NVIDIA กำลังขยายบทบาทจากผู้ขาย GPU ไปสู่ศูนย์กลางของระบบ AI ทั้งห่วงโซ่ ผ่านการลงทุน $3.5bn ใน MediaTek และการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้ Anthropic เข้าถึงกำลังประมวลผลขนาดใหญ่ ทำให้บริษัทยังได้ประโยชน์แม้ลูกค้าหันไปใช้ชิปสั่งทำมากขึ้น โดยยังสร้างรายได้จากระบบเชื่อมต่อ หน่วยความจำ เครือข่าย และศูนย์ข้อมูล ขณะที่ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือความต้องการใช้งาน AI จริงจะเติบโตทันกับเงินลงทุนขนาดใหญ่หรือไม่
SK Hynix, Kioxia และ CXMT เร่งขยายกำลังผลิต Memory รับ AI (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy)

NVIDIA ขยายอาณาจักร AI จากชิป สู่โครงสร้างพื้นฐานและชิปสั่งทำ
NVIDIA กำลังขยายบทบาทจากผู้ขายชิป AI ไปสู่ผู้กำหนดมาตรฐานของระบบ AI ทั้งห่วงโซ่ ผ่านการลงทุน $3.5bn ใน MediaTek และการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้ Anthropic เข้าถึงกำลังประมวลผลมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยให้ NVIDIA ยังมีส่วนได้ประโยชน์แม้ลูกค้าหันไปพัฒนาชิป AI ของตนเอง ขณะเดียวกันยังเพิ่มความต้องการต่อศูนย์ข้อมูล ระบบเชื่อมต่อ หน่วยความจำ และอุปกรณ์เครือข่าย อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องติดตามความเสี่ยงจากการที่ NVIDIA มีบทบาทให้เงินทุนแก่ระบบนิเวศที่ท้ายที่สุดกลับมาซื้อเทคโนโลยีของบริษัทเอง
1) NVIDIA ลงทุน $3.5bn ใน MediaTek เพื่อรุกตลาดชิป AI สั่งทำ
· NVIDIA เตรียมลงทุน $3.5bn ในหุ้นกู้แปลงสภาพของ MediaTek ซึ่งถือเป็นการลงทุนโดยตรงนอกสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุดของ NVIDIA โดยดีลนี้เป็นส่วนหนึ่งของการระดมทุนหุ้นกู้แปลงสภาพรวม $3.9bn ของ MediaTek และมี Alphabet เข้าร่วมลงทุนด้วย
· หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการให้เงินทุน แต่คือการที่ MediaTek จะนำ NVLink Fusion และ NVHBM ของ NVIDIA มาใช้ในการพัฒนาชิป AI สั่งทำ ทำให้ชิปของ MediaTek สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบศูนย์ข้อมูลของ NVIDIA ได้ง่ายขึ้น เป้าหมายคือเพิ่มความสามารถของ MediaTek ในการแข่งขันกับ Broadcom และ Marvell ซึ่งเป็นผู้เล่นหลักในตลาดออกแบบชิป AI สั่งทำสำหรับผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่
2) กลยุทธ์สำคัญของ NVIDIA คือถึงแม้ลูกค้าไม่ใช้ GPU ก็ยังอยู่ในระบบ NVIDIA
· ที่ผ่านมา Google, Amazon และ Microsoft ต่างเร่งพัฒนาชิป AI ของตัวเองเพื่อลดการพึ่งพา GPU ของ NVIDIA แต่ NVIDIA กำลังปรับกลยุทธ์โดยเปิดเทคโนโลยีเชื่อมต่อและโครงสร้างระบบให้ชิปจากบริษัทอื่นสามารถทำงานร่วมกับระบบของ NVIDIA ได้
· ดังนั้น แม้ลูกค้าใช้ชิปสั่งทำแทน GPU บางส่วน NVIDIA ยังสามารถสร้างรายได้จาก ระบบเชื่อมต่อ หน่วยความจำ การบรรจุชิป ระบบเครือข่าย และโครงสร้างระดับตู้เซิร์ฟเวอร์ ได้ ทำให้บริษัทขยายบทบาทจากผู้ขายหน่วยประมวลผลไปสู่ผู้กำหนดมาตรฐานของโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั้งระบบ
· ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ Amazon ซึ่งนอกจากเตรียมซื้อชิป NVIDIA เพิ่มอีก 2 ล้านชิ้น ยังตกลงนำเทคโนโลยีเชื่อมต่อของ NVIDIA ไปใช้ร่วมกับชิปที่ Amazon พัฒนาเอง สะท้อนว่า NVIDIA สามารถรักษาบทบาทสำคัญได้แม้ชิปสั่งทำของผู้ให้บริการคลาวด์มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น
3) MediaTek ได้ประโยชน์จากเงินทุนและเทคโนโลยี พร้อมท้าชน Broadcom–Marvell
· สำหรับ MediaTek เงินลงทุนจาก NVIDIA ช่วยลดความเสี่ยงด้านเงินทุนในการขยายธุรกิจ AI ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมากทั้งด้านการวิจัย บุคลากร การบรรจุชิป และการผลิตระบบขนาดใหญ่ ขณะเดียวกัน การเข้าถึง NVLink Fusion ช่วยลดความซับซ้อนในการนำชิปสั่งทำไปใช้งานจริงในศูนย์ข้อมูล
· MediaTek ตั้งเป้ารายได้จากชิป AI ราว $2bn ในปีนี้ และต้องการครองส่วนแบ่งประมาณ 15% ของตลาดมูลค่า $80bn ในปีหน้า หากทำได้จะช่วยลดการพึ่งพาธุรกิจชิปสมาร์ตโฟนอย่างมีนัยสำคัญ
· อย่างไรก็ตาม MediaTek อาจเผชิญประเด็นเรื่องความเป็นกลาง เพราะบริษัทมีความสัมพันธ์กับ Google และถูกเชื่อมโยงกับโครงการ TPU ซึ่งเป็นทางเลือกแทน GPU ของ NVIDIA การที่ NVIDIA กลายเป็นผู้ให้เงินทุนรายสำคัญจึงอาจสร้างความกังวลแก่ลูกค้ารายอื่นที่ต้องการลดการพึ่งพาระบบของ NVIDIA
4) ความร่วมมือไม่ได้จำกัดแค่ศูนย์ข้อมูล แต่ขยายสู่ AI PC และรถยนต์
NVIDIA และ MediaTek วางความร่วมมือครอบคลุม 3 ตลาดหลัก ได้แก่
- โครงสร้างพื้นฐาน AI — MediaTek พัฒนาชิปสั่งทำที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบ NVLink และศูนย์ข้อมูลของ NVIDIA
- AI บนอุปกรณ์ส่วนบุคคล — ทั้งสองบริษัทจะร่วมพัฒนาชิปรุ่นต่อเนื่องสำหรับคอมพิวเตอร์ เช่น RTX Spark และ DGX Spark
- รถยนต์อัจฉริยะ — MediaTek จะนำเทคโนโลยี NVIDIA มาผสานกับชิปสำหรับห้องโดยสารและระบบรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์
จึงสะท้อนว่า NVIDIA พยายามขยายมาตรฐานการประมวลผลของตนเองจากศูนย์ข้อมูลลงไปถึงคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและรถยนต์ ซึ่งเพิ่มพื้นที่การเติบโตนอกเหนือจาก GPU สำหรับศูนย์ข้อมูล
5) Anthropic เซ็นสัญญาคลาวด์ $35bn สะท้อนความต้องการกำลังประมวลผลยังสูงมาก
· อีกด้านหนึ่ง Anthropic ทำสัญญาใช้บริการคลาวด์มูลค่า $35bn กับ Lambda ซึ่งเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ที่ NVIDIA ลงทุนอยู่ โดยศูนย์ข้อมูลตั้งอยู่ในรัฐ Texas และพัฒนาโดย Hut 8 ขณะที่ NVIDIA เป็นผู้ถือสัญญาเช่าพื้นที่ศูนย์ข้อมูลดังกล่าว
· โครงสร้างของดีลคือ Hut 8 สร้างศูนย์ข้อมูล → NVIDIA จองกำลังรองรับ → Lambda นำชิป NVIDIA มาติดตั้ง → Anthropic เช่ากำลังประมวลผลจาก Lambda ซึ่งสะท้อนว่า NVIDIA เริ่มมีบทบาทมากกว่าการขายชิป โดยเข้าไปช่วยจัดหาเงินทุนและกำลังรองรับของศูนย์ข้อมูลเพื่อเร่งให้ลูกค้า AI เข้าถึงชิปได้เร็วขึ้น
6) Anthropic กำลังเร่งจองกำลังประมวลผล หลังเผชิญข้อจำกัดด้านอุปทาน
· Anthropic เร่งทำสัญญาคลาวด์ขนาดใหญ่หลังความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ AI ของบริษัทเพิ่มขึ้นจนเกิดข้อจำกัดด้านกำลังประมวลผล โดยก่อนหน้านี้เพิ่งทำสัญญา $45bn กับ Nscale ซึ่งเป็นผู้ให้บริการคลาวด์อีกรายที่ NVIDIA ลงทุนอยู่ เพื่อเช่าระบบ NVIDIA จากศูนย์ข้อมูลใน West Virginia
· เมื่อรวมดีล Lambda $35bn และ Nscale $45bn Anthropic จึงมีสัญญาจัดหากำลังประมวลผลจากผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับ NVIDIA อย่างน้อย $80bn ในช่วงเวลาใกล้กัน สะท้อนว่าความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI จากผู้พัฒนาโมเดลขนาดใหญ่ยังอยู่ในระดับสูงมาก
· นอกจากนี้ Anthropic ยังใช้ศูนย์ข้อมูลของ Hut 8 สำหรับชิป TPU ของ Google ด้วย แสดงให้เห็นว่าผู้พัฒนาโมเดล AI มีแนวโน้มใช้ทั้ง GPU และชิปสั่งทำควบคู่กัน มากกว่าการเลือกเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่งเพียงอย่างเดียว
7) สิ่งที่แนะติดตาม: NVIDIA เริ่มทำหน้าที่คล้ายผู้ให้เงินทุนของระบบนิเวศ AI
· ทั้งสองเหตุการณ์ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน คือ NVIDIA ใช้งบดุลที่แข็งแกร่งเพื่อเร่งการเติบโตของระบบนิเวศ AI ตั้งแต่การลงทุนในผู้พัฒนาชิปอย่าง MediaTek ไปจนถึงการสนับสนุนผู้ให้บริการคลาวด์และกำลังรองรับศูนย์ข้อมูล
· ข้อดีคือช่วยเพิ่มการใช้งานเทคโนโลยีของ NVIDIA และลดความเสี่ยงที่ชิปสั่งทำจะทำให้ NVIDIA หลุดออกจากระบบ แต่ข้อกังวลคือการเกิดลักษณะ เงินทุนหมุนเวียนภายในระบบ กล่าวคือ NVIDIA ลงทุนหรือช่วยสนับสนุนบริษัทต่างๆ ซึ่งท้ายที่สุดบริษัทเหล่านั้นกลับมาใช้เงินเพื่อซื้อชิปหรือเทคโนโลยีของ NVIDIA
· ดังนั้น สิ่งที่ต้องติดตามคือความต้องการ AI ขั้นสุดท้ายจากลูกค้าจริง หากการใช้งาน AI และรายได้ของผู้พัฒนาโมเดลเติบโตสอดคล้องกับการลงทุน โครงสร้างดังกล่าวจะช่วยสร้างความได้เปรียบให้ NVIDIA แต่หากความต้องการเติบโตต่ำกว่าคาด ความเสี่ยงจากเงินลงทุนและภาระทางการเงินในระบบอาจเพิ่มขึ้น
มุมมอง InnovestX
· เรามองข่าวทั้งสองเป็น บวกต่อภาพระยะกลางของห่วงโซ่ AI Infrastructure เพราะสะท้อนว่า NVIDIA กำลังเปลี่ยนจากการเป็นเพียงผู้ขาย GPU ไปสู่การเป็นศูนย์กลางของระบบ AI ทั้งด้านชิป การเชื่อมต่อ หน่วยความจำ เครือข่าย และศูนย์ข้อมูล การเปิด NVLink ให้รองรับชิปสั่งทำยังลดความเสี่ยงจากการที่ Google, Amazon และผู้ให้บริการคลาวด์รายอื่นเพิ่มการใช้ชิปของตนเอง จึงมองเป็นบวกต่อ NVIDIA และ MediaTek รวมถึงห่วงโซ่ที่เกี่ยวข้องกับ HBM, การบรรจุชิปขั้นสูง, Optical/Networking และโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล ขณะที่ในกลุ่มชิปสั่งทำ การแข็งแกร่งขึ้นของ MediaTek เพิ่มแรงกดดันการแข่งขันต่อ Broadcom และ Marvell ระยะถัดไปควรติดตามว่าความต้องการใช้งาน AI ของ Anthropic และผู้พัฒนาโมเดลรายอื่นสามารถเติบโตทันกับภาระสัญญาคลาวด์ขนาดใหญ่หรือไม่ เพราะจะเป็นตัวชี้ว่าเงินลงทุนมหาศาลในระบบ AI เป็นการสร้างความต้องการจริงหรือเพียงเร่งการลงทุนล่วงหน้า
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

