Café Invest
Markets

SK Hynix, Kioxia และ CXMT เร่งขยายกำลังผลิต Memory รับ AI (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy)

01109HKEX00688HKEX00817HKEX03900HKEX
SK Hynix, Kioxia และ CXMT เร่งขยายกำลังผลิต Memory รับ AI (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy)

จีนออกมาตรการชุดใหม่เพื่อพยุงภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยขยายระยะเวลากู้ซื้อบ้านสูงสุดเป็น 40 ปี เปิดทางให้ผู้พัฒนาโครงการระดมทุนผ่านหุ้นและตราสารหนี้ได้มากขึ้น พร้อมทยอยเปลี่ยนจากการขายบ้านล่วงหน้าไปสู่การขายบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว มาตรการนี้ช่วยลดความเสี่ยงบ้านสร้างไม่เสร็จและเพิ่มความเชื่อมั่นของผู้ซื้อ แต่ในระยะสั้นอาจทำให้กระแสเงินสดและต้นทุนทางการเงินของผู้พัฒนาโครงการตึงตัวขึ้น โดยผู้ประกอบการรายใหญ่และรัฐวิสาหกิจมีแนวโน้มได้ประโยชน์มากกว่าเอกชนรายเล็ก

1. รัฐบาลจีนเพิ่มแรงสนับสนุนทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้พัฒนาโครงการ

  • มาตรการสำคัญคือการขยายระยะเวลาสินเชื่อบ้านจากสูงสุด 30 ปีเป็น 40 ปี เพื่อช่วยลดภาระผ่อนชำระรายเดือน ขณะเดียวกันผู้พัฒนาโครงการสามารถเข้าถึงเงินทุนผ่านการเพิ่มทุน การออกหุ้นกู้ และตราสารที่มีสินทรัพย์รองรับได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถทยอยชำระค่าซื้อที่ดินเพื่อลดแรงกดดันด้านเงินสดในช่วงที่ยอดขายยังอ่อนแอ

ตารางสรุปมาตรการอสังหาริมทรัพย์จีนรอบใหม่

มาตรการ

เดิม

ใหม่

ผลที่คาด

อายุสินเชื่อบ้านสูงสุด

30 ปี

40 ปี

ลดภาระผ่อนรายเดือนของผู้ซื้อ

รูปแบบการขายบ้าน

พึ่งการขายล่วงหน้าสูง

ทยอยเน้นขายบ้านสร้างเสร็จ

ลดความเสี่ยงบ้านสร้างไม่เสร็จ

การจ่ายสินเชื่อบ้าน

ผู้พัฒนาเข้าถึงเงินผู้ซื้อได้เร็วกว่า

จ่ายหลังโครงการผ่านเงื่อนไข/สร้างเสร็จมากขึ้น

กระแสเงินสดผู้พัฒนาช้าลง

อายุสินเชื่อพัฒนาโครงการ

สั้นกว่า

สูงสุด 7 ปี สำหรับบางโครงการ

ช่วยรองรับรอบก่อสร้างที่ยาวขึ้น

การชำระค่าที่ดิน

จ่ายตามเงื่อนไขเดิม

ทยอยชำระได้

ลดแรงกดดันเงินสด

ช่องทางระดมทุน

จำกัดกว่าในช่วงวิกฤต

เพิ่มทุน, หุ้นกู้, ABS, REITs

เพิ่มทางเลือกเงินทุน

2. จุดเปลี่ยนสำคัญคือการลดการพึ่งพาการขายบ้านล่วงหน้า

  • จีนต้องการทยอยเปลี่ยนจากระบบขายบ้านก่อนสร้างเสร็จ ไปสู่การขายบ้านที่ก่อสร้างเสร็จแล้วมากขึ้น หลังระบบเดิมมีส่วนทำให้ผู้พัฒนาโครงการนำเงินจากผู้ซื้อมาหมุนเวียนและก่อหนี้มากเกินไป จนนำไปสู่ปัญหาบ้านสร้างไม่เสร็จและการหยุดชำระสินเชื่อของผู้ซื้อในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา
  • ภายใต้ระบบใหม่ เงินที่เกี่ยวข้องกับแต่ละโครงการจะถูกดูแลผ่านธนาคารหลักของโครงการ และสินเชื่อบ้านสำหรับโครงการขายล่วงหน้าจะถูกจ่ายหลังโครงการก่อสร้างเสร็จและผ่านการรับรองมากขึ้น แนวทางนี้ช่วยลดความเสี่ยงต่อผู้ซื้อและธนาคาร แต่ทำให้ผู้พัฒนาโครงการไม่สามารถนำเงินจากผู้ซื้อมาใช้เป็นแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำเหมือนเดิม

สิ่งที่เปลี่ยนในโครงสร้างธุรกิจผู้พัฒนาโครงการ

ประเด็น

ระบบเดิม

ระบบใหม่

ผลต่อบริษัท

เงินทุนจากผู้ซื้อ

รับเงินได้เร็วผ่านการขายล่วงหน้า

รับเงินช้าลง

กระแสเงินสดตึงขึ้น

ระยะรับเงินสด

ราว 6-8 เดือน

อาจยาวเป็น 10-18 เดือน

ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น

การซื้อที่ดิน

หมุนเงินเร็ว ทำโครงการใหม่ได้มาก

มีแนวโน้มระมัดระวังขึ้น

Land bank โตช้าลง

ความเสี่ยงโครงการ

สูง หากนำเงินไปใช้ข้ามโครงการ

เงินถูกควบคุมแยกตามโครงการ

ความเสี่ยงส่งมอบลดลง

ผลตอบแทนโครงการ

สูงกว่าจากเงินผู้ซื้อที่มีต้นทุนต่ำ

อาจลดลง

กดดัน ROE/IRR

การแข่งขัน

ผู้เล่นจำนวนมาก

คัดกรองผู้เล่นที่อ่อนแอ

ตลาดมีแนวโน้มรวมตัวมากขึ้น

3. ระยะสั้นผู้พัฒนาโครงการอาจเผชิญกระแสเงินสดตึงตัวขึ้น

  • ข้อเสียสำคัญคือระยะเวลารับเงินสดของผู้พัฒนาโครงการจะยาวขึ้น จากเดิมประมาณ 6-8 เดือนเป็นราว 10-18 เดือน ในบางกรณี ทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ความสามารถในการซื้อที่ดินใหม่ลดลง และอาจกดดันยอดขายกับผลตอบแทนของโครงการในระยะสั้น ขณะที่การลงทุนอสังหาริมทรัพย์จีนในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2026 ลดลง 19.2% YoY อยู่แล้ว จึงมีความเสี่ยงว่าจะอ่อนตัวต่ออีกระยะหนึ่ง
  • อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพยายามชดเชยข้อจำกัดนี้ด้วยการขยายระยะเวลาสินเชื่อพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับรอบการก่อสร้าง โดยโครงการขายบ้านสร้างเสร็จสามารถมีอายุสินเชื่อได้สูงสุด 7 ปี และสามารถเลื่อนการชำระเงินต้นไปหลังโครงการเสร็จได้

4. ผู้ประกอบการรัฐวิสาหกิจมีแนวโน้มได้ประโยชน์มากที่สุด

  • โครงสร้างใหม่จะเพิ่มความสำคัญของฐานะการเงินและความสามารถในการเข้าถึงเงินทุน ทำให้บริษัทขนาดใหญ่และรัฐวิสาหกิจได้เปรียบมากขึ้น เนื่องจากมีต้นทุนทางการเงินต่ำกว่า เข้าถึงตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ได้ง่ายกว่า และมีความสัมพันธ์กับธนาคารที่แข็งแรงกว่า ขณะที่ผู้ประกอบการเอกชนขนาดเล็กอาจเผชิญข้อจำกัดด้านเงินทุนมากขึ้นและทยอยออกจากตลาด
  • ในเชิงรายบริษัท กลุ่มที่มีฐานะการเงินแข็งแรง เช่น China Resources Land, China Overseas Land, China Jinmao และ Greentown มีโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้จากการควบรวมกิจการและการซื้อสินทรัพย์จากคู่แข่งที่อ่อนแอกว่า ขณะที่ Vanke และ Longfor ยังต้องติดตามความสามารถในการรักษาสภาพคล่องและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างใกล้ชิด

5. มาตรการช่วยประคองตลาด แต่ยังไม่เพียงพอให้เกิดการฟื้นตัวเต็มรูปแบบ

  • แม้มาตรการใหม่ช่วยลดภาระรายเดือนของผู้ซื้อและเพิ่มความปลอดภัยในการซื้อบ้าน แต่ปัจจัยสำคัญที่ยังจำกัดการฟื้นตัวคือ ราคาบ้านที่ยังอ่อนแอ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และแนวโน้มรายได้และการจ้างงาน โดยยอดขายบ้านใหม่ในจีนลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับจุดสูงสุดในปี 2021 และตลาดบ้านมือสองมีบทบาทมากขึ้น จึงยังยากที่มาตรการสินเชื่อเพียงอย่างเดียวจะทำให้ความต้องการกลับมาแข็งแรงในทันที
  • มาตรการรอบนี้น่าจะช่วยสร้างแรงหนุนต่อความเชื่อมั่นในช่วงฤดูกาลขายบ้าน แต่การฟื้นตัวพื้นฐานของภาคอสังหาริมทรัพย์อาจยังต้องใช้เวลาอีกหลายปี และกำไรของผู้พัฒนาโครงการส่วนใหญ่ยังมีแนวโน้มถูกกดดันในระยะกลาง

มุมมองของ InnovestX

  • เรามองมาตรการนี้ เป็นบวกระยะยาวต่อโครงสร้างตลาดอสังหาริมทรัพย์จีน แต่ผลบวกระยะสั้นต่อยอดขายและกำไรยังจำกัด เพราะการเปลี่ยนไปขายบ้านสร้างเสร็จจะลดความเสี่ยงของผู้ซื้อและช่วยแก้ปัญหากำลังผลิตส่วนเกิน แต่แลกกับกระแสเงินสดที่ช้าลงและต้นทุนเงินทุนที่สูงขึ้นของผู้พัฒนาโครงการ
  • ดังนั้นบริษัทที่คาดว่าจะได้ประโยชน์มากที่สุด คือบริษํทที่มีงบดุลแข็งแรงและเข้าถึงเงินทุนได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มรัฐวิสาหกิจ เช่น China Resources Land, China Overseas Land, China Jinmao และ Greentown ซึ่งมีโอกาสได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจากการรวมตัวของอุตสาหกรรม

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน