Café Invest
Markets

Siemens Energy เล็งแยกธุรกิจ Transformation of Industry มุ่งสู่พลังงานสะอาดและระบบสายส่งเต็มตัว

Siemens Energy เล็งแยกธุรกิจ Transformation of Industry มุ่งสู่พลังงานสะอาดและระบบสายส่งเต็มตัว

Siemens Energy กำลังพิจารณาปรับโครงสร้างแผนก Transformation of Industry (TI) ผ่าน 3 แนวทางคือ IPO, แยกบริษัท หรือควบรวมกิจการ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาสูงสุด 36 เดือน โดย INVX มองว่าการปรับโครงสร้างนี้เป็นบวกต่อผู้ถือหุ้น เพราะช่วยลดความซับซ้อนขององค์กร และเปิดโอกาสให้บริษัทมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจเติบโตสูงและมีอัตรากำไรดีกว่าอย่างกังหันก๊าซและโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าที่ได้อานิสงส์จากกระแส AI และพลังงานสะอาดได้อย่างเต็มที่

รายละเอียดและรูปแบบการปรับโครงสร้างธุรกิจ

Siemens Energy ได้ออกมายืนยันว่ากำลังอยู่ระหว่างการประเมินแนวทางระยะยาวที่ดีที่สุดสำหรับแผนก Transformation of Industry (TI) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนพอร์ตโฟลิโอตามปกติ โดยรูปแบบที่บริษัทกำลังพิจารณามีอยู่ 3 แนวทางหลัก ได้แก่:

  1. การทำ IPO: นำแผนก TI เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แยกต่างหาก
  2. การแยกบริษัท: แยกธุรกิจออกไปโดยที่ Siemens Energy อาจยังคงถือหุ้นส่วนน้อยเอาไว้ประมาณ 40%
  3. การควบรวมกิจการ: นำแผนก TI ไปควบรวมกับบริษัทคู่แข่งในอุตสาหกรรมที่มีความใกล้เคียงกัน

อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทยังไม่มีการตัดสินใจขั้นเด็ดขาดในขณะนี้ โดยตลาดคาดว่ากระบวนการพิจารณาและดำเนินการจนเสร็จสิ้นอาจใช้เวลานานถึง 36 เดือน และคาดว่าบริษัทจะมีการแถลงความคืบหน้าพร้อมเป้าหมายอัตรากำไรระยะกลางชุดใหม่ในเดือนพฤศจิกายนนี้

ทำความรู้จักแผนก Transformation of Industry (TI)

แผนก TI เป็นหน่วยธุรกิจที่มุ่งเน้นการให้บริการแก่ลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบไฟฟ้า แผนกนี้มีพนักงานราว 17,000 คน และทำรายได้ในปีงบประมาณ 2025 อยู่ที่ 5.7 พันล้านยูโร ซึ่งคิดเป็นประมาณ 14% ของรายได้รวมทั้งกลุ่มบริษัท โดยมีอัตรากำไร EBITA อยู่ที่ 11.3%

โครงสร้างภายในของแผนก TI แบ่งออกเป็น 4 ธุรกิจหลัก ซึ่งล้วนมีฐานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในระดับโลก:

  1. ธุรกิจคอมเพรสเซอร์: มีรายได้ 2.5 พันล้านยูโร จัดเป็นผู้เล่นอันดับ 2 ของโลก
  2. ธุรกิจกังหันไอน้ำและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำหรับอุตสาหกรรม: มีรายได้ 1.7 พันล้านยูโร ครองอันดับ 1 ของโลก
  3. ธุรกิจระบบไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติ และซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม: มีรายได้ 1.4 พันล้านยูโร เป็นอันดับ 2 ของโลก
  4. ธุรกิจเครื่องผลิตไฮโดรเจนด้วยไฟฟ้า: มีรายได้ 200 ล้านยูโร เป็นผู้นำในเทคโนโลยี PEM

มุมมองของ INVX

เราประเมินว่าการแยกธุรกิจ TI จะส่งผลบวกต่อผู้ถือหุ้นของ Siemens Energy เนื่องจาก 1) ช่วยให้โครงสร้างธุรกิจของ Siemens Energy เรียบง่ายและชัดเจนขึ้น 2) เปิดโอกาสให้บริษัทหันไปโฟกัสกับธุรกิจที่มีการเติบโตรวดเร็วอย่างกังหันก๊าซและโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า ซึ่งขับเคลื่อนโดยอุปสงค์ไฟฟ้าที่พุ่งสูงจากตลาด AI และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด 3) ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาอุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซ และปิโตรเคมี 4) ช่วยยกระดับอัตรากำไร ของ Siemens Energy ขึ้น 5) การแยกตัวจะช่วยลดปัญหาการแย่งงบประมาณลงทุนและงบวิจัยพัฒนาภายในองค์กรกับแผนก Power และ Grid

Siemens Energy เล็งแยกธุรกิจ Transformation of Industry มุ่งสู่พลังงานสะอาดและระบบสายส่งเต็มตัว | Café Invest