิตในปี 2029, 500 คิวบิตในปี 2030 และมากกว่า 1,000 คิวบิตในปี 2031 พร้อมเป้าหมายสร้างศูนย์ข้อมูลควอนตัมช่วงปี 2029–2030
6) เงินทุนภาครัฐกำลังช่วยลดความเสี่ยงด้านการพัฒนา
นอกเหนือจากสหรัฐฯ แคนาดายังให้เงินสนับสนุน Xanadu CAD195mn สำหรับสร้างโรงงานโฟตอนขนาด 158,000 ตารางฟุตใน Toronto เพื่อรองรับการทดสอบแผ่นเวเฟอร์ การบรรจุชิป และการประกอบระบบควอนตัม โดย Xanadu ระบุว่ามีเงินทุนที่สามารถใช้ได้รวมประมาณ US$686mn รองรับแผนพัฒนาในระยะข้างหน้า
ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าการแข่งขัน Quantum Computing กำลังเริ่มมีลักษณะคล้ายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มากขึ้น กล่าวคือ นอกจากความสามารถด้านการวิจัยแล้ว โรงงานผลิต กระบวนการผลิต เงินลงทุน และห่วงโซ่อุปทาน จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขัน
7) จุดเปลี่ยนสำคัญคือช่วงปี 2027–2030
เมื่อเชื่อมโยงแผนของหลายบริษัทเข้าด้วยกัน ช่วง 2027–2030 มีแนวโน้มเป็นช่วงพิสูจน์สำคัญของอุตสาหกรรม โดย IonQ ตั้งเป้าระบบที่ทนทานต่อข้อผิดพลาดในปี 2027–2028 ขณะที่ Xanadu วางเป้าหมายเดียวกันในช่วง 2028–2029 และเริ่มสร้างศูนย์ข้อมูลควอนตัมในช่วงปลายทศวรรษ
หากบริษัทเหล่านี้สามารถทำตามแผนได้ ความสนใจของตลาดมีโอกาสเปลี่ยนจากการติดตามเพียง จำนวนคิวบิต ไปสู่คุณภาพของคิวบิต ความสามารถในการแก้ข้อผิดพลาด ต้นทุนการประมวลผล และรายได้จากลูกค้าจริง ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญกว่าสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์
เปรียบเทียบผู้เล่นหลักและแผนพัฒนา
บริษัท | เทคโนโลยีหลัก | เป้าหมายสำคัญ | ช่วงเวลา | จุดเด่นเชิงลงทุน |
|---|---|---|---|---|
IonQ | Trapped-ion | Superion 256, ระบบ 10,000 physical qubits และมุ่งสู่ระบบแก้ข้อผิดพลาดเต็มรูปแบบ | 2027–2028 | เด่นด้านการรวมฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และโรงงานผลิตหลังซื้อ SkyWater ช่วยเร่งการผลิตและลดต้นทุน |
Xanadu | Photonic | 200 logical qubits → 500 → มากกว่า 1,000 | 2029–2031 | จุดเด่นคือใช้โฟตอน ทำงานที่อุณหภูมิห้อง และออกแบบให้ขยายผ่านระบบแบบโมดูลาร์ |
Rigetti | Superconducting | เร่งแก้ข้อจำกัดด้านการอ่านข้อมูล ระบบทำความเย็น และการผลิตชิป | ระยะกลาง | ได้แรงหนุนโดยตรงจากเงินสนับสนุน CHIPS Act US$100mn |
D-Wave | Quantum annealing | ขยายการใช้งานเชิงพาณิชย์และงานแก้ปัญหาเฉพาะด้าน | ระยะกลาง | ได้แรงสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ และมีฐานการใช้งานเชิงพาณิชย์มากกว่าบางคู่แข่ง |
Quantinuum | Trapped-ion | พัฒนาเครื่องควอนตัมที่มีความแม่นยำสูงและรองรับงานเชิงพาณิชย์ | ระยะกลาง | ได้เงินสนับสนุน CHIPS Act US$100mn และมีฐานเทคโนโลยีจาก Honeywell |
เงินสนับสนุนภาครัฐและความหมายต่ออุตสาหกรรม
ประเทศ / โครงการ | บริษัท | เงินสนับสนุน | เป้าหมายหลัก | นัยสำคัญ |
|---|---|---|---|---|
สหรัฐฯ – CHIPS Act | Rigetti | US$100mn | วิจัยและพัฒนา superconducting quantum | ลดภาระเงินลงทุนและช่วยเร่งเส้นทางเชิงพาณิชย์ |
สหรัฐฯ – CHIPS Act | D-Wave | US$100mn | พัฒนาเทคโนโลยีควอนตัม | สะท้อนว่ารัฐบาลยกระดับควอนตัมเป็นเทคโนโลยียุทธศาสตร์ |
สหรัฐฯ – CHIPS Act | Quantinuum | US$100mn | พัฒนา trapped-ion quantum | เพิ่มความน่าเชื่อถือของอุตสาหกรรมและเร่งการแข่งขัน |
สหรัฐฯ | IBM | US$2bn ร่วมกับรัฐบาล | ตั้งโรงงานผลิตชิปควอนตัม | หนุนการสร้างห่วงโซ่อุปทานในประเทศ |
สหรัฐฯ | GlobalFoundries | US$375mn | เพิ่มกำลังการผลิตที่เกี่ยวข้องกับควอนตัม | ช่วยสร้างฐานการผลิตและลดการพึ่งพาต่างประเทศ |
แคนาดา | Xanadu | CAD195mn | สร้างโรงงานโฟตอนและระบบประกอบควอนตัม | หนุนการผลิตระดับอุตสาหกรรมและศูนย์ข้อมูลควอนตัมในอนาคต |
มุมมองปัจจัยบวก/ความเสี่ยง
หุ้น | ปัจจัยบวก | สิ่งที่ต้องติดตาม |
|---|---|---|
IONQ | ควบคุมการผลิตเองหลังซื้อ SkyWater, เปิดตัว Superion, แผน 10,000 qubits ชัด | การส่งมอบจริงในปี 2027–2028 และความสำเร็จของระบบแก้ข้อผิดพลาด |
RGTI | ได้เงินรัฐ US$100mn และมีแผนแก้ข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์ชัด | ความสามารถในการเพิ่มจำนวน qubits โดยไม่ทำให้ความแม่นยำลดลง |
QBTS | ได้แรงสนับสนุนจากรัฐบาลและมีกรณีใช้งานเฉพาะทาง | การขยายตลาดเชิงพาณิชย์และความสามารถในการแข่งขันกับระบบแบบทั่วไป |
XNDU | มีแผน logical qubits ชัด และเทคโนโลยีโฟตอนมีจุดเด่นด้านการขยายระบบ | การลด photon loss และการบรรลุ fault tolerance ตามแผนปี 2028–2029 |
มุมมองของ InnovestX
- INVX มองว่าพัฒนาการล่าสุดเป็นบวกต่อภาพระยะยาวของกลุ่ม Quantum Computing เพราะเริ่มเห็นทั้งเงินสนับสนุนจากภาครัฐ การลงทุนในกำลังการผลิต และแผนพัฒนาเครื่องที่มีความทนทานต่อข้อผิดพลาดชัดเจนขึ้น
- โดยเรามองบวกต่อ IonQ มากที่สุดที่มีพัฒนาการโดดเด่นในระยะใกล้ จากการรวม SkyWater ทำให้ควบคุมการผลิตชิปเอง พร้อมเปิดตัว Superion 256 และเริ่มมีรายได้จากธุรกิจควอนตัมด้านอื่น เช่น ระบบความปลอดภัย
- อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มนี้ยังมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป้าหมายสำคัญช่วงปี 2027–2031 ส่วนใหญ่ยังเป็นแผนในอนาคต และต้องพิสูจน์ทั้งความสามารถในการลดข้อผิดพลาด การผลิตจำนวนมาก และการสร้างรายได้จากลูกค้าเชิงพาณิชย์ ดังนั้นในระยะต่อไป
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

