Café Invest
Markets

SK Hynix, Kioxia และ CXMT เร่งขยายกำลังผลิต Memory รับ AI (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy)

LLYNYSELLY23SETPFENYSE
SK Hynix, Kioxia และ CXMT เร่งขยายกำลังผลิต Memory รับ AI (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy)

รัฐบาล Trump ขยายข้อตกลงลดราคายาให้ครอบคลุม 26 บริษัทหรือราว 89% ของตลาดยามีแบรนด์สหรัฐฯ โดยแลกการลดราคา Medicaid และกำหนดราคายาใหม่ให้ใกล้ต่างประเทศกับการลดความเสี่ยงด้านภาษีและ Medicare ซึ่งเรามองว่าไม่ใช่ความเสี่ยงใหม่และตลาดรับรู้ไปพอสมควรแล้ว จึงยังมองบวกต่อ Pfizer (PFE) และมอง Eli Lilly (LLY) เป็นหุ้นเก็งกำไรได้

 


Trump ขยายข้อตกลงลดราคายา ครอบคลุมเกือบ 90% ของตลาดยามีแบรนด์สหรัฐฯ

รัฐบาล Trump ทำข้อตกลงกำหนดราคายาแบบอ้างอิงประเทศพัฒนาแล้วเพิ่มเติมกับบริษัทเภสัชกรรม 9 แห่ง ทำให้ปัจจุบันมีบริษัทเข้าร่วมรวม 26 แห่ง ครอบคลุมราว 89% ของตลาดยามีแบรนด์ในสหรัฐฯ บริษัทที่เข้าร่วมต้องลดราคายาสำหรับ Medicaid และกำหนดราคายาใหม่ในสหรัฐฯ ให้สอดคล้องกับต่างประเทศ แลกกับความชัดเจนด้านภาษีนำเข้าและการยกเว้นมาตรการลดราคา Medicare บางส่วน ขณะเดียวกันทั้ง 9 บริษัทให้คำมั่นลงทุนการผลิตในสหรัฐฯ รวมอย่างน้อย $19.6bn

1) รัฐบาล Trump เพิ่มบริษัทยาอีก 9 แห่งเข้าสู่โครงการลดราคา

·       รัฐบาลสหรัฐฯ ทำข้อตกลงใหม่กับบริษัทเภสัชกรรมและชีวเวชภัณฑ์ 9 แห่ง ได้แก่ Alcon, Astellas Pharma, BeOne Medicines, BridgeBio, CSL, Kyowa Kirin, Sun Pharma, Teva และ UCB เพื่อให้ Medicaid ของแต่ละรัฐสามารถซื้อยาในราคาที่อิงกับระดับราคาต่ำในประเทศพัฒนาแล้ว

·       หลังดีลรอบนี้ จำนวนบริษัทที่เข้าร่วมแนวทางดังกล่าวเพิ่มเป็น 26 แห่ง หรือประมาณ 89% ของตลาดยามีแบรนด์ในสหรัฐฯ สะท้อนว่ารัฐบาลกำลังเร่งขยายมาตรการลดราคายาจากบริษัทยาขนาดใหญ่ไปสู่บริษัทขนาดกลางมากขึ้น

2) เงื่อนไขหลักคือ Medicaid ได้ราคาต่ำลง และยาใหม่ต้องเปิดตัวในราคาที่ใกล้ต่างประเทศ

·       บริษัทที่เข้าร่วมต้องเปิดทางให้ Medicaid ของแต่ละรัฐเข้าถึงราคายาที่อิงกับราคาต่ำในประเทศพัฒนาแล้ว โดยการเข้าร่วมของแต่ละรัฐยังเป็นทางเลือก ไม่ได้บังคับทุกแห่ง

·       นอกจากนี้ บริษัทตกลงว่า ยาใหม่ที่ออกสู่ตลาดสหรัฐฯ จะต้องมีระดับราคาใกล้เคียงกับประเทศพัฒนาแล้วอื่น ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญจากโครงสร้างเดิมที่ราคายาในสหรัฐฯ มักสูงกว่าต่างประเทศอย่างมาก

3) แลกกับความชัดเจนด้านภาษีและลดความเสี่ยงจาก Medicare

·       แรงจูงใจสำคัญสำหรับบริษัทยาคือการได้รับ การผ่อนผันหรือยกเว้นภาษีนำเข้าบางประเภท รวมถึงการยกเว้นจากโครงการทดลองบางส่วนที่อาจบังคับลดราคาใน Medicare

·       ตัวอย่างเช่น BeOne ระบุว่าบริษัทได้รับการยกเว้นจากโครงการทดลองลดราคา Medicare สองโครงการ ขณะที่ Kyowa Kirin ระบุว่ากระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ตกลงเลื่อนการเก็บภาษี และ CSL มองว่าข้อตกลงช่วยเพิ่มความชัดเจนต่อความเสี่ยงด้านราคายาและภาษี โดยไม่คาดว่าจะกระทบผลประกอบการปี FY27 อย่างมีนัยสำคัญ

4) บริษัทยาให้คำมั่นลงทุนการผลิตในสหรัฐฯ อย่างน้อย $19.6bn

·       นอกจากการลดราคายาแล้ว บริษัททั้ง 9 แห่งยังให้คำมั่นลงทุนในกำลังการผลิตยาในสหรัฐฯ รวมอย่างน้อย $19.6bn ในระยะใกล้ สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลในการย้ายห่วงโซ่อุปทานยากลับเข้าสหรัฐฯ

·       บางบริษัทยังตกลงส่งมอบสารออกฤทธิ์ทางยาเข้าสู่คลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ เช่น UCB, Sun Pharma, Teva และ Astellas ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าและเพิ่มความมั่นคงด้านยาในภาวะฉุกเฉิน

5) ผลกระทบต่อกำไรอาจไม่รุนแรงเท่าที่ตลาดเคยกังวล

·       แม้มาตรการลดราคายามีผลกดดันรายได้ต่อหน่วย แต่ข้อตกลงแบบสมัครใจอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับบริษัท เมื่อเทียบกับความเสี่ยงจาก ภาษีนำเข้าสูงถึง 100% หรือการถูกบังคับลดราคาใน Medicare

·       CSL ระบุว่าดีลนี้ไม่น่ากระทบ FY27 อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่นักวิเคราะห์โดยรวมมองว่าโครงสร้างข้อตกลงช่วยลดความไม่แน่นอนเชิงนโยบายและทำให้บริษัทสามารถวางแผนการตั้งราคา การลงทุน และการเปิดตัวยาใหม่ได้ชัดเจนขึ้น

·       สำหรับหุ้นเอเชียที่เกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่ CSL ในออสเตรเลีย, Sun Pharma ในอินเดีย และ Astellas กับ Kyowa Kirin ในญี่ปุ่น

6) ผลประหยัดของ Medicaid ยังมีความไม่แน่นอน

·       แม้รัฐบาลระบุว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้หลายพันล้านดอลลาร์ แต่ผลจริงยังไม่ชัดเจน เพราะ Medicaid มีส่วนลดจากผู้ผลิตยาอยู่แล้ว และผู้ป่วยจำนวนมากมีค่าใช้จ่ายยาจากกระเป๋าตนเองค่อนข้างต่ำ

·       อย่างไรก็ตาม งานวิจัยจาก Harvard Medical School และ Urban Institute ประเมินว่า หากนำแนวทางอ้างอิงราคาต่างประเทศไปใช้กับยามีแบรนด์ราคาสูง 82 รายการ อาจช่วยให้รัฐต่างๆ ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ มากกว่า $8bn ต่อปี

7) นโยบายยังไม่ครอบคลุมผู้ประกันตนผ่านนายจ้าง

·       ข้อจำกัดสำคัญคือข้อตกลงรอบนี้ยังไม่ได้แก้ปัญหาราคายาสำหรับชาวอเมริกันมากกว่า 160 ล้านคนที่มีประกันสุขภาพผ่านนายจ้าง ดังนั้นผลต่อค่ารักษาพยาบาลโดยรวมของประเทศอาจยังจำกัด

·       อีกทั้งยังมีข้อสงสัยว่าบริษัทยาจะลดราคาเปิดตัวยาใหม่ในสหรัฐฯ ลงจริงมากน้อยเพียงใด และข้อตกลงที่ทำกับรัฐบาลจะมีความต่อเนื่องเพียงใดในระยะยาว


มุมมอง InnovestX

·       เรามองประเด็นนี้ ไม่ใช่ความเสี่ยงใหม่สำหรับกลุ่มยา และตลาดรับรู้แนวทางลดราคายาของรัฐบาล Trump ไปพอสมควรแล้ว หลังเริ่มทำข้อตกลงกับบริษัทยารายใหญ่ตั้งแต่ปี 2025 โดยรอบล่าสุดเป็นเพียงการขยายไปยังบริษัทขนาดกลางมากขึ้น ขณะที่สิ่งที่บริษัทได้รับกลับมา ทั้งการลดความเสี่ยงจากภาษีนำเข้าและการยกเว้นมาตรการลดราคา Medicare บางส่วน ช่วยลดแรงกดดันต่อกำไร จึงมองเป็น ลบเล็กน้อยต่ออำนาจการตั้งราคา แต่บวกต่อความชัดเจนด้านนโยบาย

·       เชิงกลยุทธ์ เรามองบวกต่อ Pfizer (PFE) จากฐานรายได้ที่กระจายตัวและความเสี่ยงด้านนโยบายที่สะท้อนในราคาหุ้นไปพอสมควรแล้ว ขณะที่ Eli Lilly (LLY) มองเป็นหุ้นเก็งกำไรได้ จากแรงหนุนของ Zepbound/Mounjaro และการขยายพอร์ตยาใหม่ แต่ด้วยมูลค่าหุ้นที่ยังสูง การลงทุนเหมาะกับการเล่นตามจังหวะมากกว่าการไล่ราคาในระยะสั้น


ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

SK Hynix, Kioxia และ CXMT เร่งขยายกำลังผลิต Memory รับ AI (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) (Copy) | Café Invest