Bridgewater Associates ของ Ray Dalio ปรับพอร์ตโดย เพิ่มน้ำหนัก S&P 500 ETF พร้อมลดหุ้น Big Tech รายตัว สะท้อนการเปลี่ยนจากการเลือกผู้ชนะเป็นรายบริษัท ไปสู่การรับ Exposure ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในวงกว้างมากขึ้น
กองทุนเพิ่ม SPY, IVV และ VOO อย่างชัดเจน ขณะที่ลดจำนวนหุ้น Amazon, Alphabet, Nvidia และ Broadcom แม้ราคาหุ้นเหล่านี้ยังปรับขึ้นใน Q2 2026 จึงสะท้อนการลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในหุ้นรายตัว มากกว่าการมองลบต่อ Technology หรือ AI ทั้งกลุ่ม
ขณะเดียวกัน Bridgewater ยังเพิ่มน้ำหนักไปยัง พลังงานและสาธารณูปโภค ทำให้พอร์ตมีปัจจัยขับเคลื่อนที่หลากหลายขึ้น
ภาพรวมจึงสะท้อนแนวทางของ Bridgewater ที่เน้น การกระจายความเสี่ยง ลด Single-stock Risk และยังคงอยู่กับการเติบโตของตลาดผ่าน Index มากกว่าพึ่งพาหุ้น Big Tech บางบริษัท
ทำไม Bridgewater ถึงเพิ่ม S&P 500 ETF พร้อมลด Big Tech?
ใน Q2 2026 Bridgewater เพิ่มน้ำหนักกองทุนรวมและ ETF จาก 23.45% เป็น 29.55% ของพอร์ต หรือเพิ่มขึ้น 6.10 จุดเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะ SPY, IVV และ VOO ซึ่งมีสัดส่วนรวมเพิ่มจาก 20.90% เป็น 26.81%
SPY เพิ่มจาก 12.67% เป็น 16.30% พร้อมเพิ่มจำนวนหน่วยลงทุน 21.9% ขณะที่ IVV เพิ่มจาก 7.81% เป็น 9.22% และ VOO เพิ่มจาก 0.42% เป็น 1.29% โดยเพิ่มจำนวนหน่วยลงทุนถึง 189.0% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า Bridgewater ตั้งใจเพิ่มการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผ่านดัชนีอย่างชัดเจน
การปรับพอร์ตจึงไม่ใช่การลดการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ แต่เป็นการเปลี่ยนจากการเลือกหุ้นรายตัวไปสู่การรับผลตอบแทนของตลาดในวงกว้างมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงเฉพาะบริษัทและการกระจุกตัวในหุ้นขนาดใหญ่
ลด Big Tech ทั้งที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น สะท้อนอะไร?
น้ำหนักกลุ่ม Technology ลดลงจาก 28.19% เหลือ 21.07% ของพอร์ต หรือลดลง 7.12 จุดเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดในระดับกลุ่มอุตสาหกรรม
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นแม้หุ้นเทคโนโลยีหลายตัวปรับขึ้นใน Q2 2026 โดย Alphabet เพิ่มขึ้น 24.3%, Broadcom 22.0%, Nvidia 14.7% และ Amazon 14.3% แต่ Bridgewater ลดจำนวนหุ้นทั้ง 4 บริษัทลง 33.8%, 28.2%, 17.6% และ 53.8% ตามลำดับ
น้ำหนักรวมของหุ้นทั้ง 4 บริษัทจึงลดจาก 12.83% เหลือ 9.13% ของพอร์ต หรือลดลง 3.70 จุดเปอร์เซ็นต์ สะท้อนว่าเป็นการขายเพื่อลดความเสี่ยงจากหุ้นรายตัว มากกว่าการลดลงของน้ำหนักที่เกิดจากความเคลื่อนไหวของราคา
อย่างไรก็ตาม Bridgewater ยังได้รับประโยชน์จากหุ้น Big Tech ผ่าน S&P 500 ETF จึงอาจตีความได้ว่า กองทุนไม่ได้ปฏิเสธโอกาสจาก AI แต่เลือกกระจายการลงทุนให้กว้างขึ้นแทนการพึ่งพาบริษัทใดบริษัทหนึ่งมากเกินไป
น้ำหนักเพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายความว่ากองทุนซื้อเพิ่มเสมอไป
หุ้นบางบริษัทมีน้ำหนักในพอร์ตเพิ่มขึ้น แม้ Bridgewater จะลดจำนวนหุ้นที่ถือครอง เช่น Lam Research ถูกลดจำนวนหุ้นลง 40.3% แต่น้ำหนักเพิ่มจาก 1.50% เป็น 1.67% เนื่องจากราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 102.8% เช่นเดียวกับ AMD ซึ่งถูกลดจำนวนหุ้นลง 58.3% แต่น้ำหนักเพิ่มจาก 1.17% เป็น 1.28% หลังราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 185.4% ส่วน iShares South Korea ETF ถูกลดจำนวนหน่วยลงทุนลง 21.6% แต่น้ำหนักเพิ่มจาก 0.97% เป็น 1.15% เนื่องจากราคาปรับขึ้น 64.2%
ดังนั้น น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของสินทรัพย์เหล่านี้ไม่ได้สะท้อนแรงซื้อใหม่ แต่เกิดจากราคาตลาดที่ปรับขึ้นเร็วกว่าการลดสถานะ การวิเคราะห์ทิศทางพอร์ตจึงควรพิจารณาทั้งน้ำหนัก จำนวนหุ้น และการเปลี่ยนแปลงของราคาควบคู่กัน
ไม่ได้กระจายผ่าน ETF เท่านั้น แต่เพิ่มกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภคด้วย
นอกจากเพิ่ม ETF แล้ว Bridgewater ยังเพิ่มน้ำหนักกลุ่มพลังงานจาก 2.36% เป็น 6.30% และเพิ่มกลุ่มสาธารณูปโภคจาก 1.85% เป็น 3.83%
โครงสร้างดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า Bridgewater กระจายเงินทุนออกจาก Technology ไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีปัจจัยขับเคลื่อนแตกต่างกัน ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่ม S&P 500 ETF เท่านั้น
การปรับพอร์ตครั้งนี้สะท้อนแนวทางของ Bridgewater อย่างไร?
Bridgewater ถือครองหลักทรัพย์ 997 รายการ โดยหุ้น 10 อันดับแรกรวมกันคิดเป็น 40.0% ของพอร์ต สอดคล้องกับแนวทางการกระจายความเสี่ยงที่ใช้มาตลอด สิ่งที่เปลี่ยนในไตรมาสนี้จึงไม่ใช่ระดับการกระจาย แต่เป็นวิธีที่กองทุนเข้าถึงตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ตัวเลขกลุ่มเทคโนโลยีที่ลดลง 7.12 จุดเปอร์เซ็นต์ อาจอ่านได้ว่ากองทุนถอยออกจาก Big Tech แต่หุ้นที่มีน้ำหนักมากที่สุดในดัชนี S&P 500 ก็คือบริษัทกลุ่มเดียวกับที่ถูกขายออกไป เมื่อเงินย้ายจากหุ้นรายตัวไปสู่ ETF ที่อ้างอิงดัชนีเดียวกัน สิ่งที่ Bridgewater ลดจึงไม่ใช่การถือ Big Tech แต่คือการเดิมพันว่าบริษัทไหนในกลุ่มนั้นจะเป็นผู้ชนะ
Ray Dalio / Bridgewater Associates
อัปเดตการถือครองล่าสุด ไตรมาส 2 ปี 2026

10 หุ้นใหญ่ที่สุดของพอร์ต Bridgewater Associates
# | บริษัท (Ticker) | DR | กลุ่มอุตสาหกรรม | น้ำหนักเดิม % | น้ำหนักใหม่ % | เปลี่ยนแปลง (ppt) | จำนวนหุ้น +/- | ราคาหุ้น Q2 | บริษัททำอะไร |
|---|
1 | SPDR S&P 500 (SPY) | — | กองทุนรวมและ ETF | 12.67% | 16.30% | +3.63 | 21.9% | +14.8% | กองทุน ETF ที่ติดตามดัชนี S&P 500 |
2 | iShares S&P 500 (IVV) | — | กองทุนรวมและ ETF | 7.81% | 9.22% | +1.41 | 12.1% | +14.6% | กองทุน ETF ที่ติดตามดัชนี S&P 500 |
3 | Nvidia (NVDA) | NVDA23 | เทคโนโลยี | 3.65% | 3.17% | -0.48 | -17.6% | +14.7% | GPU และแพลตฟอร์มประมวลผลสำหรับ AI และ Data Center |
4 | Broadcom (AVGO) | AVGO23 | เทคโนโลยี | 2.54% | 2.04% | -0.49 | -28.2% | +22.0% | ชิปและโซลูชันเครือข่ายสำหรับ Data Center และระบบสื่อสาร |
5 | Amazon.com (AMZN) | AMZN23 | สินค้าฟุ่มเฟือย | 4.08% | 1.98% | -2.10 | -53.8% | +14.3% | ธุรกิจ E-commerce และ AWS ผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่ |
6 | Alphabet A (GOOGL) | — | สื่อสารและบริการดิจิทัล | 2.56% | 1.94% | -0.63 | -33.8% | +24.3% | ธุรกิจ Search, YouTube, Cloud และ AI ของ Google |
7 | Lam Research (LRCX) | LRCX23 | เทคโนโลยี | 1.50% | 1.67% | +0.17 | -40.3% | +102.8% | เครื่องจักรสำหรับกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง |
8 | Vanguard S&P 500 (VOO) | — | กองทุนรวมและ ETF | 0.42% | 1.29% | +0.87 | 189.0% | +14.9% | กองทุน ETF ที่ติดตามดัชนี S&P 500 ด้วยต้นทุนต่ำ |
9 | AMD (AMD) | AMD23 | เทคโนโลยี | 1.17% | 1.28% | +0.11 | -58.3% | +185.4% | ออกแบบ CPU และ GPU สำหรับ Data Center และงาน AI |
10 | iShares South Korea (EWY) | — | กองทุนรวมและ ETF | 0.97% | 1.15% | +0.18 | -21.6% | +64.2% | กองทุน ETF ที่ลงทุนตามตลาดหุ้นเกาหลีใต้ |
สัดส่วนรายกลุ่มอุตสาหกรรมของทั้งพอร์ต
ครอบคลุมหลักทรัพย์ 997 รายการ คิดเป็น 99.6% ของพอร์ต
กลุ่มอุตสาหกรรม | น้ำหนักเดิม % | น้ำหนักใหม่ % | เปลี่ยนแปลง (ppt) | จำนวนหุ้น | หุ้นที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม |
|---|
กองทุนรวมและ ETF (Funds & ETFs) | 23.45% | 29.55% | +6.10 | 9 | State STR Spdr S&P 500 ETF T 16.30%, Ishares TR 9.22%, Vanguard Index FDS 1.29% และอีก 6 หลักทรัพย์ |
เทคโนโลยี (Technology) | 28.19% | 21.07% | -7.12 | 153 | Nvidia 3.17%, Broadcom 2.04%, LAM Research 1.67% และอีก 150 หลักทรัพย์ |
อุตสาหกรรม (Industrials) | 8.18% | 7.59% | -0.59 | 162 | GE Vernova 0.59%, Union PAC 0.57%, Paccar 0.47% และอีก 159 หลักทรัพย์ |
บริการทางการเงิน (Financial Services) | 6.10% | 6.58% | +0.48 | 123 | Wells Fargo & 0.39%, Citigroup 0.30%, Citizens Finl 0.24% และอีก 120 หลักทรัพย์ |
การแพทย์และสุขภาพ (Healthcare) | 5.80% | 6.58% | +0.78 | 122 | Johnson & Johnson 0.70%, ELI Lilly & 0.43%, HCA Healthcare 0.33% และอีก 119 หลักทรัพย์ |
พลังงาน (Energy) | 2.36% | 6.30% | +3.94 | 68 | Shell 0.49%, Petroleo Brasileiro S A 0.43%, Marathon Pete 0.37% และอีก 65 หลักทรัพย์ |
สินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Cyclical) | 7.08% | 5.58% | -1.50 | 122 | Amazon.com 1.98%, SEA 0.47%, Tapestry 0.32% และอีก 119 หลักทรัพย์ |
วัตถุดิบพื้นฐาน (Basic Materials) | 4.87% | 4.64% | -0.23 | 65 | Newmont 1.03%, Barrick MNG 0.50%, Nucor 0.47% และอีก 62 หลักทรัพย์ |
สาธารณูปโภค (Utilities) | 1.85% | 3.83% | +1.98 | 37 | Vistra 0.49%, Pg&e 0.41%, Edison Intl 0.38% และอีก 34 หลักทรัพย์ |
สื่อสารและบริการดิจิทัล (Communication Services) | 4.67% | 3.60% | -1.07 | 29 | Alphabet 1.94%, Applovin 0.31%, Meta Platforms 0.25% และอีก 26 หลักทรัพย์ |
สินค้าจำเป็น (Consumer Defensive) | 2.09% | 2.23% | +0.14 | 64 | Altria 0.51%, Monster Beverage Corp NEW 0.24%, Dollar Tree 0.16% และอีก 61 หลักทรัพย์ |
ไม่ระบุกลุ่ม (Unclassified) | 2.01% | 1.85% | -0.16 | 28 | Ishares TR 0.54%, Ishares 0.37%, British Amern TOB 0.13% และอีก 25 หลักทรัพย์ |
อสังหาริมทรัพย์ (Real Estate) | 0.24% | 0.23% | -0.01 | 15 | Weyerhaeuser 0.08%, Equinix 0.04%, Vici Pptys 0.03% และอีก 12 หลักทรัพย์ |
หมายเหตุและที่มาของข้อมูล
สีเขียวและสีแดงในคอลัมน์ เปลี่ยนแปลง (ppt) หมายถึงน้ำหนักในพอร์ตที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง ไม่ใช่ผลตอบแทนของราคาหุ้น ซึ่งแสดงแยกไว้ในคอลัมน์ ราคาหุ้น Q2 · คอลัมน์ จำนวนหุ้น +/- คือการเปลี่ยนแปลงของจำนวนหุ้นที่ถือ เทียบกับไตรมาสก่อน
การจัดกลุ่มอุตสาหกรรมอ้างอิงมาตรฐานของ Morningstar ผ่านข้อมูล Yahoo Finance ซึ่งไม่ใช่มาตรฐาน GICS
ข้อมูลจากแบบรายงาน 13F-HR ต่อ SEC ณ 30 มิ.ย. 2026 (ยื่นเมื่อ 14 ส.ค. 2026) ครอบคลุมเฉพาะหุ้นและ ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ฝั่ง Long เท่านั้น ไม่รวมสถานะ Short ตราสารอนุพันธ์ หลักทรัพย์นอกสหรัฐฯ และเงินสด สำหรับ Bridgewater ส่วนนี้คิดเป็น 100% ของมูลค่าที่รายงานทั้งหมด 24,376 ล้านดอลลาร์ · ราคา Q2 คำนวณจากการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าและจำนวนหุ้นในรายงาน

คำเตือน:ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
หากต้องการเข้าใจ แนวคิด วิธีคิด และหลักการลงทุนที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของ Ray Dalio สามารถอ่านเรื่องราว ประวัติ และแนวทางการลงทุนของเขาเพิ่มเติมได้ใน Investor Stories https://www.innovestx.co.th/cafeinvest/investsnack/investor_stories/investor-stories/raydalio-investorstories-14082026