🔸ช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งใน “จุดชี้เป็นชี้ตาย (choke point)” ที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจโลก โดยแม้ตลาดจะโฟกัสผลกระทบต่อราคาน้ำมันและก๊าซเป็นหลัก แต่ความเสี่ยงของการหยุดชะงักของเส้นทางนี้มีนัยต่อห่วงโซ่อุปทานโลกในวงกว้าง เนื่องจากตะวันออกกลางเป็นทั้งแหล่งพลังงานและผู้ผลิตวัตถุดิบอุตสาหกรรมสำคัญของโลก
🔥เมื่อฮอร์มุซไม่ได้กระทบแค่ราคาน้ำมัน: เปิด 11 กลุ่มอุตสาหกรรมที่กระทบจาก Supply Shock ในช่องแคบฮอร์มุซ

🔸ในภาคพลังงาน การหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมันและ LNG ผ่านฮอร์มุซอาจดันราคาพลังงานสูงขึ้น ซึ่งมักเป็นบวกต่อบริษัท upstream เช่น ExxonMobil (XOM), Chevron (CVX) และผู้ส่งออก LNG อย่าง Cheniere Energy (LNG)
🔸ขณะเดียวกัน ตะวันออกกลางยังเป็นผู้ผลิต feedstock ปิโตรเคมีและเม็ดพลาสติก (polyethylene, polypropylene) รายใหญ่ของโลก หาก supply หยุดชะงักมีแนวโน้มทำให้ราคาเม็ดพลาสติกปรับสูงขึ้น ซึ่งเป็นบวกต่อผู้ผลิตปิโตรเคมีนอกตะวันออกกลาง เช่น PTTGC ในอีกด้านก็ดันต้นทุนของอุตสาหกรรม packaging บรรจุภัณฑ์อาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วโลกให้สูงขึ้น ส่งผลให้เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้นทั่วโลก
🔸ผลกระทบยังลามไปถึงอุตสาหกรรม semiconductor เนื่องจากก๊าซ Helium ซึ่งใช้ในกระบวนการผลิตชิปมี supply ส่วนหนึ่งมาจากภูมิภาคนี้ (Qatar เป็นผู้ผลิต Helium รายใหญ่ 1 ใน 3 ของโลก) หากเกิด supply disruption อาจกระทบต่อผู้ผลิตชิปรายใหญ่ เช่น TSMC (TSM), Samsung Electronics และ SK Hynix
🔸นอกจากนี้ ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นยังอาจส่งผ่านไปยังอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งใช้พลังงานและโลหะอุตสาหกรรมจำนวนมากในกระบวนการผลิต โดยผู้ผลิต EV รายใหญ่ เช่น Tesla (TSLA) และ BYD อาจเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนในระยะสั้น ดังนั้น ช่องแคบฮอร์มุซจึงไม่ได้เป็นเพียง chokepoint ของน้ำมัน แต่เป็นจุดยุทธศาสตร์ของ supply chain โลกที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำอย่างพลังงาน กลางน้ำอย่างเทคโนโลยี ไปจนถึงปลายน้ำอย่างอุตสาหกรรม EV (Cost-push inflation)
สินค้า | สถานการณ์ | หุ้นที่ได้ประโยชน์ ▲ | หุ้นที่เสียหาย ▼ | |
|---|---|---|---|---|
1 | น้ำมันดิบ (Crude Oil) | •ช่องแคบนี้รองรับ ~20% ของการค้าน้ำมันทางทะเลโลก IRGC เตือนราคาอาจถึง $200/บาร์เรล ตอนนี้ Brent อยู่แถว $100 จากก่อนสงคราม ~$70 แม้ IEA จะประกาศปล่อย reserve 400 ล้านบาร์เรลแล้ว | •ExxonMobil (XOM), Chevron (CVX), ConocoPhillips (COP) — ผู้ผลิตสหรัฐ insulated จากฮอร์มุซ •EOG Resources (EOG), Pioneer Natural Resources — shale producers ที่ไม่พึ่งช่องแคบเลย •Saudi Aramco — ใช้ท่อ East-West Pipeline อ้อมได้บางส่วน •PTTEP (ไทย) | •สายการบิน: Delta (DAL), United (UAL), American Airlines (AAL), Thai Airways (THAI), Asia Aviation (AAV), Bangkok airways (BA) •Shipping: Maersk, Hapag-Lloyd — ต้นทุนประกันสงครามพุ่ง + เส้นทางยาวขึ้น •ธุรกิจการตลาด: OR, PTG — ผลกระทบราคาน้ำมันเพิ่มสร้างแรงกดดันต่อค่าการตลาด |
2 | LNG (ก๊าซธรรมชาติเหลว) | •~20% ของ LNG โลกผ่านช่องแคบ กาตาร์หยุดผลิตแล้ว restart ใช้เวลาหลายสัปดาห์ | •Cheniere Energy (LNG) — ผู้ส่งออก LNG สหรัฐรายใหญ่สุด demand พุ่งทันที •Shell (SHEL), TotalEnergies (TTE) — มี LNG portfolio นอก Middle East | •ผู้นำเข้า LNG เอเชีย: PTT , JERA (ญี่ปุ่น), KOGAS (เกาหลี) •โรงไฟฟ้าก๊าซ: BGRIM, GPSC (ต้นทุนก๊าซผลิตไฟฟ้าพุ่ง) •วัสดุก่อสร้าง: SCC, SCCC, DCC ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น ทั้งในด้านต้นทุนถ่านหินที่เพิ่มขึ้นจากแหล่งเชื้อเพลิงทางเลือก และราคาก๊าซธรรมชาติที่นำไปใช้ในการเผากระเบื้อง •SCGP ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น ทั้งในด้านต้นทุนถ่านหินที่เพิ่มขึ้นจากแหล่งเชื้อเพลิงทางเลือก Semiconductor: Samsung Electrics, SK Hynix, TSMC มีความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลน Helium (ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการผลิต LNG ในกาตาร์) ซึ่งจำเป็นต้องใช้ในกระบวนการผลิตชิปขั้นสูง นอกจากนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยัง KLA |
3 | เม็ดพลาสติก & ปิโตรเคมี (PE, PP, Naphtha, EG) | •PE จาก Middle East 84% ส่งออกผ่านช่องแคบ Naphtha ~80% ของ demand เอเชีย | •Westlake Chemical (WLK), Formosa Plastics — US shale-based producers •PTTGC — ราคาเม็ดพลาสติกปรับขึ้นตามราคา naphtha แต่ต้นทุนก๊าซยังได้รับผลกระทบจำกัด naphtha ที่ใช้ผลิตเองจากโรงกลั่นของบริษัท | •SCG (SCC) — หยุดเดินเครื่องโรงงาน olefins ที่ระยอง (ROC) เนื่องจากหาวัตถุดิบ naphtha ไม่เพียงพอ และหากสถานการณ์ยังไม่จบภายในกลางเดือนเมษายน จะต้องปิดอีก 2 โรง (MOC และ LSP) •IVL — ผลิต PET/polyester ต้นทุน EG + naphtha และ PX พุ่ง •TOA Paint (TOA) — เหลือ inventory แค่ 20 วัน ผลงาน Q1 จะตก •LG Chem และ Lotte Chemical (เกาหลีใต้) ธุรกิจปิโตรเคมีเกาหลีเปราะบางต่อ naphtha cost กด margin ปิโตรเคมีโดยตรง |
4 | ปุ๋ยเคมี (Urea, Ammonia, Sulfur) | •ปุ๋ย ~33% ของการค้าโลกผ่านช่องแคบ urea พุ่งจาก $475 → $680/ตัน | •CF Industries (CF) — ผู้ผลิตปุ๋ยสหรัฐรายใหญ่ หุ้นพุ่งชัดเจน •Nutrien (NTR), Mosaic (MOS) — ผู้ผลิตอเมริกาเหนือ •Yara International (YAR) ตลาด urea/ammonia ตึงตัวช่วยหนุนราคาและ profitability ของผู้ผลิตรายใหญ่ | •บริษัทอาหาร: CPF, TU, GFPT (ไทย) — ต้นทุนอาหารสัตว์ (เช่น ข้าวโพด รำข้าว มันสำปะหลัง) พุ่ง •ไทยเซ็นทรัลเคมี (TCCC) (ต้นทุนวัตถุดิบแม่ปุ๋ยแพงขึ้น) |
5 | Helium | •กาตาร์ผลิต ~30-35% ของ supply โลก โรงงาน 3 แห่งหยุดหมด ไม่มีสารทดแทน | •Linde (LIN), Air Liquide (AI.PA) — ผู้จัดจำหน่าย helium รายใหญ่ มี pricing power •Iwatani (8088.JP) มี diversified sourcing และ stockpile ดีกว่าจะได้เปรียบชัดในภาวะฮีเลียมขาด •Exxon Mobil (XOM) ผู้ผลิตฮีเลียมนอกกาตาร์มีโอกาสได้ประโยชน์จาก supply gap ที่ยืดเยื้อ | •Samsung Electronics (005930.KS) — เกาหลีนำเข้า helium จากกาตาร์ 64.7% •SK Hynix (000660.KS) — มี stockpile อยู่ แต่ถ้ายืดเยื้อจะกระทบ •TSMC (TSM) — ผู้ผลิตชิปรายใหญ่สุดของโลก ต้องใช้ helium ใน lithography •Intel (INTC), Micron (MU) — fab ทุกแห่งต้องการ helium •กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ : KCE, DELTA, HANA ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลน Helium ซึ่งปกติจะใช้ในกระบวนการผลิต KCE (Laser Drilling ใช้ฮีเลี่ยมในการระบายความร้อน) และ DELTA, HANA จะได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการ ขาดแคลน Chip High-end ในธุรกิจ EV และ AI-related ซึ่งการผลิต Chip High-end ที่ต้องอาศัยก๊าซฮีเลี่ยมในการผลิต •ผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์ (MRI): Siemens Healthineers, GE HealthCare (GEHC) |
6 | Methanol | •อิหร่านส่งออกรายใหญ่สุดโลก (9+ ล้านตัน/ปี) ช่องแคบรองรับ 35-45% ของ methanol ส่งออกทางทะเลทั่วโลก | •Methanex (MEOH) — เป็นผู้ผลิตนอก Middle East •Mitsubishi Gas Chemical (4182.JP) ผู้ผลิตเมทานอล/อนุพันธ์นอกตะวันออกกลางได้ประโยชน์จากตลาดที่ตึงขึ้น | •โรง MTO (Methanol-to-Olefins) ในจีน — ผลิต PE, PP, polyester จาก methanol จะต้องลดกำลัง •อุตสาหกรรม formaldehyde, กาว, ไม้อัด, วัสดุก่อสร้างในจีนและอาเซียน |
7 | อะลูมิเนียม | •ราคาพุ่ง ~8% อาจทะลุ $4,000/ตัน | •Alcoa (AA), Rio Tinto (RIO) — ผู้ผลิตนอก Middle East •Century Aluminum (CENX) ผู้ผลิตอะลูมิเนียมฝั่งตะวันตกได้ sentiment บวกจากความเสี่ยง supply ตะวันออกกลาง | •Samsung Electronics, LG Electronics — ใช้อะลูมิเนียมใน washing machine, ตู้เย็น •ผู้ผลิตรถยนต์: Toyota (TM), Honda, Tesla (TSLA) •อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ที่ใช้กระป๋อง CBG OSP HTC •อุตสาหกรรมก่อสร้าง: กระป๋อง (BJC), วัสดุตกแต่ง |
8 | อาหาร (น้ำมันถั่วเหลือง) | •น้ำมันถั่วเหลืองพุ่งตาม crude | •Archer-Daniels-Midland (ADM), Bunge (BG) — commodity traders | •บริษัทอาหาร CPF, TU, GFPT (ไทย) — หากราคากากถั่วเหลืองปรับตัวขึ้นตาม ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง •Nestlé (NESN) และ General Mills (GIS) ผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปเจอแรงกดดันจากต้นทุน edible oil สูงขึ้น •ร้านอาหาร/QSR: McDonald's (MCD), Starbucks (SBUX) |
9 | เสื้อผ้า & สิ่งทอ | •เส้นใยสิ่งทอ ~70% มาจากอนุพันธ์น้ำมัน | •Nike (NKE), Adidas, H&M, Inditex, Lululemon, TJX, Rost Stores — ต้นทุนวัตถุดิบ (Raw Material Cost) ที่เพิ่มขึ้นทันที เพราะสินค้าส่วนใหญ่เป็นเส้นใยสังเคราะห์ | |
10 | กำมะถัน & กรดกำมะถัน (Sulfur Sulfuric Acid) | •กำมะถัน ~92% ของโลกเป็นผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมัน/แปรรูปก๊าซ เมื่อโรงกลั่นอ่าวเปอร์เซียหยุด/ลดกำลัง กำมะถันผลิตน้อยลง ทำให้กรดกำมะถันขาด ส่งผลให้สกัดแร่ทองแดง+โคบอลต์ได้ยากขึ้น | •ผู้ผลิตกำมะถัน/กรดกำมะถันนอก Middle East — pricing power สูงขึ้น •Freeport-McMoRan (FCX), BHP (BHP) — ผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่ที่มี supply chain ครบวงจร ได้จากราคาทองแดงที่พุ่ง | •ผู้ผลิต EV: Tesla (TSLA), BYD, Rivian (RIVN) — ต้นทุนแบตเตอรี่พุ่ง •ผู้ผลิตแบตเตอรี่: CATL, LG Energy Solution (373220.KS), Panasonic, Samsung SDI •อุตสาหกรรมที่ใช้ทองแดง: ก่อสร้าง, data center, AI infrastructure, ระบบไฟฟ้า — ซ้ำเติม copper deficit |
11 | เดินเรือ & โลจิสติกส์ (Shipping & Logistics) | •เรือสินค้า 100+ ลำ/วันต้องเปลี่ยนเส้นทาง +14-20 วัน ทำให้จำนวนเรือในตลาดไม่พอ (Supply Tight) ~170 containerships (~450,000 TEU) •ต้นทุนที่เพิ่ม: ค่าระวาง, ค่าน้ำมันเรือ, ค่าประกันภัยสงคราม, ค่า demurrage ผลกระทบจะมาถึงใน 2-5 สัปดาห์เมื่อ container มาถึงพร้อมกันเป็นคลื่น | •RCL, PSL (ไทย), COSCO (1919.HK), ZIM (สหรัฐ) — ค่าระวางพุ่ง •Maersk (เดนมาร์ก), Hapag-Lloyd (เยอรมันนี), Nippon Yusen, Mitsui O.S.K. Lines (ผู้ประกอบการเรือญี่ปุ่น) - การrerouting และ surcharge หนุนรายได้ต่อเที่ยว แม้ operational risk จะสูงขึ้น | •สายการบิน — AAV, BA, THAI (ค่า jet fuel) | กลุ่มส่งออก margin ต่ำ (บริษัทอาหาร: รายได้ส่งออกตอ.กลางต่อรายได้รวม 3% สำหรับ TU, <1% สำหรับ ITC, <0.1% สำหรับ CPF & BTG) | ผู้นำเข้าทุกราย กลุ่มเครื่องดื่มที่มีรายได้ส่งออก CBG OSP |
#InnovestXResearch
ณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล
นักกลยุทธ์การลงทุนและนักวิเคราะห์อาวุโสกลุ่มหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก
เอกสิทธิ์ อู่ไพบูรณ์
นักกลยุทธ์การลงทุน
สิทธิวัฒน์ เจริญสถาพร
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf
