🔸ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความเสี่ยงต่อภาวะ Supply Shock ในจุดยุทธศาสตร์อย่างช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งได้ผลักดันราคาน้ำมันให้พุ่งสูงกว่า US$ 100/bbl กำลังกลายเป็นแรงส่งให้ทั่วโลกก้าวข้ามยุคที่พลังงานสะอาดเป็นเพียงเครื่องมือด้านสิ่งแวดล้อม (Climate Policy) ไปสู่การเป็น "ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งรัฐ" (Energy Security Strategy) หนุนให้หลายประเทศต้องเร่งการพึ่งพาตนเอง (Energy Independence) ผ่านการผลิตไฟฟ้าจากทรัพยากรภายในประเทศและลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลอย่างมีนัยสำคัญ
แนวโน้มการพึ่งพาตนเองเห็นได้ชัดหลังวิกฤตพลังงานในช่วงที่ผ่านมา โดยยุโรปเร่งลงทุนใน Solar PV และ Heat Pumps เพื่อลดพึ่งพาก๊าซนำเข้า ขณะที่จีนมุ่งเน้นขยายสัดส่วน Electrification และ Renewable Expansion อย่างเต็มรูปแบบ
🔥ช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นตัวกระตุ้นความตื่นตัวด้านความมั่นคงทางพลังงาน

🔸อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญ คือ การเติบโตของ AI และ Data Centers โดย Bloomberg คาดว่า Data Centers ทั่วโลกจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงถึง 106 GW ภายในปี 2035 (เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าจากปัจจุบัน) ส่งผลให้ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง Microsoft, Amazon และ Google เร่งทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) เพื่อประกันความมั่นคงด้านพลังงานให้กับโครงสร้างพื้นฐาน AI
🔸ในเชิงอุตสาหกรรม การเปลี่ยนผ่านพลังงานกำลังยกระดับจากช่วงการขยายกำลังการผลิต (Renewable Expansion) ไปสู่การปฏิรูประบบไฟฟ้า (Electricity System Transformation) โดย Solar และ Wind ก้าวขึ้นเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักของโลก ขณะที่เทคโนโลยี Battery Storage และ Grid Infrastructure จะมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในโลกที่พึ่งพา Renewable มากขึ้น โดยบริษัทในห่วงโซ่อุปทานอย่าง First Solar (FSLR), LONGi (601012 CH), Vestas (VWS) รวมถึงผู้ผลิตระบบกักเก็บพลังงานอย่าง CATL (300750 CH), BYD (1211 HK), Tesla (TSLA) และผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าอย่าง Quanta Services (PWR), Siemens Energy (ENR), Iberdrola (IBE) มีแนวโน้มได้รับประโยชน์โดยตรงจากการลงทุนในระบบพลังงานใหม่
🔸ขณะที่พลังงานนิวเคลียร์กำลังถูกบรรจุกลับเข้าสู่ยุทธศาสตร์หลักในหลายประเทศ เนื่องจากสามารถผลิตไฟฟ้าฐาน (Base-load) ที่ต่อเนื่องและคาร์บอนต่ำ ปัจจุบันมีกว่า 40 ประเทศบรรจุนิวเคลียร์ไว้ในแผนพลังงานแห่งชาติ โดยมีกำลังผลิตใหม่กว่า 70 GW อยู่ระหว่างก่อสร้าง (สูงสุดในรอบหลายทศวรรษ) นอกจากนี้เทคโนโลยี Small Modular Reactors (SMR) กำลังเป็นที่จับตามองของบริษัทเทคในฐานะแหล่งพลังงานเฉพาะสำหรับ Data Centers ในอนาคต โดยหุ้นที่เกี่ยวข้อง เช่น Cameco (CCJ), Constellation Energy (CEG) และ NuScale Power (SMR) สำหรับประเทศไทย ผู้ประกอบการรายใหญ่อย่าง GULF, BGRIM, GPSC, BCPG และ ACE มีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากการขยายการลงทุนในระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดในระยะยาว
🔸นอกจากนี้ ความผันผวนของราคาน้ำมันยังเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เนื่องจากต้นทุนการใช้งานมีเสถียรภาพมากกว่าพลังงานฟอสซิล โดยผู้ผลิต EV รายใหญ่ เช่น BYD (1211 HK), Tesla (TSLA), CATL (300750 CH), XPeng (XPEV) และ Li Auto (LI) มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากการเร่ง electrification ของภาคขนส่ง ขณะที่ในไทยบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ ecosystem ของ EV เช่น EA, DELTA, OR และ PTG มีโอกาสเติบโตตามการขยายตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและเครือข่ายสถานีชาร์จ
🔸ในระยะสั้น หลายประเทศยังใช้ Biofuel เป็นเครื่องมือรักษาเสถียรภาพด้านพลังงาน โดยไทยได้ปรับเพิ่มสัดส่วนผสมน้ำมันไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 (เริ่ม มี.ค. 2026) เพื่อช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบ ซึ่งจะเป็นบวกต่อผู้ผลิต biodiesel ในประเทศ เช่น BBGI, GGC, EA, AIE และ UVAN รวมถึงผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับ supply chain ปาล์มน้ำมัน
🔸นอกจากนี้แนวโน้ม Solar Rooftop มีแนวโน้มจะเติบโตในช่วงนี้เช่นกัน จากนโยบายและมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ได้แก่ 1) มาตรการลดหย่อนภาษี (เริ่ม 3 มีนาคม 2569 – 31 ธันวาคม 2571) สำหรับผู้ที่ติดตั้ง Solar Rooftop ที่บ้าน สามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท (ครอบคลุมทั้งค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้ง) รวมถึงการปรับปรุงกฎหมาย: ยกเว้นการขอใบอนุญาตดัดแปลงอาคารสำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop ในทุกประเภทอาคาร (จากเดิมที่จำกัดเฉพาะบ้านอยู่อาศัย) และการยกเว้นใบอนุญาตประกอบกิจการโรงไฟฟ้าสำหรับระบบที่มีขนาดไม่เกิน 1 MW อีกทั้งปัจจุบันจุดคุ้มทุน (Payback Period) เร็วขึ้น (ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ไฟ) เนื่องจากราคาแผงโซลาร์ในตลาดที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง หุ้นที่ได้รับประโยชน์: GUNKUL ที่เน้นเรื่องการติดตั้งโซลาร์รูฟระดับครัวเรือน อาคารพาณิชย์และโรงงานครบวงจร เช่นเดียวกับ GULF ที่เริ่มเข้ามาธุรกิจนี้ภายใต้ GULF1 และ WHAUP ที่มีบริการติดตั้งโซล่าร์รูฟ ระดับโรงงาน และบริษัทขนาดใหญ่ แต่สัดส่วนกำไรจะยังไม่มากเมื่อเทียบกับฐานกำไรรวมที่ค่อนข้างใหญ่ ขณะที่ BANPU ก็มีการทำธุรกิจรับติดตั้ง Solar rooftop เช่นกัน
🔸ในระยะยาว การเปลี่ยนผ่านพลังงานครั้งนี้ คือ การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ "Electricity Economy" ซึ่งบริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่คุณค่าในด้าน Renewable, Nuclear, Grid, Storage และ Electrification จะเป็นผู้ชนะหลักในวัฏจักรเศรษฐกิจใหม่นี้
อุตสาหกรรม / พลังงาน | เหตุผลที่ได้ประโยชน์ | หุ้นที่ได้รับประโยชน์ (Global + ไทย) | |
|---|---|---|---|
1 | Solar PV | กำลังผลิตเพิ่มเร็วที่สุด คิดเป็น ~80% ของ renewable additions ถึง 2030 | 🌐 Global: |
2 | Wind Power | เสาหลักลำดับ 2 ของ renewable system โดยเฉพาะ onshore wind | 🌐 Global: |
3 | Nuclear / SMR | 40+ ประเทศรวม nuclear ในยุทธศาสตร์พลังงาน | 🌐 Global: |
4 | Green Hydrogen | จีนกำลังผลักดัน green hydrogen อย่างจริงจัง ติดตั้ง electrolyzer 1.5 GW ในปี 2025 คาดว่าจะขยายเป็น 4.5 GW ในปี 2026 และ 6.9 GW ในปี 2027 | 🌐 Global: |
5 | Sustainable Aviation Fuel (SAF) | กำลังผลิต SAF ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นราวหนึ่งในสามในปี 2026 แตะ 8 ล้านตัน แต่ยังคิดเป็นไม่ถึง 0.5% ของ jet fuel ที่ใช้ทั้งหมด จุดที่น่าสนใจคือการลงทุนกำลังเร่งตัวในเอเชีย ซึ่งมีต้นทุนผลิตต่ำกว่าและมี feedstock อย่างน้ำมันพืชใช้แล้ว (UCO) อุดมสมบูรณ์ กว่าครึ่งของกำลังผลิต SAF โลกจะกระจุกอยู่ในเอเชียในปี 2026 แม้ demand ในภูมิภาคยังน้อย — ผู้ผลิตเอเชียกำลังเล็งตลาดยุโรปที่มี mandate บังคับและยินดีจ่ายในราคาสูง | 🌐 Global: |
6 | Battery Storage (BESS) | เติบโตเร็วสุดในระบบไฟฟ้า จาก 86 GW (2023) → 760 GW (2030) | 🌐 Global: |
7 | Grid Infrastructure | คอขวดที่แท้จริงของ energy transition — 2,500 GW ค้างใน connection queue | 🌐 Global: |
8 | Electric Vehicles (EV) | ความผันผวนของราคาน้ำมันและการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่คาดจะทำให้ EV adoption เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว | 🌐 Global: |
9 | Biodiesel | รมว.พลังงาน สั่งปรับเพิ่มส่วนผสมน้ำมันไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 มีผล 14 มีนาคม 2026 เป็นมาตรการตอบสนองต่อวิกฤตน้ำมันจากความขัดแย้งตะวันออกกลางที่ทำให้การขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีความเสี่ยงยืดเยื้อ | 🇹🇭 ไทย: |
Source: S&P Global Horizons Top Trends 2026, IEA, ราชกิจจานุเบกษา, กรมสรรพากร
Disclaimer: ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน โปรดศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
#InnovestXResearch
ณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล
นักกลยุทธ์การลงทุนและนักวิเคราะห์อาวุโสกลุ่มหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก
ชัยพัชร ธนวัฒโน
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ชัยวัฒน์ อาศิระวิชัย
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เอกสิทธิ์ อู่ไพบูรณ์
นักกลยุทธ์การลงทุน
สิทธิวัฒน์ เจริญสถาพร
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf
