Huawei รายงานผลประกอบการ 1H26 สะท้อนภาพรายได้ที่ยังแข็งแรงจากสมาร์ตโฟนและชิป AI แต่กำไรลดลง 36-37% จากการเร่งลงทุนด้านเทคโนโลยีและต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้น จุดสำคัญคือบริษัทกำลังยอมเสียความสามารถในการทำกำไรระยะสั้นเพื่อเร่งสร้างชิปและเทคโนโลยีของตนเอง ขณะที่ส่วนแบ่งสมาร์ตโฟนในจีนกลับขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง หาก Ascend และ Kirin รุ่นใหม่ขยายการใช้งานได้ตามแผน จะเป็นแรงสนับสนุนต่อห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์จีนในระยะกลางถึงยาว
SK Hynix, Kioxia และ CXMT เร่งขยายกำลังผลิต Memory รับ AI (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy)

1. ผลประกอบการ 1H26 — รายได้เติบโต แต่กำไรลดลงชัดเจน
- Huawei รายงานรายได้ 1H26 ที่ประมาณ RMB467.8bn เพิ่มขึ้น 9.5% YoY จาก RMB427bn ในปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจสมาร์ตโฟนและความต้องการชิปสำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิลดลงราว 36-37% YoY เหลือ RMB23.4-23.8bn จากประมาณ RMB37.2bn และถือเป็นปีที่สองติดต่อกันที่กำไรครึ่งปีแรกลดลง
- แรงกดดันหลักไม่ได้มาจากรายได้ แต่เกิดจาก ค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนา รวมถึงต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะหน่วยความจำ ส่งผลให้อัตราการทำกำไรลดลงแม้ยอดขายยังเติบโต
สรุปผลประกอบการ Huawei 1H26
รายการ | 1H26 | 1H25 | % YoY | มุมมอง |
|---|---|---|---|---|
รายได้ | RMB467.8bn | RMB427.0bn | +9.5% | เติบโตดี จากสมาร์ตโฟนและความต้องการชิป AI |
กำไรสุทธิ | RMB23.4-23.8bn | RMB37.1-37.2bn | -36% ถึง -37% | อ่อนแอจากต้นทุนชิ้นส่วนและค่าใช้จ่ายวิจัยที่สูง |
อัตรากำไรสุทธิ | ราว 5.1% | ราว 8.7% | -3.6ppt | ลดลงชัดเจน แม้รายได้ยังเติบโต |
ค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนา | RMB121.4bn | ราว RMB97bn | +25% | เร่งลงทุน AI, ชิป Kirin, Ascend และเทคโนโลยีผลิตชิป |
R&D / รายได้ | มากกว่า 25% | ราว 23% | เพิ่มขึ้น | สะท้อนการเน้นพึ่งพาเทคโนโลยีภายในประเทศ |
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน | -RMB39.9bn | +RMB31.2bn | พลิกติดลบ | ถูกกดดันจากการเร่งซื้อวัตถุดิบและชิ้นส่วน |
ยอดส่งมอบสมาร์ตโฟนจีน 2Q26 | — | — | +19.4% YoY | เด่นกว่าคู่แข่งรายใหญ่ในจีน |
ส่วนแบ่งตลาดสมาร์ตโฟนจีน 2Q26 | 22.6% | — | เพิ่มขึ้น | ขึ้นเป็นผู้นำตลาดจีน |
ยอดขายช่วงเทศกาล 618 | — | — | ประมาณ +19% YoY | สะท้อนความต้องการ Huawei ยังแข็งแรง |
AI / Ascend | การใช้งานเพิ่มขึ้น | — | — | ได้แรงหนุนจากการทดแทน Nvidia ในจีน |
2. เร่งลงทุนวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างเทคโนโลยีชิปของตัวเอง
- ค่าใช้จ่ายด้านวิจัยและพัฒนาของ Huawei เพิ่มขึ้น 25% YoY เป็น RMB121.4bn หรือมากกว่า 25% ของรายได้รวม จากประมาณ RMB97bn ในปีก่อน สะท้อนว่าบริษัทเลือกแลกกำไรระยะสั้นกับการสร้างความสามารถด้านเทคโนโลยีระยะยาว
- เงินลงทุนส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ AI, ชิปประมวลผล, การออกแบบสถาปัตยกรรมชิป และเทคโนโลยีการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อทดแทนเทคโนโลยีจากต่างประเทศที่บริษัทเข้าถึงได้จำกัดจากมาตรการควบคุมของสหรัฐฯ
- Huawei ยังพัฒนาเทคโนโลยี LogicFolding ซึ่งบริษัทคาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพชิปโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องผลิตชิป EUV รุ่นล่าสุด โดยเตรียมนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้กับชิป Kirin รุ่นใหม่สำหรับสมาร์ตโฟนเรือธงที่จะเปิดตัวในเดือน ก.ย.
3. ต้นทุนหน่วยความจำเป็นแรงกดดันสำคัญต่อกำไรและกระแสเงินสด
- ราคาหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันผลประกอบการ Huawei เนื่องจากบริษัทเลือก ไม่ปรับราคาสมาร์ตโฟนขึ้นมากเท่าคู่แข่ง เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด ส่งผลให้บริษัทต้องรับภาระต้นทุนบางส่วนไว้เอง
- ขณะเดียวกัน Huawei เร่งซื้อวัตถุดิบและชิ้นส่วนล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านราคาและอุปทาน ทำให้ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ RMB39.9bn เทียบกับกระแสเงินสดบวก RMB31.2bn ในปีก่อน สะท้อนว่าการสะสมสินค้าคงคลังและลงทุนด้านเทคโนโลยีกำลังใช้เงินสดค่อนข้างมาก
- ผู้บริหารยังยอมรับว่า หากราคาหน่วยความจำอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนอาจจำเป็นต้องปรับราคาขึ้นในระยะถัดไปเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
4. สมาร์ตโฟนยังแข็งแกร่ง และ Huawei กลับมาเป็นผู้นำตลาดจีน
- แม้กำไรลดลง แต่ธุรกิจสมาร์ตโฟนของ Huawei ยังฟื้นตัวแข็งแกร่ง โดยยอดส่งมอบในจีนช่วง 2Q26 เพิ่มขึ้นประมาณ 19.4% YoY และบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 22.6% สูงสุดในตลาดจีน
- ในช่วงเทศกาลซื้อสินค้า “618” ยอดขายสมาร์ตโฟน Huawei เพิ่มขึ้นราว 19% และเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรายใหญ่เพียงไม่กี่รายที่ยังเติบโต ขณะที่ Oppo, Vivo, Xiaomi และ Honor เผชิญยอดส่งมอบลดลง
- การรักษาราคาในระดับแข่งขันได้ รวมถึงการกลับมาใช้ชิป Kirin ที่พัฒนาภายในประเทศ ช่วยให้ Huawei สามารถฟื้นส่วนแบ่งตลาดได้ต่อเนื่อง แม้ต้นทุนชิ้นส่วนจะเพิ่มขึ้น
5. ชิป Ascend มีบทบาทมากขึ้นในตลาด AI จีน
- นอกจากสมาร์ตโฟนแล้ว Huawei กำลังได้แรงหนุนจาก Ascend AI Chip ซึ่งมีบทบาทเพิ่มขึ้นในฐานะทางเลือกของ Nvidia สำหรับลูกค้าในจีน โดยบริษัท AI อย่าง DeepSeek, Z.ai และ iFlyTek เริ่มนำชิปของ Huawei ไปใช้ทั้งในการประมวลผลและฝึกแบบจำลอง AI
- มีการประเมินว่าผู้ผลิตชิปจีนรวมกันอาจครองส่วนแบ่งเกือบ 80% ของตลาด AI Server ในจีนในปีนี้ ซึ่งเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อ Huawei หลังข้อจำกัดการส่งออกชิปขั้นสูงของสหรัฐฯ ทำให้ Nvidia ขยายตลาดในจีนได้ยากขึ้น
- ดังนั้น แม้การลงทุนด้านชิปจะกดดันกำไรในปัจจุบัน แต่หาก Huawei สามารถเพิ่มการใช้งาน Ascend ได้ต่อเนื่อง การลงทุนดังกล่าวอาจกลายเป็นแหล่งรายได้และกำไรสำคัญในระยะกลางถึงยาว
6. ผลต่อห่วงโซ่อุปทาน — ปริมาณขายดี แต่ต้นทุนชิ้นส่วนยังเป็นตัวแปรสำคัญ
- การฟื้นตัวของยอดขายสมาร์ตโฟนและการเพิ่มกำลังผลิตอุปกรณ์ AI เป็นบวกต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนในห่วงโซ่อุปทาน Huawei เช่น SMIC, Sunny Optical, Luxshare, GoerTek, BOE Technology, Shengyi Technology, Shennan Circuits และ WUS Printed Circuit
- ในด้านหน่วยความจำ ความต้องการจาก Huawei และผู้ผลิตอุปกรณ์ AI ยังเป็นบวกต่อผู้ผลิตอย่าง SK Hynix แต่ในมุมของ Huawei เอง ราคาหน่วยความจำที่สูงกลับเป็นแรงกดดันต่อกำไร ดังนั้นผลดีของรอบราคาหน่วยความจำจะตกกับผู้ผลิตต้นน้ำมากกว่าผู้ผลิตอุปกรณ์ปลายทาง
- สำหรับผู้ผลิตชิ้นส่วนสมาร์ตโฟน ประเด็นที่ต้องติดตามคือ Huawei จะสามารถรักษาการเติบโตของยอดขายได้หรือไม่ หากจำเป็นต้องเริ่มปรับราคาสินค้าขึ้นในช่วงปลายปี
7. แนวโน้ม — กำไรระยะสั้นยังถูกกดดัน แต่ฐานเทคโนโลยีกำลังแข็งแรงขึ้น
- ในระยะสั้น Huawei ยังมีความเสี่ยงจาก ต้นทุนหน่วยความจำสูง ค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนาที่เพิ่มขึ้น และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่อ่อนตัว ทำให้การฟื้นตัวของกำไรอาจช้ากว่าการเติบโตของรายได้
- อย่างไรก็ตาม การกลับมาเป็นผู้นำตลาดสมาร์ตโฟนจีน การเพิ่มการใช้งาน Ascend AI Chip และการเปิดตัวชิป Kirin รุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี LogicFolding เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม หากเทคโนโลยีใหม่สามารถผลิตในปริมาณมากและให้ประสิทธิภาพได้ตามเป้า จะช่วยลดข้อจำกัดจากมาตรการควบคุมเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ได้มากขึ้น
หุ้นที่น่าสนใจจาก Huawei Smartphone + Ascend AI + LogicFolding
กลุ่ม | หุ้น | เหตุผลที่ได้ประโยชน์ |
|---|---|---|
ผลิตชิป | SMIC | รับประโยชน์จากการผลิต Kirin และชิปจีนขั้นสูง หาก Huawei เพิ่มปริมาณผลิต |
บรรจุภัณฑ์/ทดสอบชิป | JCET, Tongfu Microelectronics, ASMPT | LogicFolding และชิป AI ต้องพึ่งเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ขั้นสูงมากขึ้น โดย InnovestX เคยมองว่ากลุ่มนี้เป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์หลัก |
แผงวงจร/วัสดุ PCB | Shengyi Technology, Shennan Circuits, WUS Printed Circuit | ได้ประโยชน์จากจำนวนชิ้นส่วนและความซับซ้อนของระบบ AI Server และอุปกรณ์โทรคมนาคมที่เพิ่มขึ้น |
Optical / AI Network | Innolight, HGTECH, Accelink | การขยาย Ascend AI Cluster เพิ่มความต้องการโมดูลแสงและการเชื่อมต่อความเร็วสูง โดยเฉพาะระบบ 800G/1.6T |
จอภาพ | BOE Technology | เป็นผู้ผลิตจอสำคัญในระบบนิเวศสมาร์ตโฟน Huawei โดยเฉพาะรุ่นระดับบนและจอพับ |
กล้อง/เลนส์ | Sunny Optical, Will Semiconductor | ยอดขายสมาร์ตโฟน Huawei ที่ฟื้นตัวช่วยเพิ่มความต้องการกล้อง เลนส์ และชิปรับภาพ |
ชิ้นส่วนประกอบ | Luxshare Precision, GoerTek, AAC Technologies | ได้ประโยชน์จากการเพิ่มปริมาณผลิตสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์อัจฉริยะ |
หน่วยความจำ | SK Hynix, Samsung Electronics | ปริมาณสมาร์ตโฟนและ AI Server เพิ่มช่วยหนุนความต้องการ DRAM/HBM แม้ราคาหน่วยความจำสูงจะเป็นลบต่อ Huawei เอง โดย SK Hynix ยังมองภาวะหน่วยความจำตึงตัวต่อเนื่อง |
มุมมองของ InnovestX
- เรามองผลประกอบการ Huawei เป็นบวกต่อทิศทางธุรกิจ แต่ลบต่อกำไรระยะสั้น เพราะรายได้และส่วนแบ่งตลาดสมาร์ตโฟนยังเติบโต ขณะที่ธุรกิจชิป AI กำลังมีบทบาทมากขึ้น แต่บริษัทต้องแลกด้วยค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนาที่สูงและต้นทุนหน่วยความจำที่กดดันมาร์จิ้น
- สำหรับการลงทุนจึงมองบวกมากกว่าต่อ ผู้ผลิตชิป หน่วยความจำ แผงวงจร และชิ้นส่วนที่ได้ประโยชน์จากปริมาณการผลิต Huawei ที่เพิ่มขึ้น เช่น SMIC, Hua Hong, SK Hynix, BOE Technology และผู้ผลิตแผงวงจร ขณะที่ฝั่งผู้ผลิตอุปกรณ์ควรติดตามความเสี่ยงจากราคาหน่วยความจำ หากต้นทุนยังอยู่ในระดับสูง อาจทำให้การปรับราคาสมาร์ตโฟนและแรงกดดันต่อความต้องการเกิดขึ้นในระยะถัดไป
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

