Café Invest
Markets

Tesla เปิดตัว Cybercab จริง แต่ตลาดโฟกัสเรื่องการขยายตลาด

TSLANASDAQTSLA23SET
Tesla เปิดตัว Cybercab จริง แต่ตลาดโฟกัสเรื่องการขยายตลาด

Tesla เปิดตัว Cybercab และเริ่มนำรถเข้าร่วมบริการ Robotaxi อย่างเป็นทางการ ถือเป็นก้าวสำคัญจากผู้ผลิตรถ EV ไปสู่ธุรกิจขับขี่อัตโนมัติ จุดเด่นอยู่ที่โครงสร้างต้นทุนที่อาจต่ำกว่า Waymo และมีโอกาสขยายจำนวนรถได้เร็วหากระบบกล้องและซอฟต์แวร์พิสูจน์ความปลอดภัยได้ อย่างไรก็ตาม ขนาดกองรถของ Tesla ยังเล็กกว่าคู่แข่งมาก และกฎระเบียบยังเป็นข้อจำกัดสำคัญ ดังนั้นตัวชี้วัดหลักหลังจากนี้คือจำนวนรถที่เพิ่มขึ้นและการให้บริการจริงโดยไม่ต้องมีผู้ดูแล

1) Cybercab เริ่มให้บริการจริง เป็นก้าวสำคัญของ Tesla จากรถ EV สู่ธุรกิจขับขี่อัตโนมัติ

Tesla เปิดตัว Cybercab อย่างเป็นทางการใน Austin และเริ่มนำรถเข้าร่วมบริการ Robotaxi ของบริษัท ถือเป็นครั้งแรกที่รถซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อวิ่งไร้คนขับโดยเฉพาะถูกนำมาใช้งานจริงในเครือข่ายของ Tesla โดย Cybercab ไม่มีพวงมาลัยหรือแป้นเหยียบ และรองรับผู้โดยสาร 2 คน

ความสำคัญของข่าวนี้อยู่ที่การทำให้ภาพของ Tesla ในฐานะบริษัท AI และระบบขับขี่อัตโนมัติมีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้บริการ Robotaxi ของบริษัทใช้ Model Y เป็นหลัก และในหลายพื้นที่ยังต้องมีผู้ดูแลด้านความปลอดภัยหรือการช่วยเหลือจากระยะไกล

2) ตลาดไม่ได้สนใจแค่ “เปิดตัว” แต่ต้องการเห็นจำนวนรถและการให้บริการจริง

ประเด็นที่นักลงทุนจับตามากที่สุดคือ Tesla จะสามารถเพิ่มจำนวน Cybercab บนถนนได้เร็วเพียงใด โดยก่อนงานเปิดตัวมี Cybercab จดทะเบียนใน Texas เพียง 45 คัน ขณะที่กองรถ Robotaxi ของ Tesla ในรัฐดังกล่าวมีประมาณ 420 คัน ซึ่งยังต่ำกว่า Waymo อย่างมาก

นักวิเคราะห์มองว่าหากงานเปิดตัวมีเพียงการสาธิตหรือให้บริการในพื้นที่จำกัด อาจไม่เพียงพอต่อความคาดหวังของตลาด ขณะที่การเพิ่มจำนวนรถที่วิ่งแบบไร้ผู้ควบคุมอย่างมีนัยสำคัญจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อราคาหุ้นในช่วงที่เหลือของปี

3) จุดขายสำคัญคือโครงสร้างต้นทุนที่อาจต่ำกว่า Waymo มาก

Cybercab ใช้กล้องเป็นหลักในการขับขี่อัตโนมัติ ต่างจาก Waymo ที่ใช้ทั้งกล้อง เรดาร์ และ LiDAR ซึ่งทำให้โครงสร้างฮาร์ดแวร์ของ Tesla มีความเรียบง่ายกว่า หากสามารถพิสูจน์ความปลอดภัยและความแม่นยำได้ ก็อาจช่วยให้ Tesla มีต้นทุนต่อคันและต้นทุนต่อระยะทางต่ำกว่าคู่แข่ง

ข้อมูลที่ถูกอ้างถึงก่อนงานเปิดตัวประเมินต้นทุน Cybercab ราว $18,000 ต่อคัน เทียบกับ Waymo ราว $125,000 ต่อคัน แม้ตัวเลขดังกล่าวมาจากประมาณการของบุคคลภายนอกและไม่ใช่ต้นทุนที่ Tesla เปิดเผยโดยตรง แต่สะท้อนเหตุผลว่าทำไมนักลงทุนให้ความสำคัญกับความสามารถในการผลิตจำนวนมากและขยายบริการอย่างรวดเร็ว

4) อย่างไรก็ตาม กฎระเบียบยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขยายทั่วสหรัฐฯ

Cybercab ไม่มีพวงมาลัยและแป้นเบรก ทำให้ต้องเผชิญข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันยังมีหลายมาตรฐานที่ออกแบบมาสำหรับรถที่มีคนขับ ขณะที่ Tesla ยังไม่ได้ยื่นขอยกเว้นจาก NHTSA ในลักษณะเดียวกับ Zoox ของ Amazon

แม้ Tesla จะเริ่มให้บริการแบบเสียเงินแล้ว แต่การเพิ่มรถ Cybercab จำนวนมากในหลายรัฐยังมีความไม่แน่นอน เพราะหลายพื้นที่ต้องได้รับอนุญาตเพิ่มเติมสำหรับรถที่ไม่มีพวงมาลัยหรือแป้นเหยียบ ทำให้ความเร็วในการขยายบริการอาจขึ้นอยู่กับกฎระเบียบมากพอๆ กับความพร้อมของเทคโนโลยี

5) Tesla ยังตามหลัง Waymo ในด้านขนาดบริการ แต่มีโมเดลต้นทุนต่างกัน

Waymo ปัจจุบันมีรถไร้คนขับให้บริการหลายพันคันและครอบคลุมเมืองในสหรัฐฯ มากกว่า Tesla อย่างชัดเจน ขณะที่ Tesla ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเพิ่มจำนวนรถและทดสอบการดำเนินงานจริง

อย่างไรก็ตาม Tesla เลือกแนวทางที่ต่างออกไป คือพยายามลดต้นทุนอุปกรณ์ต่อคันให้ต่ำและอาศัยระบบกล้องกับซอฟต์แวร์เป็นหลัก หากแนวทางนี้พิสูจน์ได้ว่าใช้งานได้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพจริง ก็อาจทำให้ Tesla สามารถเพิ่มจำนวนรถได้เร็วและสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนในระยะยาว

6) ผลกระทบอาจขยายไปถึง Uber, Lyft และผู้เล่น Robotaxi รายอื่น

หาก Tesla สามารถขยาย Cybercab เป็นหลายพันหรือหลายหมื่นคันได้ จะเพิ่มการแข่งขันโดยตรงกับ Waymo และอาจเปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนของธุรกิจเรียกรถโดยสาร โดยเฉพาะหากค่าใช้จ่ายต่อระยะทางลดลงจากการตัดคนขับออกจากระบบ

อย่างไรก็ตาม ตลาด Robotaxi ไม่น่าจะเป็นตลาดที่ผู้ชนะรายเดียวครองทั้งหมด เนื่องจาก Waymo, Zoox, Uber และ Lyft ต่างใช้แนวทางและพันธมิตรที่แตกต่างกัน ดังนั้นความสำเร็จของ Tesla จะขึ้นอยู่กับทั้งต้นทุน ความปลอดภัย การอนุมัติจากหน่วยงานกำกับ และความสามารถในการขยายพื้นที่ให้บริการ

มุมมอง InnovestX

เรามองการเปิดตัว Cybercab เป็นบวกเชิงกลยุทธ์ต่อ Tesla เพราะช่วยเปลี่ยนเรื่องราวของ Robotaxi จากแนวคิดไปสู่การให้บริการจริง และสนับสนุนการประเมินมูลค่า Tesla ในฐานะบริษัท AI และระบบขับขี่อัตโนมัติมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญต่อราคาหุ้นระยะถัดไปไม่ใช่ตัวรถหรือการเปิดตัว แต่คือ จำนวน Cybercab ที่เพิ่มขึ้น ความสามารถในการให้บริการโดยไม่ต้องมีผู้ดูแล ต้นทุนต่อระยะทาง และการขยายไปยังหลายเมือง เรามองว่าหาก Tesla สามารถเร่งจำนวนรถเข้าสู่ระดับหลักพันได้ จะเพิ่มแรงกดดันต่อ Waymo, Uber และ Lyft แต่หากการขยายยังช้า ความคาดหวังที่สะท้อนในมูลค่าหุ้นอาจสูงกว่าความคืบหน้าทางธุรกิจจริง

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Tesla เปิดตัว Cybercab จริง แต่ตลาดโฟกัสเรื่องการขยายตลาด | Café Invest