Café Invest
Markets

Schneider Electric งบ 3Q26 ดีกว่าคาด ยืนยัน AI ลงทุนต่อถึงปี 2028

Schneider Electric งบ 3Q26 ดีกว่าคาด ยืนยัน AI ลงทุนต่อถึงปี 2028

Schneider รายงานรายได้ 3Q26 เติบโต 16.9% สูงกว่าคาดที่ 13.8% โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อศูนย์ข้อมูล AI ที่เติบโตมากกว่า 100% และการลงทุนในจีนที่แข็งแกร่ง บริษัทปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้และกำไรปี 2026 พร้อมมีคำสั่งซื้อรองรับถึงปี 2027–2028 สะท้อนแนวโน้มลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ยังแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นถูกกดดันจากความเสี่ยงการซื้อ PTC จึงมองบวกต่อกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบระบายความร้อน โดยเฉพาะ ETN, VRT และ ABB ขณะที่ Schneider ควรติดตามประเด็นเพิ่มทุนก่อนเข้าลงทุนเพิ่มเติม

Schneider Electric งบ 3Q26 ดีกว่าคาด ยืนยัน AI ลงทุนต่อถึงปี 2028

1. ผลประกอบการ 3Q26 แข็งแกร่งกว่าคาด จากความต้องการศูนย์ข้อมูล AI และระบบบริหารพลังงาน

·       Schneider Electric ผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบบริหารพลังงานรายใหญ่ของฝรั่งเศส รายงานรายได้ไตรมาส 3 ปี 2026 ที่ €11.46bn เพิ่มขึ้น 17.9% YoY หรือเติบโต 16.9% เมื่อไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจ สูงกว่าตลาดคาดที่ 13.8% และเป็นรายได้รายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ยังแข็งแกร่ง รวมถึงความต้องการระบบไฟฟ้าและระบบระบายความร้อนสำหรับศูนย์ข้อมูล

·       ธุรกิจบริหารพลังงานเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก โดยมีรายได้ €9.62bn เติบโต 18.8% สูงกว่าคาดที่ 14.2% จากความต้องการศูนย์ข้อมูลและโครงข่ายไฟฟ้า ขณะที่ธุรกิจระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรมมีรายได้ €1.85bn เติบโต 8.1% สูงกว่าคาดที่ 6.74% สะท้อนการฟื้นตัวของการลงทุนระบบอัตโนมัติ โดยเฉพาะในอเมริกาเหนือและธุรกิจซอฟต์แวร์ AVEVA

2. คำสั่งซื้อศูนย์ข้อมูลเติบโตระดับสามหลัก หนุนการเติบโตต่อเนื่องถึงปี 2027–2028

·       จุดเด่นสำคัญของผลประกอบการคือคำสั่งซื้อจากธุรกิจศูนย์ข้อมูลที่เติบโตมากกว่า 100% YoY ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 4 ไตรมาส โดยได้รับความต้องการจากผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ ผู้ให้บริการเช่าพื้นที่ศูนย์ข้อมูล และบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าสำเร็จรูป ระบบสำรองไฟฟ้า และระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว ซึ่งช่วยลดระยะเวลาก่อสร้างและติดตั้งศูนย์ข้อมูล

·       ผู้บริหารระบุว่าคำสั่งซื้อจำนวนมากมีกำหนดส่งมอบในปี 2027–2028 ทำให้บริษัทมีความชัดเจนด้านรายได้ล่วงหน้าเพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนธุรกิจศูนย์ข้อมูลและเครือข่ายคิดเป็นประมาณ 30% ของคำสั่งซื้อ ณ สิ้นปี 2025 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปี 2026 ขณะที่ Bloomberg Intelligence ประเมินว่ารายได้จากศูนย์ข้อมูลอาจแตะ €12.9bn ในปี 2027 และเติบโตเฉลี่ย 16% ต่อปีจนถึงปี 2030

·       นอกจากนี้ Schneider อยู่ระหว่างขยายกำลังการผลิตระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวในสหรัฐฯ อินเดีย อิตาลี และจีน รวมถึงร่วมมือกับ Foxconn เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น สะท้อนว่าโอกาสการเติบโตไม่ได้จำกัดอยู่เพียงยอดคำสั่งซื้อใหม่ แต่รวมถึงความสามารถเปลี่ยนคำสั่งซื้อคงค้างเป็นรายได้ในระยะข้างหน้า

3. จีนและเอเชียตะวันออกกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ รองรับการลงทุน AI นอกสหรัฐฯ

·       รายได้ในจีนและเอเชียตะวันออกเติบโต 26.1% สูงกว่าตลาดคาดที่ 16.4% โดยธุรกิจบริหารพลังงานในภูมิภาคเติบโตถึง 32.4% เทียบกับคาดที่ 17.4% จากการลงทุนศูนย์ข้อมูล AI และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะจีนที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ขณะที่มาเลเซีย ไทย และอินโดนีเซียได้รับแรงหนุนจากการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่

·       ผู้บริหารระบุว่าการลงทุน AI ของจีนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Alibaba และ Tencent แต่ยังครอบคลุมผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลและผู้ประกอบการรายอื่น อีกทั้ง Schneider มีเครือข่ายพันธมิตรผู้ผลิตตู้ไฟฟ้าและผู้ประกอบระบบในจีนจำนวนมาก จึงสามารถรองรับความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทประเมินว่าการเติบโตจากการลงทุน AI และเซมิคอนดักเตอร์ในจีนมีแนวโน้มดำเนินต่อเนื่องตลอดปี 2027

·       สำหรับภูมิภาคอื่น อเมริกาเหนือยังเติบโตแข็งแกร่งที่ 19.9% ขณะที่ยุโรปเติบโต 8.6% และเอเชียใต้รวมถึงตลาดต่างประเทศเติบโต 13.2% สะท้อนว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI เริ่มกระจายตัวทั่วโลกมากขึ้น แม้ธุรกิจที่อยู่อาศัยและการก่อสร้างทั่วไปยังฟื้นตัวช้ากว่า

4. ปรับเพิ่มเป้าหมายปี 2026 ครั้งที่ 2 แต่ดีลซื้อ PTC เพิ่มความเสี่ยงด้านเงินทุนและมูลค่าหุ้น

·       Schneider ปรับเพิ่มเป้าหมายผลประกอบการปี 2026 เป็นครั้งที่ 2 หลังความต้องการศูนย์ข้อมูลและระบบไฟฟ้าสูงกว่าคาด โดยคาดว่ารายได้จะเติบโต 12–14% จากเดิม 10–13% และกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าตัดจำหน่ายที่ปรับปรุงแล้วจะเติบโต 18–21% จากเดิม 14–19% ขณะที่อัตรากำไรคาดเพิ่มขึ้นเป็น 19.7–19.9% จากเดิม 19.4–19.7% สะท้อนทั้งปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นและความสามารถปรับราคาสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุนทองแดง ชิปหน่วยความจำ และค่าขนส่งที่สูงขึ้น

ตัวชี้วัดปี 2026

เป้าหมายเดิม

เป้าหมายใหม่

การเติบโตของรายได้

10–13%

12–14%

การเติบโตของกำไร Adjusted EBITA

14–19%

18–21%

อัตรากำไร Adjusted EBITA

19.4–19.7%

19.7–19.9%

·       อย่างไรก็ตาม แม้ผลประกอบการแข็งแกร่ง แต่ราคาหุ้น Schneider ปรับลดลงราว 15% หลังประกาศแผนเข้าซื้อ PTC มูลค่าประมาณ $22.6bn ซึ่งเป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ออกแบบผลิตภัณฑ์และบริหารวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ เพื่อขยายธุรกิจซอฟต์แวร์อุตสาหกรรมและ AI โดยคาดว่าธุรกรรมจะแล้วเสร็จใน 3Q27 การลงทุนดังกล่าวช่วยเพิ่มโอกาสเติบโตระยะยาว แต่มีความเสี่ยงจากการระดมทุนผ่านการเพิ่มทุนประมาณ €5–6bn ภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น และความสามารถสร้างผลตอบแทนจากการควบรวมกิจการ โดยบริษัทเตรียมหยุดซื้อหุ้นคืนชั่วคราวในปี 2027–2028

5. มุมมอง InnovestX: โครงสร้างพื้นฐาน AI ยังแข็งแกร่ง เลือกลงทุนบริษัทที่มีคำสั่งซื้อชัดเจน

·       มองว่าผลประกอบการ Schneider เป็นสัญญาณบวกต่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก โดยเฉพาะระบบจัดการพลังงาน อุปกรณ์จ่ายไฟ ระบบสำรองไฟ และระบบระบายความร้อน เนื่องจากคำสั่งซื้อที่เติบโตระดับสามหลักและกำหนดส่งมอบต่อเนื่องถึงปี 2028 สะท้อนว่าการลงทุนศูนย์ข้อมูลยังดำเนินต่อ แม้ตลาดเริ่มกังวลความสามารถสร้างผลตอบแทนจาก AI และปัญหาการระดมทุนของผู้ให้บริการคลาวด์บางราย โดยผู้บริหาร Schneider ระบุว่าบริษัทให้ความสำคัญกับลูกค้าที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งและมีแผนลงทุนระยะยาว อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยสัดส่วนคำสั่งซื้อแยกตามประเภทผู้ให้บริการคลาวด์ จึงไม่สามารถตัดความเสี่ยงดังกล่าวได้ทั้งหมด

หุ้นที่ได้รับประโยชน์และมุมมองการลงทุน

หุ้น

มุมมอง

เหตุผลสนับสนุน

Schneider Electric – SU FP

บวกเชิงพื้นฐาน

คำสั่งซื้อ AI สูงและมีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการกำไร แต่ยังมีความเสี่ยงจากการซื้อ PTC

ABB – ABBN SW

บวก

ได้ประโยชน์จากอุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบจ่ายไฟ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล

Legrand – LR FP

บวก

ความต้องการอุปกรณ์จ่ายไฟและระบบโครงสร้างพื้นฐานภายในศูนย์ข้อมูล

Vertiv – VRT US

บวก

ได้ประโยชน์โดยตรงจากความต้องการระบบสำรองไฟและระบายความร้อนด้วยของเหลว

Eaton – ETN US

บวก

ได้ประโยชน์จากระบบจ่ายไฟสำหรับศูนย์ข้อมูลและการลงทุนโครงข่ายไฟฟ้า

Siemens – SIE GR

บวก

มีโอกาสเติบโตจากระบบไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติ และซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม

เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบระบายความร้อนสำหรับศูนย์ข้อมูล โดยชอบ ETN, VRT และ ABB จากการเติบโตของความต้องการ AI และการลงทุนระบบไฟฟ้าระยะยาว ส่วน Schneider มีพื้นฐานธุรกิจหลักแข็งแกร่งและราคาหุ้นปรับฐาน แต่ควรรอความชัดเจนเรื่องการเพิ่มทุนและผลตอบแทนจากดีล PTC ก่อนเพิ่มน้ำหนักลงทุน เนื่องจากความเสี่ยงด้านการจัดสรรเงินทุนอาจทำให้มูลค่าหุ้นฟื้นตัวช้ากว่าการเติบโตของกำไร

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Schneider Electric งบ 3Q26 ดีกว่าคาด ยืนยัน AI ลงทุนต่อถึงปี 2028 | Café Invest