🔸กมธ. เศรษฐกิจ วุฒิสภา เสนอปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบเพื่อให้สอดคล้องกับภาระรายจ่ายที่เกิดขึ้นจริง เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลที่มีต่อเนื่องและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีเฉลี่ย 4% ของ GDP ซึ่งเกินกว่าสัดส่วนการขาดดุลงบประมาณตามกรอบการยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดไม่เกิน 3% ต่อ GDP แนะนำในปี 2570-2572 จนทำให้มีแนวโน้มสัดส่วนหนี้สาธารณะจะสูงขึ้นจนเสี่ยงทะลุเพดานหนี้ ส่งผลให้รัฐบาลต้องกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลเพิ่มมากขึ้น
🔥สรุปประเด็นร้อน! จับตาวันนี้ กมธ.เศรษฐกิจวุฒิสภา เตรียมเสนอปฏิรูปภาษีชุดใหญ่: ใครได้-ใครเสีย?

🎯 กลยุทธ์การลงทุน แม้ประเด็นนี้จะเป็นเพียง "ข้อเสนอผลการศึกษา" จาก กมธ. วุฒิสภา เศรษฐกิจ และในทางปฏิบัติ ครม. (ฝ่ายบริหาร) จะเป็นผู้ตัดสินใจสุดท้าย ซึ่งคาดต้องใช้เวลาอีกหลายขั้นตอนในการพิจารณาอนุมัติเพื่อนำไปใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ แต่สิ่งนี้จะสะท้อนถึงทิศทางนโยบายการคลังในอนาคตที่ต้องการหารายได้เพิ่มเพื่ออุดรอยรั่วการคลัง ดังนั้นนักลงทุนจึงควรติดตามมติของที่ประชุมวุฒิสภาในวันนี้ (21 เม.ย. นี้) อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ดี ระยะสั้น INVX ประเมินว่า มาตรการภาษีที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างอย่างการปรับขึ้น VAT หรือภาษีขายหุ้น ยังมีโอกาสทำได้ยาก เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังเปราะบางและได้รับแรงกดดันจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงตามสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ดังนั้นนักลงทุนจึงยังไม่ควรตื่นตระหนก เพียงแต่ต้องมีความยืดหยุ่นในการปรับพอร์ตแบบค่อยเป็นค่อยไปให้สอดคล้องกับทิศทางนโยบายการคลังในระยะยาว โดยในกรณีที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบและส่งต่อ ครม. จะเริ่มมีความชัดเจนเรื่อง "กรอบเวลา" (Timeline) ซึ่งจะทำให้ตลาดมีโอกาสเริ่ม Price-in ปัจจัยลบเหล่านี้ล่วงหน้า แนะนำให้นักลงทุนเริ่มพิจารณาหุ้นกลุ่มที่สามารถส่งผ่านต้นทุนได้ดี (High Pricing Power) และลดสัดส่วนหุ้นที่มีความเสี่ยงสูงต่อมาตรการภาษีใหม่นี้เพื่อลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน
มุมมองข้อเสนอเชิงนโยบายทางภาษีที่สำคัญซึ่งมีผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย มีดังนี้
- จัดเก็บภาษีจากฐานการบริโภค อาทิ ปรับเพิ่ม VAT จาก 7% เป็น 10%
มุมมองลบ : ระยะสั้นจะกดดันบรรยากาศจับจ่ายใช้สอยและผลักดันค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น เกิดภาวะเงินเฟ้อสูง กระทบโดยตรงต่อกลุ่มพาณิชย์ โดยคาดกระทบต่อ Consumer Discretionary (HMPRO GLOBAL CRC) มากกว่า Consumer staples (CPALL CPAXT BJC), กลุ่มท่องเที่ยว (ERW AWC CENTEL MINT AAV BA THAI) และกระทบทางอ้อมต่อกลุ่มยานยนต์ (AH SAT STANLY) กลุ่มเครื่องดื่ม (CBG OSP SNNP) - จัดเก็บภาษีขายหุ้น (Transaction Tax) และภาษีซื้อ-ขายทองคำ ทุกรูปแบบ (Physical & Paper Gold)
มุมมองลบ : ระยะสั้นจะกดดันบรรยากาศลงทุน ทำให้ปริมาณและมูลค่าการซื้อขายของ ตลท. ลดลง เนื่องจากมีต้นทุนการทำธุรกรรมสูงขึ้น กระทบต่อกลุ่มนักลงทุนระยะสั้น (Day Traders) และ HFT (High-Frequency Trading) ซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ของตลาดในปัจจุบัน และกดดันต่อหุ้นกลุ่มธุรกิจหลักทรัพย์ (ASP MST KGI) - จัดเก็บภาษีบุคคลที่ได้รายรับจากเงินปันผลเกิน 10 ล้านบาท โดยคิดอัตราก้าวหน้าแบบขั้นบันได
มุมมองลบ : อาจเกิดแรงขายในหุ้นปันผลสูง (High Dividend Stocks) จากกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth) เพื่อปรับพอร์ตโครงสร้างการถือครอง (Rebalancing) เพื่อบริหารจัดการภาษี หรืออาจเห็นการโยกย้ายเงินทุนไปสู่สินทรัพย์ประเภทอื่นหรือตลาดต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนสุทธิหลังหักภาษีที่จูงใจกว่า - จัดเก็บภาษีที่ดินรกร้างและภาษีมรดกเข้มงวดขึ้น
มุมมองลบ : เพิ่มภาระต้นทุนในการถือครองที่ดิน (Holding Cost) ของผู้ประกอบการที่มี Land Bank ในมือจำนวนมาก กระทบต่ออัตรากำไรของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และนิคมอุตสาหกรรมในระยะยาว - จัดเก็บภาษีนิติบุคคลต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มแพลตฟอร์ม e-Commerce 20% และจัดเก็บ Global Minimum Tax ขั้นต่ำ 15% ภายในปี 2570
มุมมองบวก : มองบวกในเชิงโครงสร้างการแข่งขัน ช่วยลดข้อได้เปรียบด้านต้นทุนของแพลตฟอร์มต่างชาติ สร้างความเท่าเทียมให้ผู้ประกอบการไทย เป็นบวกกับกลุ่มค้าปลีก Home Improvement, Department store และ Specialty retail (แฟชั่น/ไลฟ์สไตล์) (HMPRO, CRC) รวมถึงผู้ให้บริการแพลตฟอร์มท้องถิ่นที่จะกลับมามีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น - มาตรการลดหย่อนภาษีใหม่ เช่น เพิ่มการหักลดหย่อนบุตรเป็นคนละ 5 แสนบาท, ให้มีโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคลเพื่อสิทธิลดหย่อนภาษี ได้แก่ กองทุนการออม สำหรับบุตรหลานสัญชาติไทย และกองทุนการออมสำหรับบิดามารดา เพื่อสร้างวัฒนธรรมการออมและการลงทุน
มุมมองบวก : เป็นมาตรการเชิงรุกในการดึงเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบตลาดทุนในระยะยาว คล้ายคลึงกับเม็ดเงินจาก SSF/RMF/TESG ซึ่งจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและเป็น "Buffer" รองรับความผันผวนของดัชนีได้ดีในอนาคต
#InnovestXResearch
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf

