- กระทรวงต่างประเทศแถลงว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รับแจ้งจากฝ่ายบริหารของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ว่า เรือของบริษัทฯ 1 ใน 2 ลำ ได้เดินทางออกจาก "ช่องแคบฮอร์มุซ" แล้ว ภายหลังทางกระทรวงฯ ได้ประสานขอความร่วมมือให้ก่อนหน้านี้ โดยกระทรวงฯ จะติดตามและรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมเมื่อเรือดังกล่าวเดินทางถึงประเทศไทยแล้ว รวมถึงกรณีการให้ความช่วยเหลือเรือไทยที่ยังคงติค้างอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซต่อไป
Markets
SCC: บวกกับข่าวที่กระทรวงต่างประเทศแถลงว่าเรือของ SCC 1 ใน 2 ลำ ได้เดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซแล้ว
SCCSET

- เรามองเป็นข่าวบวกกับ SCC โดยคาดว่าจะสามารถทำให้ SCC สามารถมีวัตถุดิบ Naphtha ที่จะป้อนให้กับโรงปิโตรเคมี MOC และ LSP ได้มากขึ้น โดยคาดว่าจะสามารถมีวัตถุดิบเพียงพอผลิตได้เป็นปลายเดือนมิถุนายนหรือต้นกรกฎาคม 2026 จากเดิมที่จะมีเพียงพอถึงกลางเดือนมิถุนายน 2026 ทั้งนี้โดยปกติเรือจะบรรทุกวัตถุดิบได้ประมาณ 50,000 ตัน นอกจากนี้คาดว่าต้นทุนวัตถุดิบ Naphtha ยังเป็นต้นทุนเดิม ก่อนเกิดสงครามและปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งราคาต้นทุน Naphtha ก่อนเกิดสงครามอยู่เพียงประมาณ 600 เหรียญฯต่อตัน เทียบกับปัจจุบันที่อยู่ประมาณ 1,050 เหรียญต่อตัน ซึ่งหมายความว่าวัตถุดิบลำนี้จะมีต้นทุนที่ถูกกว่าราคาตลาดตอนนี้อยู่ประมาณ 700 ล้านบาท คาดว่าจะส่งผลบวกต่อ Margin ของ SCC ในช่วง 2Q26 ถึง 3Q26 ในช่วงที่ราคาผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ HDPE/PP ที่อยู่ระดับสูงในปัจจุบัน
- เรายังคงแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ SCC ราคาเป้าหมายปลายปี 2026 อยู่ที่ 257 บาท อิง SOTP valuation

