Café Invest
Markets

🔥เมื่อ กบน. ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร... สัญญาณเตือนภัย Stagflation เต็มรูปแบบ

🔥เมื่อ กบน.  ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร... สัญญาณเตือนภัย Stagflation เต็มรูปแบบ

🎯เช้านี้ประเทศไทยเกิดจุดเปลี่ยนสำคัญทางเศรษฐกิจ เมื่อคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบน.) ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 6 บาทต่อลิตร ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า "Supply Shock" จากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อได้ลุกลามเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจจริงอย่างเต็มตัว โดยเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรต้นทุนของภาคธุรกิจที่กำลังจะดีดตัวขึ้นทั่วประเทศไทย หลังกองทุนน้ำมันฯ ที่เป็นเครื่องมือพยุงค่าครองชีพต้องการรักษาสภาพคล่องและป้องกันการลักลอบนำน้ำมันออกจากประเทศ

🔸สรุปสถานการณ์การปรับขึ้นราคาน้ำมันทั่วไทย

กบน. มีมติเห็นชอบให้ปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 6 บาทต่อลิตร โดยเริ่มมีผลตั้งแต่ 26 มี.ค. 69 เป็นต้นไป ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้

  1. วิกฤติต้นทุนพลังงานพุ่งสูง : ผลโดยตรงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลตลาดสิงคโปร์พุ่งจาก US$198.20/bbl ไปแตะ US$242.91/bbl ในเวลาเพียงไม่กี่วัน
  2. รักษาสภาพคล่องกองทุนน้ำมันฯ : ปัจจุบันแบกรับภาระชดเชยสูงถึง 2,592 ล้านบาทต่อวัน (80,344 ล้านบาท/เดือน) จึงจำเป็นต้องลดการชดเชยเพื่อให้กองทุนฯ ยังคงมีเสถียรภาพ
  3. ป้องกันการลักลอบและเก็งกำไร : ปรับราคาให้สมดุลกับประเทศเพื่อนบ้าน (เช่น มาเลเซียที่ดีเซลแตะ 39.54 บาทแล้ว) เพื่อป้องกันการกักตุนและลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศ
  4. มาตรการรัฐบาล : เตรียมแผนบรรเทาความเดือดร้อนให้กลุ่มเปราะบาง เช่น ขนส่งสาธารณะ เกษตรกร และผู้รับเหมาภาครัฐ เพื่อลดผลกระทบวงกว้าง
  5. ขอความร่วมมือประชาชน : ปรับพฤติกรรมใช้พลังงานอย่างประหยัดและเท่าที่จำเป็น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนตัวและช่วยให้กองทุนน้ำมันฯ กลับมาแข็งแกร่งดูแลประชาชนได้อย่างยั่งยืน


🔸มุมมองต่อเศรษฐกิจไทย

การปรับขึ้นราคาน้ำมันครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า วิกฤตตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อได้สร้างความเสี่ยงระดับ Supply Shock ที่รุนแรงเกินกว่ากลไกของรัฐจะแบกรับไหว โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่า เศรษฐกิจไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสุทธิสูงถึง 6.5% ของ GDP (ระดับสูงสุดใน SEA) ทำให้ไทยเปราะบางต่อราคาน้ำมันโลกมากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน กดดันให้ GDP อาจขยายตัวต่ำกว่าเป้า และเงินเฟ้อพุ่งฉับพลัน รวมทั้งการนำเข้าน้ำมันที่แพงขึ้นบวกกับฐานะกองทุนน้ำมันที่ติดลบกว่า 3.5 หมื่นลบ. จะกดดันให้ดุลการค้าติดลบและส่งผลให้เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่า ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมต้นทุนสินค้านำเข้าอื่นๆ ให้สูงขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางจะทำงานยากขึ้น เนื่องจากการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้ออาจยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจที่อ่อนแอให้ทรุดตัวลง แต่หากไม่ดำเนินการใดๆ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าและเงินเฟ้อที่พุ่งสูง

สถานการณ์ราคาดีเซลที่ปรับขึ้นแรงย่อมกดดันให้ประชาชนเผชิญกับภาวะกำลังซื้อลดลงจากค่าครองชีพและราคาพลังงานที่สูงขึ้น รวมทั้งภาคธุรกิจจะถูกบั่นทอนศักยภาพการทำกำไร นำไปสู่ยุคข้าวยากหมากแพง หรือ Stagflation (เงินเฟ้อสูง เศรษฐกิจชะลอตัว) โดย INVX ประเมินว่า ทุกๆ 3 บาทที่ราคาน้ำมันปรับขึ้น จะทำให้ GDP ไทยหายไป -0.04% และเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น +0.35% (กรณีเลวร้าย หากสถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ จนทำให้ราคาน้ำมัน Brent เฉลี่ยปีนี้อยู่ที่ US$85-100/bbl จะทำให้ไทยมี GDP เติบโตจาก 1.7% เหลือ 1.0-1.4%, เงินเฟ้อจาก 0.25% ปรับขึ้นแตะ 0.8-1.3%และบาทอ่อนค่าสู่ระดับ 34-36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ)

1774498829901-3b9d983395e9aa4d809cba1bf1df37de3345e3915bece981167916369041ed09.jpg

🔸มุมมองต่อตลาดหุ้นไทย

INVX คาดระยะสั้น SET จะตอบสนองเชิงลบจากความกังวลเรื่องต้นทุนการดำเนินธุรกิจสูงขึ้นและกำลังซื้อผู้บริโภคลดลง นำไปสู่กำไรของ บจ. ที่จะปรับตัวลดลง โดยประเมินว่าทุกๆ 3 บาทที่ราคาน้ำมันปรับขึ้น จะทำให้กำไรของตลาด (EPS SET) หายไป 0.30 บาทต่อหุ้น โดยกรณีเลวร้าย หากสถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ จนทำให้ราคาน้ำมัน Brent เฉลี่ยปีนี้อยู่ที่ US$85-100/bbl จะทำให้ EPS SET ลดลงจาก 95.7 สู่ระดับราว 94-91 บาทต่อหุ้น ซึ่งหากอิง PER 14 เท่า จะกดดันให้เป้าหมาย SET ปรับลงไปบริเวณ 1,320-1,350 จุดจากเดิม 1,530 จุด

ทั้งนี้ INVX คาดกลุ่มที่จะได้รับผลลบจากกิจกรรมเศรษฐกิจและกำลังซื้อชะลอหลังราคาดีเซลปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร คือ ท่องเที่ยว (AOT CENTEL ERW MINT) กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD TIDLOR) และกลุ่มพาณิชย์ที่จำหน่ายสินค้าฟุ่มเฟือย (HMPRO GLOBAL) ส่วนกลุ่มที่ได้รับผลลบจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงจากวิกฤติตะวันออกกลางในช่วงที่ผ่านมา คือ ขนส่งและสายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) ยานยนต์ (AH SAT STANLY) บรรจุภัณฑ์ (SCGP) และวัสดุก่อสร้าง (SCC) ขณะที่กลุ่มได้ผลบวก คือ พลังงานต้นน้ำ (PTTEP) จากราคาน้ำมันปรับขึ้น และ PTTGC จากส่วนต่างสเปรดกว้างขึ้นและไม่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ

🔸 กลยุทธ์ลงทุนตลาดหุ้นไทย

INVX ประเมินวิกฤตตะวันออกกลางในครั้งนี้สร้างปัญหา Supply Shock กดดันให้เงินเฟ้อพุ่งสูงจนนำไปสู่ภาวะ Stagflation และหากยืดเยื้อมีโอกาสบั่นทอนประมาณการกำไรของ บจ. อย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนจึงควรปรับพอร์ต โดยเน้นไปที่การรักษาอำนาจซื้อหรือป้องกันความมั่งคั่งไม่ให้ลดลงตามค่าเงินที่เสื่อมถอยและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ดังนี้

1) ถือเงินสด/ตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อลดความเสี่ยง Duration Risk และเพิ่มความคล่องตัวรอจังหวะสะสมหุ้นพื้นฐานดี

2) ลงทุนใน Real Assets เพื่อสู้เงินเฟ้อและรับประโยชน์จากภาวะขาดแคลน เช่น PTTEP

3) ลงทุนหุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power ซึ่งสามารถส่งผ่านต้นทุนไปให้ลูกค้าได้เพราะจำหน่ายสินค้าจำเป็นอย่างกลุ่มสื่อสาร การแพทย์ และพาณิชย์ (ADVANC, TRUE, CHG, BCH, CPALL, CPAXT, BJC)

4) ลงทุนหุ้น High Dividend Yield เกิน 5% (สะสมก่อนขึ้น XD ใน เม.ย.-พ.ค. นี้) เพื่อสร้างกระแสเงินสดและป้องกันความเสี่ยงขาลง (KTB, KTC, KBANK, KKP, TISCO, BAM, AP, TLI) ท่ามกลางความไม่แน่นอนของทิศทางดอกเบี้ยและเศรษฐกิจโลก

#InnovestXResearch

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf

🔥เมื่อ กบน. ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร... สัญญาณเตือนภัย Stagflation เต็มรูปแบบ | Café Invest