เกาหลีใต้กำลังเดินหน้าแผนเมกะโปรเจกต์ครั้งใหญ่เชื่อมโยงทั้งชิป, ศูนย์ข้อมูล AI และ “Physical AI” หรือการนำ AI ไปใช้กับภาคการผลิตจริง โดยดึง Samsung และ SK Group เข้ามาเป็นแกนหลักในการลงทุนชิปและ AI ระยะ 10 ปี ขนาดเงินลงทุนอาจสูงถึง 1,000–2,000 ล้านล้านวอน ซึ่งถือว่าใหญ่มากเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจประเทศ เป้าหมายหลักคือเพิ่มกำลังผลิตชิป สร้างศูนย์ข้อมูล AI และกระจายฐานอุตสาหกรรมไปยังภูมิภาคใหม่ ภาพรวมเป็นบวกต่อห่วงโซ่ชิปเกาหลีใต้
เกาหลีใต้เร่ง 3 เมกะโปรเจกต์ ดันชิป–AI แข่งระดับโลก

1) ภาพรวม: รัฐบาลเกาหลีใต้จับมือ Samsung–SK เปิดแผนลงทุนครั้งใหญ่
- เกาหลีใต้เตรียมประกาศ “3 เมกะโปรเจกต์” เพื่อยกระดับประเทศจากการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ไปสู่การเป็นผู้นำด้านชิปและ AI โดยมี Samsung Electronics, SK Group และ SK Hynix เป็นแกนหลักของการลงทุนครั้งนี้ แผนดังกล่าวถูกวางให้เชื่อมโยงทั้งชิป, ศูนย์ข้อมูล AI และ “Physical AI” หรือการนำ AI ไปใช้กับภาคการผลิตจริง
2) รายละเอียด 3 เมกะโปรเจกต์ของเกาหลีใต้ 1 ชิป: สร้างฐานการผลิตใหม่ในภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้
- โครงการแรกคือการสร้าง “คลัสเตอร์ชิป” ใหม่ โดยมี Samsung Electronics และ SK Hynix เป็นแกนหลัก พื้นที่สำคัญที่ถูกพูดถึงคือ Gwangju และ South Jeolla ซึ่งอาจกลายเป็นฐานผลิตชิปแห่งใหม่เพิ่มเติมจากฐานเดิม เช่น Pyeongtaek, Yongin และ Cheongju จุดสำคัญคือเป็นการ “เพิ่มกำลังผลิตใหม่” ไม่ใช่การย้ายฐานเดิมออกจากพื้นที่หลัก
- ในรายละเอียด มีรายงานว่า Samsung และ SK Hynix อาจสร้างโรงงานผลิตชิปฝั่งหน้า หรือโรงงานหลักสำหรับผลิตแผ่นชิป ฝ่ายละ 4–5 แห่ง ในพื้นที่ Gwangju ขณะที่ Samsung จะลงทุนเพิ่มในโรงงานบรรจุภัณฑ์ชิปที่ Cheonan และ Onyang ส่วน SK Hynix จะขยายโรงงาน NAND ที่ Cheongju เพื่อรองรับความต้องการหน่วยความจำจาก AI
3) รายละเอียด 3 เมกะโปรเจกต์ของเกาหลีใต้ 2 ศูนย์ข้อมูล AI: สร้างโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์สำหรับยุค AI
- โครงการที่สองคือ ศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับการประมวลผล AI ขนาดใหญ่ โดย Samsung มีแผนเกี่ยวกับศูนย์ข้อมูล AI ที่ Asan และ SK Group มีแผนสร้างศูนย์ข้อมูล AI ระดับกิกะวัตต์ในหลายพื้นที่ของประเทศ เริ่มจาก Ulsan และอาจขยายเป็นหลายศูนย์ทั่วประเทศ
- ความสำคัญของโครงการนี้คือ เกาหลีใต้ไม่ได้ต้องการเป็นเพียงผู้ผลิตชิป แต่ต้องการมี “ฐานประมวลผล AI” ของตัวเองด้วย เพราะศูนย์ข้อมูล AI จะช่วยสร้างความต้องการต่อเนื่องให้กับชิปหน่วยความจำ ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น และอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ
4) รายละเอียด 3 เมกะโปรเจกต์ของเกาหลีใต้ 3 Physical AI: ใช้ AI ยกระดับโรงงานและภาคการผลิตจริง
- โครงการที่สามคือ Physical AI หรือการนำ AI ไปใช้กับโลกจริง เช่น โรงงาน หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ รถยนต์ และการผลิตอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่ AI ที่อยู่ในซอฟต์แวร์หรือศูนย์ข้อมูล โดย Hyundai Motor Group ถูกพูดถึงว่าอาจใช้พื้นที่ Ulsan และ Changwon เป็นฐานสำหรับการผลิตที่ใช้ AI มากขึ้น เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีโรงงานรถยนต์และอุตสาหกรรมหลักอยู่แล้ว
- ธีมนี้มีความหมายเชิงยุทธศาสตร์ เพราะเกาหลีใต้ต้องการเชื่อม “ชิป + ศูนย์ข้อมูล AI + โรงงานอัจฉริยะ” เข้าด้วยกัน กล่าวคือ ผลิตชิปเอง ใช้ศูนย์ข้อมูลของตัวเอง และนำ AI ไปเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ
เมกะโปรเจกต์ | รายละเอียดหลัก | บริษัทหลักที่เกี่ยวข้อง | พื้นที่ลงทุนสำคัญ | เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ |
|---|---|---|---|---|
1) ชิป / คลัสเตอร์เซมิคอนดักเตอร์ | สร้างฐานผลิตชิปใหม่ เพิ่มกำลังผลิตจากฐานเดิม ไม่ใช่ย้ายโรงงานเดิม | Samsung Electronics, SK Hynix | Gwangju, South Jeolla, Yongin, Cheongju | เสริมความเป็นผู้นำชิปหน่วยความจำ และรองรับความต้องการจาก AI |
2) ศูนย์ข้อมูล AI | สร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อรองรับการประมวลผล AI และเพิ่มความต้องการใช้ชิปในประเทศ | Samsung, SK Group | Asan, Ulsan และหลายพื้นที่ในเกาหลีใต้ | ทำให้เกาหลีใต้ไม่ได้เป็นแค่ผู้ผลิตชิป แต่มีโครงสร้างพื้นฐาน AI ของตัวเอง |
3) Physical AI / โรงงานอัจฉริยะ | ใช้ AI กับภาคการผลิตจริง เช่น โรงงาน หุ่นยนต์ รถยนต์ และระบบอัตโนมัติ | Hyundai Motor Group, Samsung, SK, LG, Hanwha, Doosan | Ulsan, Changwon และเขตอุตสาหกรรมหลัก | เชื่อมชิป + ศูนย์ข้อมูล + โรงงาน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมจริง |
5) ขนาดการลงทุน: อาจแตะระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้
- Samsung มีรายงานว่าจะประกาศแผนลงทุนราว 1,000 ล้านล้านวอน ใน 10 ปี หรือประมาณครึ่งหนึ่งของ GDP เกาหลีใต้ ขณะที่บางรายงานระบุว่าเมื่อรวม Samsung และ SK แล้ว เงินลงทุนอาจสูงถึง 2,000 ล้านล้านวอน ใน 10 ปี ถือเป็นเม็ดเงินขนาดใหญ่มากสำหรับการยกระดับอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ
6) แผนชิป: เพิ่มกำลังผลิต ไม่ใช่ย้ายฐานเดิม
- Samsung และ SK Hynix มีแผนสร้างคลัสเตอร์ชิปใหม่ในเกาหลีใต้เพิ่มเติมจากฐานเดิม เช่น Pyeongtaek, Yongin และ Cheongju โดยจุดสำคัญคือการเพิ่มกำลังผลิตใหม่ ไม่ใช่การย้ายโรงงานเดิมออกจากพื้นที่หลัก ปัจจัยหนุนมาจากความต้องการชิปหน่วยความจำที่เร่งตัวจาก AI และศูนย์ข้อมูลทั่วโลก
7) พื้นที่ลงทุนหลัก: กระจายสู่ภูมิภาคนอกเมืองหลวง
- รัฐบาลต้องการใช้แผนนี้เพื่อกระจายการเติบโตออกจากเขตเมืองหลวง โดยพื้นที่ที่ถูกพูดถึง ได้แก่ Gwangju และ South Jeolla สำหรับโรงงานชิปใหม่, Chungcheong สำหรับบรรจุภัณฑ์ชิปและ NAND, รวมถึง Asan และ Ulsan สำหรับศูนย์ข้อมูล AI และธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับแบตเตอรี่และจอภาพ
8) Samsung: ลงทุนครบวงจรตั้งแต่ชิปถึงศูนย์ข้อมูล AI
- แผนของ Samsung ไม่ได้จำกัดแค่โรงงานชิป แต่ครอบคลุมชิป, ศูนย์ข้อมูล AI, แบตเตอรี่รุ่นใหม่ และจอภาพ โดยมีรายงานว่าอาจลงทุนราว 300 ล้านล้านวอน ในโรงงานชิปที่ Jeolla และมีแผนลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล AI ที่ Asan ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทต้องการใช้กำไรจากวัฏจักรชิปขาขึ้นเพื่อต่อยอดธุรกิจอนาคต
9) SK Hynix: เร่งขยายกำลังผลิตรับความต้องการหน่วยความจำ AI
- SK Hynix ส่งสัญญาณชัดว่าต้องการเพิ่มกำลังผลิตเพื่อตอบรับความต้องการชิปหน่วยความจำจากอุตสาหกรรม AI โดยผู้บริหารเคยกล่าวถึงเป้าหมายเพิ่มกำลังผลิตเป็น 2 เท่าในช่วง 5 ปีข้างหน้า และมีรายงานเรื่องการเร่งแผนคลัสเตอร์ Yongin รวมถึงการขยายโรงงาน NAND ที่ Cheongju
10) ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
- แม้แผนลงทุนมีขนาดใหญ่และเป็นบวกต่อภาพระยะยาว แต่ยังมีความเสี่ยงเรื่องความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะไฟฟ้า น้ำ และแรงงานวิศวกร ซึ่งเป็นปัจจัยจำเป็นสำหรับโรงงานชิปขนาดใหญ่ นอกจากนี้ การลงทุนในภูมิภาคที่ไม่ใช่ฐานอุตสาหกรรมหลักเดิมอาจทำให้ต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลจริง
มุมมองของ InnoevstX
- ประเด็นนี้เป็นบวกต่อหุ้นในห่วงโซ่ชิปเกาหลีใต้ โดยตรงคือ Samsung Electronics และ SK Hynix เพราะช่วยเพิ่มความชัดเจนของการลงทุนระยะยาวในชิปหน่วยความจำและ AI ส่วนทางอ้อมจะเป็นบวกต่อกลุ่มวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักร บรรจุภัณฑ์ชิป ศูนย์ข้อมูล ระบบไฟฟ้า และระบบทำความเย็น เช่น Hanmi Semiconductor, Wonik IPS, Jusung Engineering, Soulbrain, Samsung Electro-Mechanics, ISC, HD Hyundai Electric, Hyosung Heavy Industries และ LS Electric
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

