Café Invest
Markets

SK Hynix, Kioxia และ CXMT เร่งขยายกำลังผลิต Memory รับ AI (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy)

06082HKEXBIREN23SET
SK Hynix, Kioxia และ CXMT เร่งขยายกำลังผลิต Memory รับ AI (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy)

ผลประกอบการ 1H26 สะท้อนว่า AI Chip จีนเริ่มเข้าสู่ช่วงขยายเชิงพาณิชย์ชัดเจน โดย MetaX มีรายได้ +44.7% YoY และพลิกเป็นกำไรสุทธิ แม้กำไรจากธุรกิจหลักหลังตัดรายการพิเศษยังติดลบ ขณะที่ Biren รายได้เพิ่มขึ้นเกือบ 21 เท่า อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นเป็น 42.7% และขาดทุนสุทธิลดลง 76.4% YoY โดย INVX มอง เป็นบวกต่อโครงสร้างอุตสาหกรรม AI Semiconductor จีน จากการทดแทนชิปต่างประเทศและการลงทุนศูนย์ประมวลผล AI ที่เพิ่มขึ้น โดยระยะกลางให้น้ำหนัก MetaX มากกว่าในเชิงคุณภาพกำไรและความใกล้จุดคุ้มทุน ส่วน Biren เด่นด้านการเติบโตและระบบ SuperPod แต่ยังมีความเสี่ยงสูงจากการลงทุน R&D ที่มากและผลขาดทุนที่ยังอยู่ในระดับสูง

1) ภาพรวมผลประกอบการ 1H26 ของ MetaX และ Biren Technology

ภาพรวมผลประกอบการของผู้ผลิต GPU จีนสะท้อนว่า การทดแทนชิปต่างประเทศและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI เริ่มเปลี่ยนเป็นรายได้เชิงพาณิชย์อย่างชัดเจน โดย MetaX รายได้เพิ่มขึ้น 44.7% YoY เป็น RMB1.32bn และพลิกมีกำไรสุทธิ RMB612mn จากขาดทุน RMB186mn ขณะที่กำไรขั้นต้นและมาร์จิ้นดีขึ้นจากการขยายยอดส่งมอบ GPU อย่างไรก็ตาม หากตัดรายการพิเศษ บริษัทยังขาดทุนจากธุรกิจหลัก RMB48.9mn แต่ขาดทุนลดลง 75.8% YoY

ด้าน Biren Technology เติบโตเร็วกว่าอย่างมากจากฐานต่ำ โดยรายได้เพิ่มขึ้น 1,997.6% YoY เป็น RMB1.24bn จากการส่งมอบผลิตภัณฑ์ Bili และระบบประมวลผล AI ขนาดใหญ่ กำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น RMB527mn และอัตรากำไรขั้นต้นขยายเป็น 42.7% จากราว 31.9% ขณะที่ขาดทุนสุทธิลดลง 76.4% YoY เหลือ RMB377mn และขาดทุนปรับปรุงแล้วลดลง 38.9% เหลือ RMB337mn แต่ยังมีค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนาสูงถึง RMB804mn หรือเพิ่มขึ้น 40.7% YoY

ตารางสรุปผลประกอบการ

รายการ

MetaX 1H26

เปลี่ยนแปลง YoY

Biren 1H26

เปลี่ยนแปลง YoY

รายได้

RMB1.324bn

+44.7%

RMB1.236bn

+1,997.6%

กำไรขั้นต้น

RMB757mn

+47.6%

RMB527mn

+2,708.5%

อัตรากำไรขั้นต้น

57.2%

+1.1ppt*

42.7%

+10.8ppt

กำไร/(ขาดทุน)สุทธิ

RMB612mn

พลิกจากขาดทุน RMB186mn

-RMB377mn

ขาดทุนลดลง 76.4%

กำไรสุทธิหลังตัดรายการพิเศษ

-RMB48.9mn

ขาดทุนลดลง 75.8%

-RMB337mn

ขาดทุนลดลง 38.9%

ค่าใช้จ่าย R&D

RMB525mn

+15.3%

RMB804mn

+40.7%

R&D / รายได้

39.7%

จาก 49.8%

65.1%

ลดลงมากจากฐานรายได้ต่ำ

MetaX มีต้นทุนขาย RMB566mn เพิ่มขึ้น 40.9% YoY ต่ำกว่าอัตราการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นที่คำนวณได้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 57.2% จาก 56.1% ปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายขายเพิ่มขึ้น 73.2% จากการขยายการตลาดและระบบนิเวศ แต่ค่าใช้จ่าย R&D เพิ่มขึ้นเพียง 15.3% ต่ำกว่าการเติบโตของรายได้ ทำให้สัดส่วน R&D ต่อรายได้ลดลงเหลือ 39.65% จาก 49.76%

อย่างไรก็ตาม จุดที่ต้องระวังคือ กำไรสุทธิของ MetaX ยังไม่ได้สะท้อนกำไรจากธุรกิจหลักเต็มที่ เพราะมีรายการกำไรจากสินทรัพย์ทางการเงินในกลุ่มรายการที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำจำนวนมาก ขณะที่กำไรสุทธิหลังตัดรายการพิเศษยังติดลบ RMB48.9mn ดังนั้นในระยะถัดไปควรให้น้ำหนักกับการเติบโตของรายได้ มาร์จิ้น และกำไรจากการดำเนินงานมากกว่ากำไรสุทธิทางบัญชี

2) แนวโน้มและ Guidance

MetaX — ไม่มี Guidance เชิงตัวเลข แต่ยังคาดรายได้เติบโตสูง

MetaX ไม่ได้ให้เป้ารายได้หรือกำไรเชิงตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่ระบุว่าคาด อัตราการเติบโตของรายได้ยังอยู่ในระดับสูง และมองว่าเมื่อบริษัทเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน ควบคุมค่าใช้จ่าย และเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ อัตรากำไรขั้นต้นและอัตราค่าใช้จ่ายจะมีเสถียรภาพมากขึ้น ส่งผลให้ขาดทุนจากธุรกิจหลักลดลงต่อเนื่อง

แรงขับเคลื่อนสำคัญคือ C600 ซึ่งเข้าสู่การผลิตจำนวนมากในเดือน พ.ค. 2026 และผ่านการประเมินด้านความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของจีนแล้ว บริษัทคาดว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์หลักรุ่นถัดไป ขณะเดียวกัน GPU ของบริษัทเริ่มถูกนำไปใช้ในศูนย์ประมวลผล AI ผู้ให้บริการโทรคมนาคม การเงิน พลังงาน การศึกษา และโครงการ AI ระดับอุตสาหกรรมมากขึ้น

สมมติฐานสำคัญของแนวโน้ม MetaX

·        C600 สามารถเพิ่มกำลังผลิตและส่งมอบได้ตามแผน

·        ลูกค้าในศูนย์ประมวลผล AI และอุตสาหกรรมเพิ่มการใช้ GPU จีน

·        ต้นทุนต่อหน่วยลดลงเมื่อปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น

·        ค่าใช้จ่าย R&D และการตลาดเพิ่มช้ากว่ารายได้

·        ห่วงโซ่อุปทานการผลิตชิปภายในจีนมีเสถียรภาพ

Biren — เน้นเร่งผลิตผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่และขยาย SuperPod

Biren ไม่ได้ให้เป้ารายได้หรือกำไรเชิงตัวเลขเช่นกัน แต่ Outlook มีน้ำหนักเชิงบวก โดยบริษัทระบุว่าผลิตภัณฑ์ปัจจุบันยังอยู่ในช่วงขยายการใช้งาน ขณะที่ ชิปรุ่นถัดไปอยู่ตามแผนสำหรับการเปิดตัวและเข้าสู่การผลิตจำนวนมาก บริษัทจะเร่งเพิ่มการผลิตและการยอมรับจากลูกค้า พร้อมลงทุนต่อในระบบเชื่อมต่อความเร็วสูง บรรจุภัณฑ์ขั้นสูง และระบบ SuperPod

จุดเด่นคือ Biren ไม่ได้พยายามแข่งขันเพียงด้านประสิทธิภาพของ GPU รายตัว แต่กำลังขยับไปสู่ การแข่งขันระดับระบบ โดยมีผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ SuperPod ขนาด 16 GPU, 128 GPU ไปจนถึงระบบกระจายขนาด 1,024 GPU และรองรับการเชื่อมต่อด้วย Near-Packaged Optics ซึ่งเหมาะกับการฝึกและประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่

นอกจากนี้ สินค้าคงคลังของ Biren เพิ่มขึ้น 28.1% จากสิ้นปี 2025 และเงินจ่ายล่วงหน้าสำหรับสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น 230% สะท้อนการเตรียมวัตถุดิบและกำลังผลิตรองรับคำสั่งซื้อในอนาคต ขณะที่บริษัทเพิ่มทุนหลังงวดเพิ่มเติมประมาณ HK$7.0bn ช่วยเสริมความสามารถในการจัดซื้อและความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน

3) มุมมองผู้บริหาร

MetaX — มองการเติบโตจากการใช้งานจริงมากกว่าการแข่งขันเฉพาะชิป

ผู้บริหารมองว่า AI กำลังเปลี่ยนจากการใช้กำลังประมวลผลหนักในช่วง Pre-training ไปสู่การใช้กำลังประมวลผลตลอดวงจร โดยเฉพาะ Post-training และ Inference ซึ่งจะช่วยขยายตลาด GPU ระยะยาว แม้โมเดลอย่าง DeepSeek จะทำให้การประมวลผลมีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่บริษัทมองว่าต้นทุนที่ลดลงจะกระตุ้นการใช้งาน AI มากขึ้นตามแนวคิด Jevons Paradox

บริษัทให้ความสำคัญกับ ความสามารถเชื่อมต่อ GPU หลายตัวและระบบซอฟต์แวร์ มากขึ้น เนื่องจากโมเดลขนาดใหญ่ไม่สามารถอาศัยประสิทธิภาพชิปเดี่ยวเพียงอย่างเดียว โดย MetaX มี MetaXLink สำหรับเชื่อมต่อ GPU และ MXMACA ซึ่งเข้ากันได้กับระบบนิเวศ CUDA ช่วยลดต้นทุนการย้ายระบบของลูกค้า

Biren — การแข่งขันเข้าสู่ระดับระบบ และความสามารถส่งมอบ

มุมมองของ Biren ชัดเจนว่าอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านชิปรายตัวไปสู่ การแข่งขันระดับระบบ หลังปริมาณการใช้ Token เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยผู้ชนะต้องมีทั้งประสิทธิภาพชิป ซอฟต์แวร์ ระบบเชื่อมต่อ และความสามารถผลิตและส่งมอบจำนวนมาก

Biren ระบุว่าฐานลูกค้าขยายจากบริษัทอินเทอร์เน็ตและผู้พัฒนา Foundation Model ไปยังศูนย์ประมวลผล AI ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ภาครัฐ การผลิต พลังงาน การเงิน และการศึกษา ขณะที่บริษัทสามารถส่งมอบระบบ SuperPod ระดับหลายพันการ์ดแล้ว และระบบ LightSphere ในงาน MoE ช่วยเพิ่ม Throughput แบบ End-to-End มากกว่า 30% ตามข้อมูลของบริษัท

4) มุมมองของ INVX

เรามองผลประกอบการรอบนี้ เป็นบวกต่อภาพโครงสร้างของ AI Semiconductor จีน เพราะทั้ง MetaX และ Biren แสดงให้เห็นว่า GPU จีนไม่ได้อยู่เพียงขั้นการทดลอง แต่เริ่มเข้าสู่การผลิตและส่งมอบเชิงพาณิชย์ในระดับใหญ่ โดยแรงขับเคลื่อนหลักยังมาจากการลงทุนศูนย์ประมวลผล AI ของจีน การจำกัดการเข้าถึงชิปประสิทธิภาพสูงจากต่างประเทศ และนโยบายส่งเสริมความสามารถพึ่งพาเทคโนโลยีในประเทศ

MetaX — คุณภาพกำไรดีขึ้น แต่ยังต้องพิสูจน์กำไรจากธุรกิจหลัก

เรามอง MetaX เชิงบวกต่อพื้นฐานระยะกลาง จากการเติบโตของยอดส่งมอบ GPU, C600 ที่เริ่มผลิตจำนวนมาก และสัดส่วน R&D ต่อรายได้ที่ลดลงตามการขยายขนาดธุรกิจ แต่ไม่ควรใช้กำไรสุทธิ RMB612mn เป็นตัวแทนความสามารถทำกำไรปกติ เนื่องจากกำไรส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจากรายการสินทรัพย์ทางการเงิน ขณะที่กำไรหลังตัดรายการพิเศษยังติดลบ ดังนั้น ปัจัยขับเคลื่อนราคาหุ้นในระยะข้างหน้าที่สำคัญคือ Core earnings พลิกเป็นบวกโดยไม่ต้องพึ่งรายการพิเศษ รวมถึงการขยายยอดขาย C600 และการเพิ่มมาร์จิ้น

Biren — การเติบโตสูงกว่า แต่ความเสี่ยงสูงกว่าเช่นกัน

Biren มี โมเมนตัมรายได้เด่นกว่า MetaX และอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นถึง 10.8ppt สะท้อน Operating Leverage ที่เริ่มเกิดขึ้น ขณะที่ระบบ SuperPod และโครงสร้างเชื่อมต่อขนาดใหญ่ช่วยเพิ่มความแตกต่างจากผู้ผลิต GPU ที่แข่งขันเฉพาะชิป อย่างไรก็ตาม บริษัทยังขาดทุน RMB377mn และ R&D สูงกว่า 60% ของรายได้ จึงยังอยู่ในช่วงลงทุนหนัก เราจึงมองว่า Biren เหมาะกับการลงทุนที่ยอมรับความผันผวนสูงและเน้นการเติบโตมากกว่า MetaX

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน